เทียบ! "หน้ากากกันฝุ่น กันโรค" แบบไหนดีสุด + พร้อมวิธีใส่และวิธีทิ้ง
  1. เทียบ! "หน้ากากกันฝุ่น กันโรค" แบบไหนดีสุด + พร้อมวิธีใส่และวิธีทิ้ง

เทียบ! "หน้ากากกันฝุ่น กันโรค" แบบไหนดีสุด + พร้อมวิธีใส่และวิธีทิ้ง

ช่วงมรสุมฝุ่น PM 2.5 และเชื้อไวรัสโคโรนาระบาดหนักแบบนี้ เราเลยจะมาเปรียบเทียบให้เพื่อน ๆ ดูเลยว่าซื้อหน้ากากกันฝุ่นแบบไหนกันเชื้อโรคและกันฝุ่นได้ดีสุด!
writerProfile
27 ก.ค. 2020 · โดย

อย่างที่หลาย ๆ คนรู้ดีนะคะว่าช่วงนี้บ้านเราเจอศึกหนักมาก ไหนจะ PM 2.5 ไหนจะไวรัสโคโรนา ถ้าไม่ป้องกันให้ดีคือมีสิทธิ์ป่วยร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้เลย เพราะงั้นวันนี้เราเลยจะมาเปรียบเทียบให้ดูชัด ๆ ไปเลยว่า หน้ากากกันฝุ่น แมสก์ปิดจมูก หรือหน้ากากอนามัยกันโรคตัวไหน ที่กันฝุ่นและเชื้อโรคได้จริง และตัวไหนไม่ควรซื้อมาใส่ให้เปลืองเงิน เพราะไม่เหมาะกับสถานการณ์ร้ายแรงอย่างตอนนี้กันบ้าง ไปดูพร้อม ๆ กันเลยดีกว่าค่ะ!

เปรียบเทียบหน้ากากอนามัยแบบไหนดีสุด ?

หน้ากากกันฝุ่น ไวรัสโคโรนา

1. หน้ากากกันฝุ่นแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น

ข้อดี : หน้ากากกันฝุ่นแบบนี้เราจะพบเห็นได้ทั่วไป หาซื้อง่ายมาก เรียกกันทั่ว ๆ ไปว่าแมสก์ปิดจมูก มีขายแทบในทุกร้านขายยา แถมราคาไม่แพง ตกประมาณแผ่นละ 5-10 บาท ยิ่งถ้าใครซื้อยกกล่อง ยิ่งคุ้มมาก ที่สำคัญคือกันฝุ่นได้ค่อนข้างดี สามารถป้องกันของเหลวซึมผ่านได้ หายใจสะดวก ไม่อึดอัด ช่วยป้องกันการแพร่กระจายเชื้อโรคและแบคทีเรียจากการไอหรือจามได้อีกด้วย อย่างเชื้อไวรัสโคโรนาตอนนี้ก็สามารถป้องกันได้นะ

ข้อเสีย : ไม่สามารถป้องกันไวรัสที่มีอนุภาคขนาดเล็กระดับไมครอน และจำเป็นต้องเปลี่ยนทุกวัน ไม่ควรนำกลับมาใช้ซ้ำ 

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ 66.37% และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ 80%

ซื้อที่ไหน : ร้านขายยา, 7-11, ห้างสรรพสินค้า

2. หน้ากากกันฝุ่นแบบเยื่อกระดาษ 3 ชั้น + ทิชชู่

ข้อดี : อย่างที่เรารู้ ๆ กันว่าวิธีนี้เป็นวิธีแก้ขัดจากเมื่อครั้งที่ PM 2.5 หนัก ๆ ที่เมืองไทยปี 2561 แล้วหน้ากาก N95 ขาดแคลน ทางมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กระทรวงสาธารณสุขศาสตร์ จึงได้ทำการคิดค้นหน้ากากกันฝุ่น PM 2.5 แบบฉุกเฉินขึ้นมา ซึ่งก็มีการทดสอบแล้วพบว่าการใช้กระดาษทิชชู่ใส่เข้าไปในหน้ากากสามารถกันฝุ่น PM 2.5 ได้ดีเกือบเทียบเท่า หน้ากาก N95 เลยด้วยซ้ำ แถมราคาประหยัด อุปกรณ์ก็หาซื้อง่าย พกพาง่ายด้วยนะ

ข้อเสีย : จำเป็นต้องเปลี่ยนทุกวัน ไม่สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ 98.05%

ซื้อที่ไหน : ร้านขายยา, 7-11, ห้างสรรพสินค้า

3. หน้ากากแบบผ้า

ข้อดี : หน้ากากกันฝุ่นแบบผ้าก็เป็นอีกหนึ่งหน้ากากอนามัยที่หาซื้อได้ง่าย แถมราคาไม่แพง มีให้เลือกหลายแบบหลายลายตามความชอบได้เลย ที่สำคัญคือเป็นหน้ากากกันฝุ่นใช้ซ้ำได้ สามารถซักแล้วตากให้แห้งก็เอามาใช้ได้เหมือนเดิม ลงทุนรอบเดียว ช่วยประหยัดเงินในการซื้อหน้ากากอนามัยไปได้เยอะ 

ข้อเสีย : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 และเชื้อโรคได้น้อย 

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ 21.28% 

ซื้อที่ไหน :  ร้านขายยา, ห้างสรรพสินค้า, Lazada, shopee

วิธีใส่แมสปิดจมูก หน้ากากกันฝุ่น

4. หน้ากาก N95

ข้อดี : หน้ากาก N95 ถือเป็นผู้ช่วยหลักในการต่อสู้กับฝุ่น PM 2.5 ครั้งนี้เลย เพราะสามารถกรองฝุ่นและเชื้อโรคที่มีขนาดเล็กได้ถึง 0.3 ไมครอน และถึงแม้ว่าราคาจะสูงกว่าหน้ากากอนามัยทั่วไปแต่อันนึงก็สามารถใช้ได้นานถึง 3 สัปดาห์ (แต่เพื่อสุขอนามัยที่ดีควรจะเปลี่ยนใหม่ทุกวันจะดีกว่า) เราทุกคนต่างเห็นตรงกันว่าตัวนี้สมควรได้ตำแหน่งพระเอกในวงการหน้ากากกันฝุ่นไปเลย เพราะตอบโจทย์ที่สุดแล้ว!

ข้อเสีย : หาซื้อได้ค่อนข้างยาก และราคามีหลากหลายตั้งแต่ปานกลางไปจนถึงสูง 

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ 99.59%

ซื้อที่ไหน : ร้านขายยา, ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, HomePro, Lazada, Shopee

5. หน้ากาก Pitta

ข้อดี : อันนี้ถ้าใครจะซื้อมาใส่เพื่อป้องกันฝุ่น ควัน มลภาวะต่าง ๆ เห็นสมควรด้วยมากเลยค่ะ แถมตัวนี้ยังกันรังสียูวีได้ด้วย ข้อดีชัดเจนของตัวนี้เลยก็คือหายใจได้สะดวก ไม่อับชื้น แถมสามารถนำไปซักแล้วมาใส่ซ้ำได้ไม่เสียรูปทรงด้วย

ข้อเสีย : ไม่ตรงกับสถานการณ์ที่สุด เพราะไม่สามารถกัน PM 2.5 และเชื้อไวรัสได้เลย แถมหาซื้อได้ยากและราคาค่อนข้างสูง

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 และ เชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้

ซื้อที่ไหน : ร้านพรีออร์เดอร์ และ Shopee

6. หน้ากากกันสารพิษ

ข้อดี : ตัวนี้เขาถูกออกแบบมาให้กันมลพิษอยู่แล้ว ทำให้สามารถป้องกันทั้งฝุ่นละออง ควันพิษ ไอเสียรถยนต์ และไอระเหยของสารเคมีต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี

ข้อเสีย : ขนาดใหญ่ ต้องสวมครอบศีรษะ หาซื้อยากมากและราคาก็สูงมากเช่นกัน ที่สำคัญเลยคือเขากันเชื้อไวรัสโคโรนาไม่ได้

ระดับการปกป้อง : ป้องกันฝุ่น PM 2.5 ได้ และป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนาได้ดีที่สุด

ซื้อที่ไหน  : ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ, HomePro, Lazada

วิธีใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้อง!

วิธีใส่แมสปิดจมูก หน้ากากกันฝุ่น

เราแอบเห็นนะว่าหลายคนยังใส่หน้ากากอนามัยผิดอยู่เลย นอกจากจะไม่เกิดประโยชน์แล้วยังสามารถแพร่เชื้อโรคจากการไอ จามให้คนอื่นได้ด้วย ไม่ได้การละ เราเลยจะมาสอนวิธีการใส่หน้ากากอนามัยที่ถูกต้องให้กับเพื่อน ๆ ทุกคนกันค่ะ

  1. ขั้นตอนนี้สำคัญที่สุด นั่นก็คือ การล้างมือให้สะอาดก่อนสวมใส่หน้ากากอนามัยนั่นเอง
  2. จับที่บริเวณสายคล้องหูของหน้ากากอนามัยทั้งสองข้าง (หากเป็นหน้ากากอนามัยชนิดเยื่อกระดาษ ให้สังเกตด้านที่มันวาว หรือมีสีเข้ม ให้หันด้านนั้นออกด้านนอก) ก่อนใส่ต้องให้ลวดอยู่ด้านบนตรงบริเวณจมูก จากนั้นนำสายคล้องเข้ากับหู 
  3. แล้วจากนั้นให้กดขอบลวดให้แนบกับดั้งจมูก พยายามไม่ให้มีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับใบหน้า
  4. สวมหน้ากากให้คลุมทั้งจมูกและปาก โดยดึงลงมาให้ปิดใต้คางได้พอดี 

Noted : ถ้าจะรับประทานอาหารหรือน้ำ ให้จับบริเวณด้านบนของหน้ากากอนามัย ดึงลงมาพักไว้ใต้คางเมื่อทานเรียบร้อยแล้วให้ดึงกลับขึ้นไปใหม่ในตำแหน่งเดิม

วิธีทิ้งหน้ากากอนามัยให้ปลอดภัย!!

เห็นหลายคนเลยที่ยังทิ้งผิดอยู่ เพราะหน้ากากอนามัยที่ใช้แล้วนั้นถือเป็นขยะติดเชื้อ ลองคิดดูสิว่าถ้าเกิดมีคนที่เป็นหวัด หรือร้ายแรงกว่านั้นก็คือเป็นผู้ได้รับเชื้อไวรัสใส่หน้ากากอนามัยแล้วทิ้งแบบไม่มิดชิด ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะสามารถแพร่เชื้อสู่สาธารณะ หรืออย่างน้อย ๆ ก็คนเก็บขยะได้ขนาดไหน เพราะฉะนั้นมาทิ้งให้ถูกวิธีกันดีกว่าทุกคน!!

วิธีทิ้งแมสปิดปาก หน้ากากกันฝุ่น

ที่สำคัญควรใส่ถุงพลาสติกก่อนทิ้งลงถังขยะที่มีฝาปิด เพราะถือเป็นขยะติดเชื้อที่ต้องกำจัดอย่างมิดชิด จากนั้นก็ให้ล้างมือให้สะอาด เพียงเท่านี้เราก็จะห่างไกลโรค และเอาตัวรอดจากมรสุมฝุ่น PM 2.5 และการระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนาในครั้งนี้กันได้!

อ่านบทความที่น่าสนใจอื่น ๆ