จะสอยลิปสติกแท่งใหม่ทั้งทีจะเลือกแค่สีประจำทาแล้วรอดมันก็น่าเบื่ออยู่น้า ลองมาเลือกสีใหม่ ๆ เพิ่มสีสันและการแมตช์ลุคกันบ้างดีกว่าค่ะ ใดใดคือเราไม่ได้มาแค่แนะนำสีลิปสติก ยี่ห้อไหนดี 2026 เท่านั้นนะคะ วันนี้ Wongnai Beauty เอาวิธีการเลือกซื้อลิปสติกมาฝากด้วย ถ้าอยากรู้ว่าเป็นไงไปดูกันต่อเล้ยย

เลือกซื้อ "ลิปสติก" ยังไงให้กลับมาทาที่บ้านแล้วยังรอด!
- ลองสีลิปสติกทุกครั้งก่อนซื้อ ถ้าเป็นไปได้ก่อนซื้อทุกครั้งควรลองสีลิปจริงบนริมฝีปากของเราก่อนค่ะ ถ้าไม่อยากทาจากตัวลิปสติกตรง ๆ เพราะกังวลเรื่องความสะอาดให้ใช้นิ้วมือปาดเอาก็ได้ค่ะ จะได้รู้ว่าถ้าทาสีนี้แนวโน้มผิวของเราจะสว่างขึ้นไหมนั่นเอง
- ถ้าลองสีแรกแล้วอยากลองสีอื่นเพิ่มเติมให้เช็กริมฝีปากจนกว่าสีจะหมดก่อนทุกครั้งที่จะลองสีใหม่ ไม่งั้นถ้าเราทาลงไปทับสีเดิมจะทำให้ไม่เห็นเม็ดสีที่ชัดเจนได้
- เลือกส่องกระจกตรงบริเวณที่มีแสงไฟมากพอ ถ้าเราส่องกระจกในพื้นที่แสงไม่พออาจจะไม่เห็นว่าตัวเองเข้ากับสีนั้น ๆ หรือเปล่า
เทคนิคเลือกสีลิปสติกเอาไว้ใช้ทาได้กับทุกลุค
- เลือกลิปสติกเฉดสีที่เข้มกว่าริมฝีปากของเราประมาณหนึ่งหรือสองเฉด เพื่อเป็นการทดสอบว่าเฉดสีนั้น ๆ ใกล้เคียงกับสีของริมฝีปากเราแน่ ๆ ฉะนั้นการเทียบสีให้ฉันจะเห็นได้ว่าสีประมาณไหน
- คิดว่าลุคประจำวันอยากได้ลุคแบบไหน อยากริมฝีปากอวบอิ่มหรือว่าอยากปากบางแบบสาวเกาหลีการทาลิปสติกค่อนข้างมีผลกับเรื่องมิติของริมฝีปากเลยล่ะค่ะ
ลิปสติกมีเนื้อสัมผัสให้เลือกแบบไหนบ้าง?
- ลิปสติกเนื้อแมตต์ (Matte Lipstick) ลิปแมตต์แบบเนื้อวิปตอนทาเป็นน้ำ สัมผัสบางเบาเคลือบทั้งริมฝีปาก เเต่ให้การปกปิดจะเลือกทาเเบบสายฝอหรือเเบบออมเบรก็เอาอยู่ติดทานานตลอดทั้งวัน
- ลิปสติกเนื้อครีม (Cream Lipstick) ลิปสติกเนื้อครีม มีเท็กซ์เจอร์ลิปที่เนียนนุ่ม ให้สีสด ชัดเจนคล้ายกับลิปเเมตต์เเต่จะมีความมันวาวกว่า บางยี่ห้อมีการเพิ่มสารบำรุงอย่างออยล์หรือวิตามินที่ไม่ทำให้ริมฝีปากเเห้ง ใดใดคือน้องจะไม่ติดทนเท่าอาจจะต้องพกไปเติมระหว่างวัน
- ลิปสติกเนื้อชายน์ (Shine Lipstick) ลิปสติกตัวนี้จะให้ความมันวาวมีการผสมกลิตเตอร์เล็กๆ ช่วยให้ปากดูชุ่มชื่น ดูระเรื่อ เหมาะกับวันที่อยากได้ลุคสบายๆ ดูเป็นธรรมชาติ
- ฟรอสตี้ลิปสติก (Frosty หรือ Pearlescent Lipstick) ลิปสติกประเภทนี้เนื้อลิปจะมีความมันวาวมีประกายมุกหรือกลิตเตอร์เม็ดละเอียดแล้วแต่แบรนด์ ตัวลิปจะมีสีขาวเหลือบ ๆ ทองเล็กน้อย ทาแล้วไม่หนักปากเกินไป
- ลิปสติกเนื้อเชียร์และซาติน (Sheer and Satin Lipstick) ลิปของประเภทเนื้อเชียร์และซาตินจะมอบสัมผัสมันวาว มีส่วนผสมของน้ำมันค่อนข้างเยอะ ทาแล้วทำให้ริมฝีปากดูอวบอิ่ม มีความคล้ายกับเนื้อชายน์ตรงที่ปกปิดไม่มากแต่ให้ความเป็นธรรมชาติต้องเติมบ่อยระหว่างวัน
รวมลิปสติกน่าซื้อติดตัวไว้ใช้ สีติดทน ทาลุคไหนก็รอด!
CHANEL Le Rouge Duo Ultra Tenue [Ad]

ลิปสติกดูโอ้ดีไซน์โมเดิร์นที่มาพร้อม 2 ด้านใช้งานง่าย เริ่มจากฝั่งลิควิดลิปที่ให้สีแน่นชัด เม็ดสีเข้มสด ติดทนด้วยเทคโนโลยีโพลีเมอร์ ช่วยล็อกสีให้สวยคมโดยไม่หลุดง่าย ก่อนทาทับด้วยลิปกลอสอีกด้านเพื่อเพิ่มความเงางามแบบกระจก ให้ฟินิชฉ่ำวาวแต่ยังคงความสบายริมฝีปาก ไม่เหนอะหนะ โดยให้ความเงาติดทนนานสูงสุดถึง 8 ชั่วโมง
เนื้อสัมผัส : 2 เนื้อสัมผัส เนื้อลิควิด สีสวยชัด เกลี่ยง่าย บางเบา และลิปกลอสใสที่มอบความชุ่มชื้นสูง ไม่เหนียวเหนอะหนะ
เหมาะกับ : คนที่ต้องการลิปสติกสีสวยชัด ติดทน ไม่ต้องเติมบ่อยระหว่างวัน
ปริมาณ : 8 ml.
ราคา : 1,800 บาท (ml. ละ 225 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ CHANEL ทุกสาขา, CHANEL
HOURGLASS Unreal High Shine Volumizing Lip Gloss #Strike

Hourglass Unreal High Shine Volumizing Lip Gloss เฉด Strike เป็นลิปกลอสโทน Deep Peach Beige ที่ให้ลุคนู้ดโทนอุ่นดูสุภาพแต่ยังมีความพีชสดใส ทาแล้วหน้าดูละมุนขึ้นทันที ฟินิชเป็นแบบ High Shine เงาฉ่ำเหมือนกระจก ไม่มีเม็ดกลิตเตอร์ เน้นความอิ่มน้ำใส ๆ ที่ดูแพงและคลีน จุดเด่นของสูตร Unreal คือช่วยให้ริมฝีปากดูฟูขึ้นด้วย Volulip™ พร้อม Hyaluronic Acid ที่เติมและล็อกความชุ่มชื้น ทำให้ปากนุ่มต่อเนื่อง เนื้อเกลี่ยง่าย ลื่น ไม่เหนียวหนึบเกินไป และมีกลิ่นวานิลลาผสมมินต์อ่อน ๆ ให้ฟีลสดชื่นกำลังดี
เนื้อสัมผัส : เนียนลื่นแบบซิลกี้ เคลือบปากได้สม่ำเสมอ ให้ความฉ่ำชัดแต่ไม่หนักหรือเหนอะหนะ
เหมาะกับ : คนที่อยากได้ลุคปากอวบอิ่มฉ่ำวาวแบบดูแพง
ปริมาณ : 5.6 g.
ราคา : 1,300 บาท (g. ละ 232.14 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Hourglass และเคาน์เตอร์เครื่องสำอางชั้นนำ
Source : 1
Dior Addict Shine Lipstick 422 Rose des Vents

Dior Addict Shine Lipstick สี 422 Rose des Vents เป็นเฉด Rosy Nude ที่ให้ฟีลชมพูกุหลาบระเรื่อแบบละมุนมาก ทาแล้วดูสุภาพแต่ยังมีความหวานแพงแบบลูกคุณหนู โทนสีเป็นชมพูหม่นผสมเบจนิด ๆ เลยไม่หวานเลี่ยนเกินไป และแม้ Undertone จะออก Neutral-Cool แต่ด้วยความโปร่งแสงแบบ semi-sheer ทำให้คนผิวสองสีหรือโทนอุ่นก็ทาได้ไม่ลอย จุดเด่นของรุ่นนี้คือฟินิช Vinyl Shine ที่ให้ความเงาฉ่ำชัดระดับกระจก ช่วยเบลอร่องปากให้ดูเรียบและอิ่มน้ำขึ้นทันที พร้อมส่วนผสมจากธรรมชาติถึง 90% โดยมี Jasmine Floral Wax เป็นตัวหลักที่ช่วยให้เนื้อลื่นและเติมความชุ่มชื้นยาวนาน
เนื้อสัมผัส : เนื้อแบบ Creamy Wax ที่เปลี่ยนเป็นออยล์ทันทีที่สัมผัสกับอุณหภูมิริมฝีปาก ให้ความรู้สึกหลอมละลาย
เหมาะกับ : คนที่มองหาลิปสติกโทน MLBB คือทาแล้วดูเหมือนไม่ได้ทา แต่ปากดูสวย สุขภาพดี และมีสีสันขึ้น
ปริมาณ : 3.2 g.
ราคา : 1,800 บาท (g. ละ 562.5 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Dior ทุกสาขา
Source : 1
NARS Afterglow Lip Balm #Orgasm

ลิปบาล์มมีสีของ NARS รุ่นนี้หยิบเอาโทนชมพูพีชในตำนานมาปรับให้ใช้ง่ายขึ้นในฟอร์มบาล์มที่เน้นความชุ่มชื้นและความโกลว์แบบใส ๆ สีออก Peachy Pink ผสมชิมเมอร์ทองละเอียด ช่วยขับสีปากเดิมให้ดูสดขึ้นแบบไม่ต้องพยายาม ฟินิชเป็น Sheer Glow ที่ไม่ทึบ แต่ให้มิติระเรื่อสุขภาพดี เหมาะกับทุกสีผิว เนื้อสัมผัสลื่นมาก ทาแล้วสบายปาก ไม่เหนียว ไม่จับเป็นคราบ เติมซ้ำระหว่างวันได้ง่าย จุดเด่นคือ Monoï Hydrating Complex ที่รวมทั้งน้ำมันโมนอยและสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงให้ริมฝีปากนุ่มและชุ่มชื้นยาวนาน พร้อมสูตรที่ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ จึงอ่อนโยนกับริมฝีปากที่บอบบางแพ้ง่าย
เนื้อสัมผัส : ลิปบาล์มเนื้อนุ่มละมุนที่เปลี่ยนเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบปาก
เหมาะกับ : ใช้ในชีวิตประจำวัน หรือผู้ที่ชอบแต่งหน้าใส ๆ สไตล์ No-Makeup
ปริมาณ : 3 g.
ราคา : 1,350 บาท (g. ละ 450 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ NARS ทุกสาขา
Source : 1
3CE Mood Recipe Matte Lip Color #221 Mellow Flower

ได้ยินชื่อแบรนด์ 3CE แล้วคงหนีไม่พ้นโทนลิปสติกสีอบอุ่น ต้องบอกว่าแบรนด์นี้ถือเป็นยอดฮิตที่สาว ๆ ต้องมี ลิปคอลเลกชัน Mood Recipe เป็นลิปแมตต์เนื้อเนียนนุ่มที่ให้สีสันแบบธรรมชาติด้วย 5 เฉดสีโทนน้ำตาล ทาแล้วกลบสีปากได้เนียนสุด ๆ พูดเลยว่าไม่ต้องกลัวตกร่องถึงแม้จะเป็นลิปเนื้อแมตต์แต่ทาแล้วปากแห้งตึงค่า
เนื้อสัมผัส : ลิปสติกเนื้อแมตต์ เนียนนุ่มเกลี่ยง่าย สีคมชัดติดทนนานไม่ทำให้ปากแห้ง
เหมาะกับ : คนที่ชอบโทนสีสไตล์เกาหลี เม็ดสีชัด ให้ลุคเรียบหรูทุกเฉดสี
ปริมาณ : 3.5 g.
ราคา : 790 บาท (g. ละ 225.71 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ 3CE ทุกสาขา และ Shopee
Source : 1
Fenty Beauty Gloss Bomb Stix High-Shine Gloss Stick #Is It Fu$$Y

เป็นลิปแท่งที่หยิบความฉ่ำเงาแบบ Gloss Bomb มาใส่ในฟอร์มที่ใช้ง่ายขึ้น โทนสีชมพูกุหลาบหม่นที่บาลานซ์ระหว่างความหวานกับความเท่ได้ดี ทาแล้วดูทันสมัย ไม่สว่างเกินไป ฟินิชให้ความเงาแบบ High-Shine เหมือนกลอส แต่เม็ดสีชัดกว่าลิปจิ้มจุ่ม ทำให้ปากดูเต็มและมีมิติในปาดเดียว เนื้อเป็นแบบ gloss-in-stick ที่สัมผัสแล้วจะละลายไปกับริมฝีปากทันที ให้ฟีลลื่นสมูท เคลือบร่องปากได้ดีโดยไม่ต้องถมหลายรอบ ความเงาที่ได้ดูฉ่ำสะท้อนแสงแต่ไม่เหนียวหนึบเหมือนกลอสลิควิด สูตรใส่ทั้ง Vitamin E และ Shea Butter ช่วยล็อกความชุ่มชื้น ทำให้ปากนุ่มยาวนานโดยไม่แห้งตึงระหว่างวัน
เนื้อสัมผัส : ลิปสติกเนื้อฉ่ำวาวเข้มข้นที่เน้นความสมูทลื่น
เหมาะกับ : คนที่ชอบความวาวแต่ต้องการการปกปิดสีปากที่มากขึ้น
ปริมาณ : 3.6 g.
ราคา : 1,090 บาท (g. ละ 302.78 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Fenty Beauty ทุกสาขา
Source : 1
Giorgio Armani Lip Maestro Intense Velvet Color ##107 Nuda

ลิปสติกเนื้อลิควิดแมตต์โทนชมพูอมน้ำตาลหม่นที่ให้ลุคสวยแพงแบบมีความ Quiet Luxury ฟินิชเป็น Luminous Velvet แมตต์กำมะหยี่ที่ยังมีมิติ ไม่แห้งแบน แสงตกกระทบแล้วยังดูนุ่มละมุน เม็ดสีแน่นคม ปาดเดียวกลบสีปากเดิมได้สนิท ให้ลุคสุภาพแต่คมแบบมืออาชีพ เนื้อสัมผัสคือจุดเด่นของลิปสติกรุ่นนี้ ด้วยเทคโนโลยี Backstage ที่ทำให้เนื้อเป็น Velvet Gel บางเบามาก ทาแล้วแทบไม่รู้สึกว่ามีอะไรเคลือบอยู่ ไม่เหนียวและไม่ดึงปากระหว่างวัน พร้อมเอฟเฟกต์เบลอร่องปากแบบใส่ฟิลเตอร์ ช่วยให้ริมฝีปากดูเรียบเนียนขึ้นทันที
เนื้อสัมผัส : ลิควิดลิปสติกเนื้อกำมะหยี่นุ่มละมุน
เหมาะกับ : ลุคที่ต้องการความน่าเชื่อถือ สุภาพ แต่ยังดูทันสมัย
ปริมาณ : 6.5 ml.
ราคา : 1,800 บาท (ml. ละ 276.92 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Giorgio Armani ทุกสาขา
Source : 1
Bobbi Brown Crushed Lip Color #Cranberry

Bobbi Brown รุ่นนี้คือฟาดดดสิบเต็มสิบแม่! ตัวลิปเค้าเป็นลิปบาล์มทาแล้วเหมือนบำรุงริมฝีปากตลอดเวลา นอกจากนี้เม็ดสีของลิปสติกคือแน่นดีฟาด ทาแค่ครั้งเดียวสีแบบปึกไม่ต้องทาซ้ำเลยค่ะ ต้องบอกว่าใครที่ไม่ชอบความฟาด ความแซ่บ เขาก็มีเฉดสีเบา ๆ แต่แน่นเหมือนกันเอาไว้เลือกถึง 5 เฉดสี แอบบอกว่าใครที่ไม่มีลิปสติกประจำตัวอวยยศอยากให้ซื้อพูดเลยว่าจึ้งมากก
เนื้อสัมผัส : เป็นลิปเนื้อบาล์ม ทาแล้วจะได้ความแมตต์ซาติน สบายปากติดทนนาน
เหมาะกับ : คนที่ชอบลิปสีเข้มชัด ๆ สามารถหยิบทาได้กับทุกลุค และชอบความแมตต์ที่ไม่ทำให้ริมฝีปากแห้ง
ปริมาณ : 2.25 g.
ราคา : 850 บาท (g. ละ 377.77 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Bobbi Brown ทุกสาขา, Lazada
Source : 1
YSL Rouge Pur Couture The Slim Glow Matte Lipstick #202 Insurgent Red

ต้องบอกว่าแบรนด์ดังอย่าง YSL เขาก็มีลิปสติกให้เราได้เลือกใช้เหมือนกันนะคะ สำหรับลิปรุ่นนี้เขาเป็นลิปฟินิชแบบแมตต์ที่คงความชุ่มชื้นไว้ให้กับริมฝีปาก พิกเมนต์สดชัด พร้อมประกายชิมเมอร์แบบสวยหรูใครที่อยากได้ลิปทาออกงาน หรือไปปาร์ตี้เราว่าลิปแท่งนี้ควรค่าแก่การลงทุนมาก ๆ เลย
เนื้อสัมผัส : ลิปเนื้อแมตต์ ที่มีพิกเมนต์สด สีแน่นชัดพร้อมประกายจากชิมเมอร์เบา ๆ
เหมาะกับ : คนที่ชอบลิปสีแน่น ๆ มีพิกเมนต์ที่สดชัดเจน ทาได้ทั้งลุคกลางวันและกลางคืน
ปริมาณ : 2.10 g.
ราคา : 1,600 บาท (g. ละ 761.90 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ YSL ทุกสาขา
Source : 1
Tom Ford Lip Color Matte #100 Equus

ถ้าอยากลงทุนกับลิปสติกที่ให้ความหรูหรา ปั๊วะปัง ต้องลิปสติกจาก Tom Ford เลยค่ะ สาว ๆ ที่อยากได้ลิปโทนสีที่เอาอยู่ทุกลุค ไม่ว่าจะลุคทำงาน ไปเที่ยว ไปปาร์ตี้ เราว่ามีแท่งนี้อันเดียวเอาอยู่มันกริบมากจริง ๆ ทุกคน ถึงตัวลิปจะเป็นเนื้อแมตต์แต่ไม่ได้แมตต์ซะทีเดียวเค้าจะมีความเป็นเนื้อกำมะหยี่นิด ๆ เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัดไม่ต้องทาย้ำสีก็สวยแล้ว ใครที่ยังไม่เคยลองนี่เป็นอีกแบรนด์ที่อยากบอกว่าไม่ควรพลาดเลยล่ะค่ะ
เนื้อสัมผัส : เนื้อลิปสติกเป็นแมตต์กำมะหยี่ เกลี่ยง่าย เม็ดสีชัดและสีติดทนนาน
เหมาะกับ : คนที่อยากได้ลิปสติกสีเรียบหรู แมตช์ลุคคุณหนูแบบฟาด ๆ เอาอยู่ทุกลุค
ปริมาณ : 3 g.
ราคา : 2,200 บาท (g. ละ 733.33 บาท)
พิกัด : เคาน์เตอร์ Tom Ford ทุกสาขา, Lazada
Source : 1
พูดเลยว่าลิปสติกที่เราเลือกมามีตั้งแต่แบบใส ๆ วัยรุ่นชอบกับฟาด ๆ ทั้งกลางวันและกลางคืนกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่อยากเปลี่ยนอารมณ์แต่งหน้าเอาแบบสีเข้มขึ้นหน่อยต้องจัดแล้วนะคะ ส่วนสาวคนไหนที่แซ่บมาตลอดอยากฟังหยิบลุคธรรมชาติมาใช้บ้างก็เอาสีซอฟท์ ๆ ไปลองทากันได้ทีนี้ต้องหมดคำถามว่าลิปสติก ยี่ห้อไหนดี 2026 แล้วน้า
บทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจ


