7 กาแฟสายหอมละมุน ยี่ห้อไหนดี? ดริปก็เริ่ด ชงแล้วก็หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน
  1. 7 กาแฟสายหอมละมุน ยี่ห้อไหนดี? ดริปก็เริ่ด ชงแล้วก็หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน

7 กาแฟสายหอมละมุน ยี่ห้อไหนดี? ดริปก็เริ่ด ชงแล้วก็หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน

มีใครชอบกินกาแฟแล้วชอบลองกาแฟรสชาติใหม่ ๆ บ้างคะ ถ้าใช่เราอยากชวนทุกคนมาดูกาแฟสายหอมละมุน ดริปก็ได้ชงก็ดี ใครอยากทำมุมคาเฟ่ในบ้านไม่ควรพลาด!
writerProfile
8 ก.ค. 2026 · โดย

ต้องบอกว่าเดี๋ยวนี้การดื่มกาแฟอาจกลายเป็นไลฟ์สไตล์ของใครไปแล้วก็ได้ หรือบางคนขอแค่ได้ดื่มกาแฟเพื่อให้ร่างกายสดชื่นก็มี และกาแฟมีหลายแบบมากคั่วกลาง คั่วอ่อน หรือคั่วเข้ม บางคนที่ชอบความง่ายก็แค่ชงแล้วดื่มเลยก็มี วันนี้เราเลยเอากาแฟสายหอมละมุนมาฝากค่ะ เผื่อว่าใครอยากชงกาแฟกินเองแบบฉ่ำ ๆ จะได้มีตัวเลือกนะคะ

5 วิธีการเลือกเมล็ดกาแฟให้หอมฟุ้ง ที่คนชอบกาแฟสายหอมละมุนไม่ควรพลาด

  • เลือกระดับการคั่วที่ไม่เข้มจนเกินไป

ถ้าโจทย์คือความหอมฟุ้งและละมุน คั่วอ่อน (Light Roast) หรือ คั่วกลาง (Medium Roast) คือทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ เพราะการคั่วในระดับนี้จะยังคงรักษา Aroma หรือกลิ่นดั้งเดิมของเมล็ดกาแฟเอาไว้ได้มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นกลิ่นดอกไม้ ผลไม้ หรือถั่ว ในขณะที่การคั่วเข้มจะเปลี่ยนกลิ่นเหล่านั้นให้กลายเป็นกลิ่นไหม้หรือกลิ่นควัน ซึ่งอาจจะแรงแต่ไม่ละมุนเท่านั่นเอง

  • ดูแหล่งกำเนิด (Origin) ที่ให้กลิ่นเฉพาะตัว

กลิ่นหอมของกาแฟแต่ละโซนไม่เหมือนกัน ถ้าชอบแบบหอมฟุ้งกระจายเหมือนดอกไม้หรือชา แนะนำให้เลือกเมล็ดจาก เอธิโอเปีย (Ethiopia) แต่ถ้าชอบความหอมละมุนแบบนวล ๆ มีความหวานเหมือนช็อกโกแลต คาราเมล หรือถั่ว ให้มองหาเมล็ดจาก บราซิล (Brazil) หรือกาแฟไทยคุณภาพสูงแถบ ดอยช้างหรือแม่จันใต้ค่ะ 

  • เช็ก "วันคั่ว" (Roast Date) ให้แม่น

กาแฟที่หอมที่สุดคือกาแฟที่เพิ่งผ่านการคั่วมาใหม่ ๆ เวลาเลือกซื้อให้ดูวันที่คั่วข้างถุงเสมอ ช่วงที่กาแฟ Peak ที่สุดคือประมาณ 7 - 14 วันหลังจากวันคั่ว เรียกช่วงนี้ว่า Resting Period เพราะก๊าซในเมล็ดจะเริ่มนิ่งและคายกลิ่นหอมออกมาได้เต็มที่ ถ้ากาแฟคั่วทิ้งไว้นานเกิน 2 - 3 เดือน กลิ่นหอมฟุ้งจะหายไปเยอะมาก ต่อให้ยี่ห้อดีแค่ไหนก็ชงแล้วไม่หอมทั่วบ้านค่ะ

  • เลือกจาก Process หรือวิธีการแปรรูป

วิธีที่เกษตรกรจัดการกับเมล็ดกาแฟส่งผลต่อกลิ่นมหาศาลมาก ๆ เลยค่ะ เพราะงั้นถ้าอยากได้ความหอมละมุนแบบของจริง อยากชวนทุกคนดูเพิ่มเติมว่าวิธีการที่เขาทำกาแฟคือทำยังไงบ้างนั่นเอง

  • Washed Process : จะให้กลิ่นที่สะอาด สดชื่น หอมดอกไม้ชัดเจน
  • Natural / Dry Process : จะให้กลิ่นหอมหวานเหมือนผลไม้สุกหรือไวน์
  • Honey Process : จะได้ความละมุนและกลิ่นน้ำผึ้งจาง ๆ
  • รูปแบบของเมล็ด (Whole Bean vs Ground)

ถ้าอยากได้ความหอมระดับสิบ ยังไงก็ต้องแนะนำให้ซื้อแบบเมล็ดเต็ม (Whole Bean) มาบดเองก่อนชงนะคะ เพราะทันทีที่กาแฟถูกบด กลิ่นหอมที่กักเก็บไว้จะถูกปล่อยออกมาทันที (Oxidation) การซื้อแบบบดสำเร็จความหอมจะจางลงเร็วมาก การยอมเสียเวลาบดเองอีกนิดจะช่วยให้ตอนดริปมีกลิ่นหอมฟุ้งกระจายไปทั่วบ้านแบบที่ต้องการจริง ๆ

7 กาแฟสายหอมละมุน ยี่ห้อไหนดี? ดริปก็เริ่ด ชงแล้วก็หอมฟุ้งไปทั้งบ้าน

Nana Coffee Roasters Moonstone

Nana Coffee Roasters Moonstone


ถ้าอยากได้ความหอมแบบตะโกนต้อง Moonstone คั่วอ่อนตัวดังที่เปลี่ยนบ้านให้กลายเป็นสวนดอกไม้ค่ะ กลิ่นกุหลาบ และลิ้นจี่ฟุ้งกระจายเหมือนฉีดน้ำหอมพรีเมียมเลยล่ะค่ะ เพราะเขาผ่านการแปรรูปแบบ Special Process สุดละเมียดละไม

การคั่ว : คั่วอ่อน (Light Roast) เพื่อดึงกลิ่นเอกลักษณ์สูงสุด

กลิ่น : หอมฟุ้งระดับน้ำหอม กลิ่นกุหลาบ ลิ้นจี่ และไวน์ผลไม้ชัดเจน

การแปรรูป : Special Process (เอกลักษณ์เฉพาะของทางแบรนด์)

ปริมาณ : 100 g. 

ราคา : 400 บาท

พิกัด : nanacoffeeroasters.com หรือ ช่องทางออนไลน์ของทางร้าน

Source : 1

Roots Cherry Blend

Roots Cherry Blend


สายหวานต้องลอง Cherry Blend จาก Roots ที่เลือกใช้ระดับคั่วกลางมาดึงความนุ่มนวลและกลิ่นที่สดใสออกมาค่ะ ตัวนี้หอมกลิ่นเชอร์รี่สุกและน้ำตาลทรายแดงชัดเจน เพราะเป็นการผสมผสานระหว่าง Washed และ Natural Process เวลาดริปจะรู้สึกถึงความหอมอบอุ่น สดชื่นแบบผลไม้แต่ไม่เปรี้ยวโดด เป็นความลงตัวที่จิบได้เพลินๆ ทุกเช้า

การคั่ว : คั่วกลาง (Medium Roast) ให้รสสัมผัสที่นุ่มนวลและหวาน

กลิ่น : ผลไม้ตระกูลเชอร์รี่ สโตนฟรุต และความหวานแบบน้ำตาลทรายแดง

การแปรรูป : Washed & Natural Process ผสมผสานกัน

ปริมาณ : 100 g. 

ราคา : 855 บาท

พิกัด : roots.coffee หรือ ช่องทางออนไลน์ของทางร้าน

Source : 1

Bluekoff Ethiopia Yirgacheffe Kochere

Bluekoff Ethiopia Yirgacheffe Kochere


ใครชอบฟีลจิบชาดอกไม้ในตอนเช้า Bluekoff ตัว Ethiopia Yirgacheffe คั่วอ่อนคือคำตอบที่ถูกต้องที่สุดค่ะ กลิ่นมะลิขาวและพีชสะอาด ๆ จะฟุ้งทันทีที่บด เพราะใช้วิธีแปรรูปแบบ Washed Process ที่เน้นความคลีนเป็นพิเศษ สัมผัสบางเบาแต่หอมทนนานเหมือนน้ำหอมดอกไม้ชั้นดี ดริปออกมาแล้วรสชาติสว่างสดใสไปทั้งวันจริง ๆ

การคั่ว : คั่วอ่อน (Light Roast) เน้นความสดชื่นและกลิ่นดอกไม้

กลิ่น : หอมดอกมะลิ ชามะนาว และมีความเป็นพีชที่สะอาดมาก

การแปรรูป : Washed Process ทำให้ได้รสชาติที่สว่างและละมุน

ปริมาณ : 250 g.

ราคา : 420 บาท

พิกัด : bluekoff.com หรือ ช่องทางออนไลน์ของทางแบรนด์

Source : 1

Factory Coffee Seasonal Blend (Filter)

Factory Coffee Seasonal Blend (Filter)


กาแฟจากแชมป์ระดับประเทศอย่าง Factory Coffee ตัว Seasonal คั่วอ่อน จะทำให้คุณตกหลุมรักความละมุนค่ะ กลิ่นดอกไม้ขาวและผลไม้เมืองร้อนจะสอดประสานกันอย่างลงตัว ด้วยกระบวนการ Washed Process ที่สะอาดและชัดเจน ความพิเศษคือเลเยอร์ของกลิ่นที่เปลี่ยนไปตามอุณหภูมิน้ำ ยิ่งดื่มยิ่งเจอเสน่ห์ใหม่ ๆ ที่น่าประทับใจไม่รู้ลืม

การคั่ว : คั่วอ่อน (Light Roast) โดยดีกรีแชมป์บาริสต้า

ลิ่น : กลิ่นดอกไม้ขาวและผลไม้เมืองร้อนที่มีความซับซ้อนแต่สะอาด

การปรรูป : Washed Process เน้นความ Clean ของรสสัมผัส

ปริมาณ : 250 g.

ราคา : ประมาณ 500 บาท

พิกัด : factorycoffee.co.th หรือหน้าร้าน Factory Coffee พญาไท

Source : 1

Mungmee Coffee Ethiopia Sidamo G2

Mungmee Coffee Ethiopia Sidamo G2


สำหรับคอกาแฟที่หลงรักในกลิ่นอายของเอธิโอเปีย แต่ต้องการกาแฟที่ชงง่ายและราคาเป็นมิตร Ethiopia Sidamo G2 จาก Mungmee Coffee คือตัวเลือกที่ตอบโจทย์สุด ๆ ค่ะ เพราะนอกจากจะได้กลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ของแหล่งปลูก Sidamo แล้ว ยังเป็นกาแฟที่ดึงความหอมละมุนออกมาได้ดีมากแม้จะชงเองที่บ้าน

การคั่ว : คั่วอ่อน (Light Roast) เพื่อคงความสดใสและกลิ่นหอมดอกไม้ที่เป็นเอกลักษณ์ของสายพันธุ์เอธิโอเปียไว้ได้อย่างครบถ้วน

กลิ่น : มีความหอมหวานแบบผลไม้สุก (Stone Fruit) แทรกด้วยกลิ่นดอกไม้จาง ๆ

การแปรรูป : Washed Process หรือกึ่งผสม ทำให้ได้บอดี้ที่สะอาด ดื่มง่าย

ปริมาณ : 200 g. 

ราคา : 378 บาท

พิกัด : สั่งซื้อได้ตามช่องทางออนไลน์ของทางแบรนด์

Source : 1

Akha Ama Full Moon

Akha Ama Full Moon


กาแฟไทยคุณภาพระดับโลกอย่าง Full Moon จากอาข่า อ่ามา มาในระดับคั่วกลางที่ให้ความละมุนแบบเต็มสิบ กลิ่นหอมนวลคล้ายช็อกโกแลตและผลไม้แห้ง จากกระบวนการ Natural Process บนดอยแม่จันใต้ที่พิถีพิถัน ตัวนี้ดริปแล้วจะได้ความหวานที่ติดลิ้นยาวนาน ให้ความรู้สึกอบอุ่นและผ่อนคลายเหมือนคืนพระจันทร์เต็มดวง

การคั่ว : คั่วกลาง (Medium Roast) ที่มีความกลมกล่อมสูง

กลิ่น : กลิ่นช็อกโกแลต ผลไม้แห้ง และมีความหอมแบบนวลๆ ทิ้งท้าย

การแปรรูป : Natural Process จากแหล่งปลูกแม่จันใต้

ปริมาณ : 500 g.

ราคา : 400 บาท

พิกัด : akhaama.com หรือ ช่องทางออนไลน์ของทางแบรนด์

Source : 1

Doi Chaang Premium Classic

Doi Chaang Premium Classic


ปิดท้ายด้วยตำนานที่ทุกคนต้องรัก Doi Chaang Premium Classic คั่วกลางที่หอมกรุ่นแบบคลาสสิกของจริงค่ะ กลิ่นถั่วคั่วและคาราเมลจะฟุ้งทั่วบ้านทันทีที่เริ่มชง ซึ่งผ่านการแปรรูปแบบ Fully Washed ที่ได้มาตรฐานสากล รสชาติกลมกล่อม มีบอดี้ที่พอเหมาะพอดี ดื่มแล้วรู้สึกใจฟูเหมือนมีบาริสต้ามือโปรมาคอยชงให้ถึงที่บ้านเลยล่ะค่ะ 

การคั่ว : คั่วกลาง (Medium Roast) มาตรฐานกาแฟไทยระดับโลก

กลิ่น : หอมกลิ่นถั่วคั่ว ช็อกโกแลต และมีความหอมหวานแบบคาราเมล

การแปรรูป : Fully Washed Process ให้รสชาติที่สม่ำเสมอ

ปริมาณ : 250 g.

ราคา : 270 บาท

พิกัด : ซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำทั่วไป หรือ ช่องทางออนไลน์ของทางแบรนด์

Source : 1

พูดได้เลยว่าสายดื่มกาแฟจะต้องประทับใจกับลิสต์ที่เราเลือกมาให้ เรียกว่าการดื่มกาแฟก็เป็นเหมือนอีกหนึ่งประสบการณ์แห่งศิลปะของกลิ่นเหมือนกันนะคะ รสชาติ ความละมุน ทุกอย่างมันอยู่ในตัวเมล็ดกาแฟหมดแล้ว เพราะงั้นทุกคนสามารถเลือกกาแฟสายหอมละมุนได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะแบรนด์ไหนก็ได้ความแตกต่างที่ลงตัวแน่นอน

บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ