อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน
  1. อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

ใคร ๆ ก็รู้จัก บราวนี...แต่เอ๊ะ! ทำไมแต่ละร้านถึงไม่เหมือนกันเลยนะ ? บราวนีมีกี่แบบกันแน่ ? มาเจาะลึก “บราวนี” กัน ถ้าอยากรู้ รีบตามมาเลยจ้า !
1 พ.ย. 2019 · โดย

“บราวนี” ขนมหวานทรงสี่เหลี่ยม สีน้ำตาล กลิ่นหอมช็อกโกแลต มักโรยด้วยถั่วต่าง ๆ ทุกร้านขนมหรือร้านกาแฟจะต้องมี “บราวนี” เรียกได้ว่าเป็นขนมพื้นฐานที่ต้องมีเตรียมไว้สำหรับสายขนมหวาน แต่ไปกี่ร้าน ๆ ก็จะมีชื่อเรียก “บราวนี” ไม่เหมือนกัน วันนี้วาวาจะมาเล่าถึงแก่นแท้และรายละเอียดของ “บราวนี” ให้เพื่อน ๆ หายสงสัย ถ้าพร้อมแล้วไปหาคำตอบกันเลยว่า 

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

1. ต้นกำเนิด “บราวนี” มาจากไหน ?

“บราวนี” ขนมหวานทรงสี่เหลี่ยมรสช็อกโกแลต มีสีน้ำตาลเข้ม ตามชื่อ “Brownie” ถูกจัดอยู่ในหมวดหมู่ คุกกี้บาร์ ไม่ใช่ เค้ก เพราะเนื่องจากมีลักษณะเป็นชิ้น สามารถใช้มือในการหยิบกินได้ แต่ถ้าหากเป็นหมวดหมู่ เค้ก จะต้องใช้ช้อนหรือส้อมในการรับประทาน

มีต้นกำเนิดในสหรัฐอเมริกา ในช่วงยุคปลายศตวรรษที่ 19 โดยไม่แน่ชัดในเรื่องผู้ค้นคิดคนแรก แต่ก็มีเรื่องเล่าว่า ในปี คศ.1893 มีหญิงสาวสังคมผู้มั่งคั่ง นามว่า เบอร์ธา พ็อตเตอร์ พาล์มเมอร์ (Mrs. Bertha Potter Palmer) ต้องการ ขนมหวานที่มีขนาดเล็ก สามารถใส่ในกล่องอาหารกลางวัน และกินง่าย เพื่อนำไปกินในงาน Chicago World’s Columbian Exposition กับเพื่อน ๆ ของเธอ จึงสั่งให้พ่อครัวของโรงแรมเดอะ พาล์มเมอร์ เฮ้าส์ (The Palmer House Hotel) เป็นผู้จัดการ โดยพ่อครัวได้ทำเป็น ขนมอบรสช็อกโกแลตเนื้อแน่น โรยด้วยถั่ววอลนัทและเกล็ดน้ำตาลจากน้ำเชื่อมของแอพริคอต จนกลายเป็นเมนูขึ้นชื่อของโรงแรมเดอะ พาล์มเมอร์ เฮ้าส์ ถึงทุกวันนี้ นอกจากนี้ยังมีตำนานต่าง ๆ เช่น พ่อครัวทำเค้กช็อกโกแลตแล้วใส่ส่วนผสมผิด ใส่แป้งน้อยเกินไป เมื่ออบออกมาจึงได้เนื้อเค้กช็อกโกแลต ที่เข้มข้นมีความหนึบ หรือ แม่ครัวในเมืองบังกอ (Bangor)ในรัฐเมน (Maine) นามว่ามิลเดร็ด บราวน์ ชรัมป์ (Mildred Brown Schrumpf) ซึ่งมีชื่อเล่นว่า บราวนี ได้ทำเค้กช็อกโกแลตและลืมใส่ส่วนประกอบสำคัญคือผงฟู ทำให้เค้กไม่ขึ้นฟู ด้วยความเสียดายจึงตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมแล้วแจกจ่ายให้คนในครอบครัวรับประทาน 

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

2.ประเภทของ “บราวนี” มีอะไรบ้าง ? 

ประเภทของบราวนีต่าง ๆ เกิดจากความคิดสร้างสรรค์ของนักอบที่อยากให้มีลักษณะเนื้อที่แตกต่างกันไป จึงทำให้เกิดวิธีทำที่แตกต่างกัน ถ้าหากแบ่งเป็นลักษณะเนื้อสัมผัส จะแบ่งได้เป็น 

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

2.1 Brownie cake

ส่วนผสมคือ แป้งเค้ก เนย ผงโกโก้ ไข่ น้ำตาล ผงฟูและกลิ่นวานิลลา

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

มีวิธีการทำโดย

  1. ละลายเนยและผงโกโก้ให้เข้ากัน เทน้ำตาลทรายใช้ตระก้อมือตีให้เข้ากัน
  2. หลังจากนั้นใส่ไข่ทีละฟอง ตามด้วยกลิ่นวนิลา
  3. จากนั้นเทส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ แป้งเค้กและผงฟู
  4. คนให้เข้ากัน เทใส่ถาด หลังจากนั้น นำไปเข้าเตาอบ อบให้สุก
อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

2.2 Fudge brownie

ส่วนผสมคือ แป้งเค้ก เนย ดาร์กช็อกโกแลต ไข่ น้ำตาล ผงฟูและกลิ่นวานิลลา

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

มีวิธีการทำโดย

  1. ละลายเนยและช็อกโกแลตเข้าด้วยกัน พักไว้
  2. ตีไข่กลิ่นวานิลลาและน้ำตาลให้เข้ากัน
  3. เทส่วนผสมของเนยละลายกับช็อกโกแลตในอ่างผสมน้ำตาล ใช้ตะกร้อมือตีให้เข้ากัน
  4. หลังจากนั้นใส่ส่วนผสมของแห้ง ได้แก่ แป้งเค้กและผงฟู
  5. เทใส่ถาดแล้วนำเข้าเตาอบ อบให้สุก
อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

2.3 Chewy brownie

ส่วนผสมคือ เนยละลาย แป้งเค้ก ดาร์กช็อกโกแลต ผงโกโก้ ไข่ น้ำตาล ผงฟู และกลิ่นวานิลลา

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

มีวิธีการทำโดย

  1. ละลายเนย ผงโกโก้ และดาร์กช็อกโกแลต (แยกไว้ส่วนหนึ่ง) เข้าด้วยกัน
  2. ตามด้วยไข่และกลิ่นวานิลลา ตีให้เข้ากัน
  3. หลังจากนั้นใส่น้ำตาล ตามด้วยแป้ง ใช้พายยางตะล่อมให้เข้ากัน
  4. แล้วโรยด้วยช็อกโกแลตส่วนที่เหลือ แล้วนำไปเข้าเตาอบ อบให้สุก
อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

นอกจาก ประเภทของบราวนีจะแบ่งได้ตาม ลักษณะเนื้อเค้กต่าง ๆ แล้ว นักอบขนมที่มีใจรัก มีความตั้งใจอยากให้เกิดรสชาติใหม่ ๆ ก็สามารถสร้างสรรค์ก็ดัดแปลงผสมผสานกับเทคนิคเฉพาะทางกับขนมชนิดอื่น ๆ ก็เกิดขึ้นได้ เช่น การหยิบเอาลักษณะเป็นชิ้นกลมของคุกกี้ ผสมกับเนื้อของบราวนี ทำให้เกิด cookie brownie การนำชีสเค้กมากินคู่กับบราวนี ทำให้เกิด brownie cheesecake หรือ การนำเนื้อสัมผัสความกรอบของแครกเกอร์มาผสมกับบราวนี ทำให้เกิด brownie craker และอีกต่าง ๆ มากมาย

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

3. แล้วมัน “แตกต่าง” กัน อย่างไรนะ ?

เมื่อวิธีทำ และวัตถุดิบที่แตกต่างกัน จึงทำให้ เกิดลักษณะเนื้อสัมผัสที่แตกต่างกันดังนี้

3.1 Brownie cake

“Brownie cake” จะมีปริมาณ แป้งและไข่ มากกว่าชนิดอื่น ๆ จึงทำให้ ลักษณะเนื้อส้มผัสเป็นเนื้อเค้ก เบา มีความฟู และความนุ่ม ดังนั้น “บราวนี” ประเภทนี้ จะอยู่ในหมวดหมู่ เค้ก เพราะไม่สามารถอยุ่รวมตัวเป็นชิ้น ๆ เหมือนคุกกี้ได้ เเละมีวิธีการรับประทานโดยใช้ช้อนหรือส้อมตักกิน            

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

3.2 Fudge brownie 

Fudge brownie” จะมีปริมาณแป้งน้อยที่สุด และมีส่วนผสม ดาร์กช็อกโกแลต มากกว่า “บราวนี” ชนิดอื่น ๆ ทำให้เหนียวหนึบ จับตัวเป็นชิ้นได้ดี และด้วยวิธีการทำที่ไม่มีการตีให้ขึ้นฟู จึงทำให้เนื้อสัมผัสแน่น ด้านบนของ “บราวนี” มีการขึ้นฟิล์มจากดาร์กช็อกโกแลต เมื่อนำเข้าอบจะทำให้มีความเงา และกรอบ

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

 3.3 Chewy brownie

“Chewy brownie” เป็นการผสมผสานระหว่าง “Brownie cake” และ “Fudge brownie” ดังนั้นเนื้อเค้กที่ได้จะมีความเบา แต่ไม่เท่าเค้ก เพราะมีปริมาณไข่และแป้งน้อยกว่า เนื้อ “Brownie cake” แต่ก็มีความแน่นของดาร์กช็อกโกแลต เพราะมีปริมาณ ดาร์กช็อกโกแลตมากกว่า และจากการใช้ช็อกโกแลต หั่นเป็นชิ้นผสมกับเนื้อแบทเทิล (Battle) ก่อนนำไปเข้าอบ จึงทำให้มีความชุ่มฉ่ำของช็อกโกแลตละลาย ที่แทรกตามเนื้อ แต่ก็จะไม่หนึบเท่า “Fudge brownie”   

ไม่ยากเลยใช่ไหมคะ ? ถ้าเป็นเนื้อเค้กนุ่มฟู กินแบบเบา ๆ ก็จะเป็นเนื้อของ “Brownie cake” ถ้าใครชอบ เนื้อแน่นๆ หนักๆ เคี้ยวหนึบหนับ จะเป็นเนื้อ “Fudge brownie” แต่ถ้าอยากได้ความนุ่ม แต่ยังมีความช่ำ ก็ต้องเป็น “Chewy brownie” คราวนี้ ถ้าเวลาเพื่อน ๆ ไปตามคาเฟ่ แล้วมี “บราวนี” ให้เลือก เพื่อน ๆ ก็จะทราบแล้วว่า ต้องสั่ง “บราวนี” ชนิดไหน

อ่านจบรู้เรื่อง! เปิดตำรา “บราวนี” ขนมหวานขวัญใจมหาชน

4. แล้วควรเก็บอย่างไร ?

หลาย ๆ คนอาจเข้าใจว่า สามารถเก็บนอกตู้เย็นได้ แต่เนื่องด้วยอากาศเมืองไทย ค่อนข้างร้อน วาวาจึงขอแนะนำว่า ควรนำใส่กล่องแล้วแช่ตู้เย็น ซึ่งสามาระเก็บได้นานเป็นอาทิตย์ เเต่ยิ่งอยู่นาน เนื้อจะยิ่งแห้งไม่อร่อย ดังนั้น ระยะเวลาที่เหมาะสม นำออกมากินแล้วยังอร่อย ควรเก็บในระยะเวลา 4 - 5 วัน ถ้าเป็นเนื้อ “Chewy brownie” และ “Fudge brownie” เมื่อนำมากิน แนะนำให้อบร้อนสักหน่อย จะทำให้ดาร์กช็อกโกและละลาย รับรองฟินในความชุ่มฉ่ำของ ช็อกโกแลตเหมือนเพิ่งอบใหม่เลยค่ะ

เป็นอย่างไรบ้างคะ ? กับเรื่องราวของ “บราวนี” ขนมที่เห็นทั่วไปตั้งแต่ท้องตลาด จนถึงร้านอาหาร หรือร้านขนมดัง ๆ ไม่น่าเชื่อเลยใช่ไหมคะ ? ว่าจะมีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจขนาดนี้ แถมยังมีหลากหลายประเภท ให้เลือกตามความชอบ เพียงเท่านี้เราก็สามารถรู้แล้วว่า เราชอบกิน “บราวนี” แบบไหน ? นอกจากเรื่องของ “บราวนี” แล้ว ยังมีเรื่องของ ขนมปัง ซึ่งเป็นขนมที่มีมาตั้งแต่โบราณ มีประวัติความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้กัน ถ้าหากเพื่อน ๆ สนใจ สามารถเข้าไปอ่านบทความ โลกขนมปัง ได้เลยค่ะ วาวาหวังว่าบทความเรื่องนี้จะมีประโยชน์ต่อทุกคนนะคะ