3.9
130 เรตติ้ง (95 รีวิว)
ปิดอยู่จะเปิดในเวลา 11:30

รีวิว 100มหาเศรษฐ์ สี่พระยา

photo
Pednoii AhHa
2.2k2.5k33.4k
ยืนยันตัวตนแล้ว
3 ธ.ค. 2017
ดูแล้ว 37
Quality Review
Wongnai Sneak Peek กับอาหารเหนืออีสานฟิวชั่นสุดหรู กับรสชาติสุดจิ๊ดจ๊าด
ราคาต่อหัว: 251 - 500 บาทเมนูเด็ด: ต้มขี้เหล็กหางวัว, เนื้อเค็ม, คางหมูทอด, ข้าวปุ้นสมองหมู, ซี่โครงแพะย่าง, สันคอหมูรมควัน, Grilled Braised ox Tongue, Tenderloin (Surin), ห่อหมกสมองหมู, ผ้าขี้ริ้วทอดใส่ “ผักลืมผัว”, Grilled Bone Marrow, ฮอทด๊อกไส้อั่ว, หัวใจย่าง(KKC), Mango sorbe 1scoop

เปิดรีวิวที่ 300 กับผม Pednoii AhHa สำหรับวันนี้ผมได้รับเชิญเข้าร่วมกิจกรรม Wongnai Sneak Peek จากทางวงใน โดยวันนี้เราจะได้มาชิมอาหารที่ร้านอาหารเปิดใหม่อย่าง “100 Mahaseth” ณ บ้านเลขที่ 100 ถนนมหาเศรษฐ์ โดยเมื่อก่อนร้านนี้เป็นเพียงร้านอาหารเล็กๆที่ขายจิ้มจุ่มทั่วๆไป แต่เมื่อการท่องเที่ยวสไตล์ฮิปสเตอร์กลับมาอีกครั้ง ทำให้คุณอิ๊บ เจ้าของร้านนี้ตัดสินใจลงทุนร่วมกับเชฟชาลี (วันนี้เค้าจะมารังสรรค์อาหารให้ทานกัน) และเชฟแรนดี้จากร้าน Fillets หลังสวน เนรมิตบ้านไม้สักเก่าหลังนี้ให้กลายเป็นร้านอาหารแบบไทยๆ สไตล์โรงนานั่นเอง ร้านนี้มี 2 ชั้น ซึ่งมีทั้งแบบโซน indoor และ outdoor แต่ส่วนใหญ่จะเป็น indoor ท่านใดที่สูบบุหรี่ ทางร้านก็จัดโซนไว้ให้เช่นกัน ชั้นล่างจะเป็นทั้งโซนห้องครัว โดยจะมีตู้แช่เนื้อให้เราได้เห็นเนื้อวัว เนื้อหมู ห้อยอยู่ในตู้ ด้านล่างจะมีวางถาดเกลือไว้สำหรับหมักเนื้อ นอกจากนี้เรายังสามารถมองเห็นการทำอาหารของห้องครัวผ่านกระจกได้เช่นกัน มีก๊อกสำหรับกดเบียร์สดอยู่ที่ชั้นนี้ด้วยเช่นกัน และชั้นสองจะมีบาร์ไว้สำหรับบริการเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โซนที่สูบบุหรี่และห้องน้ำจะอยู่ชั้นนี้ครับ วันนี้ทางร้านได้จัดโซนชั้น 2 ไว้สำหรับทานอาหารโดยเฉพาะ ค่อนข้างมีความเป็นส่วนตัวค่อนข้างสูงเลยทีเดียว และยังมีฉากขาวไว้สำหรับถ่ายอาหารด้วยครับ สำหรับการเดินทาง ซึ่งถ้าขับรถยนต์มาสามารถจอดได้ที่หน้าร้านเลยครับ หรือถ้าไม่อยากจอดรถที่ข้างทาง สามารถสอบถามกับทางร้านเพื่อหาที่จอดประจำของทางร้านได้เลยครับ แต่ถ้ามาด้วยขนส่งสาธารณะ แนะนำว่าให้นั่งแท๊กซี่มาลงที่หน้าร้านจะสะดวกที่สุดครับ ก่อนที่เราจะมารีวิวอาหารกันนั้น ขอเกริ่นถึงสไตล์อาหารของร้านนี้สักนิด ร้านนี้เมนูอาหารหลักๆจะเป็นอาหารไทยสไตล์ฟิวชั่นซึ่งจะค่อนไปทางอีสานและเหนือเป็นหลักครับ รวมทั้งจะมีปนนานาชาติมานิดๆหน่อยๆ ซึ่งแรงบันดาลใจของร้านนี้ เชฟชาลีได้เล่าว่า เชฟอยากทานอาหารสักอย่าง แต่เมนูเหล่านั้นมักจะไม่มีใครทำ เชฟเลยสรรค์สร้างเมนูอาหารที่หาทานได้ยากๆ หรือหาทานไม่ได้แล้ว ด้วยการนำวัตถุดิบแปลกๆ เช่นสมองหมู มาทำให้กลายเป็นเมนูที่มีรสชาติในแบบที่เชฟอยากจะทาน หรือจะเป็นเครื่องในที่เราเห็นทุกวันอย่าง ผ้าขี้ริ้ววัว มานำเสนอในรูปแบบที่คาดไม่ถึง วัตถุดิบหลายๆอย่างเชฟจะออกเดินทางค้นหาไปทั่วประเทศ และส่งวัตถุดิบเหล่านั้นกลับมาปรุงอาหารให้เราทานกัน ถึงแม้ว่าทั้งเชฟชาลีและเชฟแรนดี้เพิ่งจะมาจับอาหารไทย แต่กระนั้นเชฟยังนำประสบการณ์ที่มีจากอาหารนานาชาติ มานำเสนอเป็นอาหารไทยให้เราทานกันได้ โดยเรียนรู้เทคนิคหลายๆอย่างจากลูกมือที่ทำอาหารไทยอยู่แล้วนั่นเอง ดังนั้นไม่ต้องกลัวว่ารสชาติจะไม่ถูกปาก สำหรับกลุ่มเป้าหมายหลักของร้านนี้จะเป็นชาวต่างชาติ ที่อยากจะทานอาหารไทยรสชาติแท้ๆ (รสชาติจัดจ้านไม่หวานเกินไป) และถ้าคนไทยมาเอง ผมบอกได้เลยว่าถูกปากอย่างแน่นอน เกริ่นกันไปแล้ว เรามาดูกันดีกว่าครับว่าวันนี้ทางร้านนำเสนออะไรบ้าง เริ่มต้นกันด้วยน้ำจิ้มกัน ร้านนี้จะมีน้ำจิ้มอยู่ด้วยกัน 3 อย่างด้วยกัน ได้แก่ 1. Thai chimichurri: น้ำจิ้มสไตล์อาร์เจนตินา ที่นำมาดัดแปลงสูตรให้เป็นแบบไทยนิดๆ ไว้สำหรับทานกับเนื้อครับ จะค่อนข้างมันๆเนื่องจากส่วนประกอบหลักเป็นน้ำมันมะกอก รสชาติผักชีจะโดดเด่นมาก และมีพริกแห้งตกแต่งครับ 2. จิ้มแจ่ว: รสชาติดีมากๆครับ เปรี้ยวนำและหวานตาม ความเผ็ดไม่มากเท่าไร แต่ช่วยชูรสชาติอาหารได้ดีเลยครับ 3. แจ่วบอง: ซอสสไตล์ภาคอีสานซึ่งส่วนประกอบหลักๆจะมาจากปลาร้าต้มสุก ดังนั้นทานได้ไม่ต้องกลัวท้องเสีย เสิร์ฟมาในถ้วยหินพร้อมกับช้อนไว้ตักครับ เป็นน้ำจิ้มที่ผมประทับใจที่สุดครับ เพราะรสชาติจัดจ้านแถมเผ็ดมาก แต่มีความหอมอย่างบอกไม่ถูก ที่สำคัญไม่ได้กลิ่นปลาร้าเลยครับ ทั้ง 3 อย่างนี้จะเสิร์ฟคู่กับแคปหมูที่ค่อนข้างกรอบครับ แต่อาจจะแข็งไปสักหน่อยสำหรับคนที่ดัดฟันครับ และยังมีผักสดๆ ได้แก่ ผักชีลาว ผักชีฝรั่ง ผักแพ้ว แตงกวา มะเขือ ผักชี โหระพา และขแยง ไว้สำหรับทานกับเนื้อต่างๆด้วยครับ ผ่านน้ำจิ้มไปแล้ว เรามาดูเครื่องดื่มกันดีกว่า 1. Passionfruit Juice ราคา 80 บาท: รสชาติจะค่อนข้างเปรี้ยวเป็นธรรมดา แต่ยังได้ความหวานเล็กๆครับ ทานแล้วสดชื่นมากๆ 2. โด่ไม่รู้ล้ม(ยาดอง): Welcome Drink ที่ทางร้านเตรียมไว้ต้อนรับครับ รสชาติเมื่อทานเข้าปากจะได้ความเย็นแบบมิ้นต์ๆครับ แต่เมื่อแอลกอฮอล์เริ่มทำงานจะทำให้ร้อนถึงร้อนมากๆครับ ไม่เหมาะอย่างยิ่งกับคนที่แพ้แอลกอฮอล์ครับ ผมเองทานแล้วหน้าแดงมากและทำให้ประสาทรับรสชาติหน่วงๆไปด้วยครับ ประมาณ 2 ชั่วโมงถึงจะสร่างครับ โดยยาดองนี้ทางเชฟเป็นคนหมักเองครับ เจอเครื่องดื่มกันไปแล้ว วันนี้ทางร้านจัดเมนูของคาวไว้ให้ถึง 18 เมนูกันเลยทีเดียว และแต่ละเมนูจะเป็นอย่างไรบ้าง เริ่มกันเลยครับ 1. ไขกระดูกส้าขี้ม่อน ราคา 360 บาท: ประเดิมด้วยไขกระดูกจากวัวซึ่งได้จากกระดูกส่วนแข้งวัวครับ โดยจะนำไปย่างและเผาบนเตาถ่านไม้ลำไยครับ ให้ส่วนของไขละลายออกมา แล้วโรยงาขี้ม่อนคั่ว (เป็นเม็ดกลมๆเล็กๆ ทานแล้วกรุบๆกรอบๆ) ต้นหอมและตะไคร้ ปรุงรสเพิ่มเติมด้วยน้ำตาลปี๊บ มะนาว น้ำปลา และพริกสด ซึ่งจะได้รสชาติที่หวานและมันจากตัวไขกระดูก บวกกับรสเปรี้ยวๆนิดหน่อยจากที่ปรุงรสเพิ่มเติมครับ เสิร์ฟมาในจานสแตนเลส วางบนหินแม่น้ำ โดยส่วนตัวชอบ Texture ตรงที่ทานแล้วกรุบๆ แต่ยังได้รสชาติหวานๆมันจากไขกระดูกครับ แต่จะตักทานค่อนข้างยากพอสมควรครับ เพราะตัวงาขี้ม่อนร่วงง่ายครับ 2. ผ้าขี้ริ้วทอดใส่ “ผักลืมผัว” ราคา 275 บาท: ใครหลายๆคนที่ทานเครื่องใน โดยเฉพาะเครื่องในวัว จะต้องคุ้นชื่อ “ผ้าขี้ริ้ว” หรือสไบนาง หรือกระเพาะวัวส่วนแรกที่เรียกว่า Rumen โดยปกติที่เราเห็นกันจะเป็นสีขาว ซึ่งสีขาวนั้นผ่านการฟอกขาวมาอีกทีครับ เพราะสีปกติจะเป็นสีดำนั่นเอง (ซึ่งถ้าสีดำๆคงจะไม่มีใครกล้าทาน) แต่สำหรับร้านนี้จะนำเสนอเป็นสีแบบออริจินัลเลยครับ วิธีการทำค่อนข้างจะยุ่งยากมากครับ เพราะต้องนำไปต้มในน้ำส้มสายชูถึง 3 รอบด้วยกัน แล้วนำไปตากบนเตาถ่านให้แห้ง จากนั้นก็หั่นและลงทอด หน้าตาจะเหมือนสาหร่ายยี่ห้อเถ้าแก่น้อยเลยครับ ส่วนรสสัมผัสเองก็เหมือนสาหร่ายทอดมากๆเลยครับ เมนูนี้คุณอิ๊บจึงบอกว่า เหมาะสำหรับคนที่ไม่ทานเครื่องในหรืออยากจะแกล้งโดยหลอกว่าเป็นสาหร่ายครับ แต่ที่แยกออกว่าเป็นผ้าขี้ริ้วนั้น เพราะมันจะมีส่วนที่แอบเหนียวๆ ซึ่งสาหร่ายไม่สามารถทำให้เหนียวขนาดนี้ได้ จะทานเปล่าๆ หรือทานคู่กับน้ำจิ้มที่เสิร์ฟมาด้วยกัน รสชาติจะออกเปรี้ยวๆ และยังมีผักลืมผัวให้กินคู่กันด้วยครับ สำหรับจานนี้ผมคิดว่าทานกับแจ่วบองอร่อยที่สุดครับ 3. เนื้อเค็ม ราคา 390 บาท: เค็มสมชื่อกับเนื้อเค็มจริงๆครับจานนี้ โดยเนื้อที่ใช้นั้นจะเป็นเนื้อไทย-วากิวครับ เอามาดองในน้ำปลา น้ำตาลปิ๊บ และเครื่องเทศ และตกแต่งด้วยซอสหลนกระเทียมดำที่ทำมาจากหนังควาย ชูรสชาติของเนื้อได้ดีมากๆ เสียดายที่น้ำจิ้มน้อยไปสักหน่อยครับ แต่กระนั้นทานกับจิ้มแจ่วเองก็อร่อยไม่แพ้กัน ช่วยลดความเค็มลงไปได้ค่อนข้างดี ส่วนรสสัมผัสเนื้อ ถือว่าค่อนข้างนุ่มมากเลยครับ เคี้ยวง่าย 4. หัวใจหมูย่างกับสลัดผักชี ราคา 300 บาท: หัวใจหมูที่ผ่านการหมักแล้วนำไปย่างบนไฟอ่อนๆ สไลด์เป็นชิ้นบางๆ ค่อนข้างเคี้ยวง่ายครับ ทานคู่กับสลัดผักชีที่ใส่ผักชีลาว มะเขือเทศ และปรุงด้วยมะนาว ทานด้วยกันแล้วเข้ากันมากๆ ไม่จำเป็นต้องพึ่งน้ำจิ้มใดๆครับ 5. หมูสามชั้นทอดจิ้มน้ำพริกกะปิคั่วผงลาบ ราคา 250 บาท: เมนูชวนอ้วนกับหมูสามชั้นทอด ที่เอาไปหมักด้วยรากผักชีและน้ำปลา ก่อนจะนำไปทอดกรอบ ทานเปล่าๆจะออกเค็มๆ ส่วนรสสัมผัสจะออกแข็งๆไม่กรอบเท่าไร ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าหั่นเป็นชิ้นๆแล้วค่อยนำไปทอดครับ ทานคู่กับน้ำพริกกะปิพริกลาบสูตรประจำร้าน โดยส่วนตัวมองว่ากะปิค่อนข้างจะโดดเด่นไปหน่อยครับ รวมทั้งค่อนข้างเค็มไปหน่อย ทำให้หมูที่เค็มอยู่แล้วยิ่งเค็มไปอีกครับ แต่อย่างน้อยก็ยังมีกะหล่ำปลีย่างไว้ทานคู่กันครับ ซึ่งจะออกฉ่ำๆกรอบๆหน่อยๆครับ 6. ฮอทดอกไส้อั่วรมควัน ราคา 190 บาท: เมนูนี้เป็นเมนูเพียงอย่างเดียวที่ไม่ได้ทำเองทั้งหมด โดยไส้อั่วได้จากร้านที่เชฟชื่นชอบที่เชียงใหม่ ส่วนขนมปังเองก็เป็นร้านที่เชฟชอบเช่นกัน โดยจะนำไส้อั่วมารมควันด้วยถ่านไม้ลำไยประมาณ 2 ชั่วโมง จากนั้นนำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ เสิร์ฟบนขนมปังบาแก๊ตและทาด้วยแยมน้ำพริกหนุ่ม หั่นเป็น 2 ชิ้นและเสิร์ฟมาในกล่องสีเหลี่ยมสีแดง รสชาติค่อนข้างจัดจ้านไปจนเผ็ดมากเลยครับ ด้วยความที่ไส้อั่วเป็นแบบเผ็ดครับ บวกกับน้ำพริกหนุ่มที่เผ็ดเช่นกันครับ เมนูนี้จึงเหมาะกับคนที่ทานเผ็ดอย่างยิ่งครับ 7. ข้าวหุง ราคา 40 บาท: คั่นระหว่างจะไปเมนูถัดไปด้วยข้าวเกษตรอินทรีย์จากจังหวัดสุรินทร์ หมายเลข 105 ซึ่งจะมีกลิ่นหอมที่สุดในบรรดาข้าวไทยครับ โดยเป็นการผสมระหว่างข้าวนิลและข้าวหอมมะลิแบบสีเปลือกออกเพียงอย่างเดียว หุงได้นิ่มกำลังดีเลยครับ แอบเสียดายที่ทานไม่หมดเนื่องจากยาดองตีกะเพาะอาหารตลอดเวลาครับ T_T 8. ข้าวปุ้นสมองหมู ราคา 280 บาท: เริ่มองค์สองด้วยเมนูที่หาทานยากมากๆกับ เส้นขนมจีนที่ทานคู่กับ “สมองหมู” ที่นำไปมูสให้เหลวๆ และนำไปต้มในน้ำกะทิ ทานคู่กับหมูกรอบที่ทอดจนกลายเป็นกากหมู ผักสดเช่น ถั่วฝักยาวและถั่วงอก กะหล่ำปลีดอง พริกแห้ง ยังมีกระเทียมเจียวเสิร์ฟคู่ด้วยครับ ตัวเส้นนิ่มและอร่อยมากๆ ส่วนตัวน้ำกะทิรสชาติกลางๆไม่เผ็ดจนเกินไป ส่วนมูสสมองหมูจะออกเลี่ยนๆหน่อยๆครับ รสสัมผัสจะละมุนหน่อยๆแบบละลายในปาก จึงต้องทานตัดเลี่ยนกับน้ำยากะทิครับ เหมาะสำหรับคนที่กล้าลองของแปลกเป็นที่สุดครับ 9. ไส้หมูย่าง ราคา 220 บาท: เมนูร้านหมูย่างที่คุ้นเคย จะเป็นไส้หมูที่นำไปตุ๋นก่อน จากนั้นจะมาทาด้วยซอสสูตรประจำร้าน แล้วนำไปย่างบนเตาถ่านเช่นกัน ซึ่งจะได้กลิ่นไม้ลำไยติดบนไส้หมูด้วยครับ ทานคู่กับน้ำจิ้มแจ่วสูตรพิเศษรสจัดจ้านกว่าที่เสิร์ฟให้ตั้งแต่ตอนแรกครับ รสชาติไส้ดีมากๆครับ จะออกเค็มๆหน่อยๆ แต่ติดตรงที่ยังมีบางส่วนค่อนข้างเหนียวครับ ส่วนน้ำจิ้มรู้สึกว่าจะไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไร แต่ถ้าลองจิ้มกับน้ำจิ้ม Chimichurri เข้ากันได้ดีเลยครับ 10. คางหมูทอด ราคา 320 บาท: เป็นส่วนของหมูอีกส่วนนึงที่อร่อยไม่แพ้ส่วนอื่นๆครับ คางหมูนั้นจะนำไปหมักในน้ำปลาและเครื่องเทศก่อน จึงค่อยนำไปทอด ทานคู่กับข้าวแห้งทอดกรอบเม็ดสีขาวๆ รสสัมผัสของหมูนั้นถือว่าพิเศษที่สุดของจานนี้เลยก็ว่าได้ เพราะมันนิ่มกว่าส่วนของคอหมูอีกครับ แถมยังได้ความกรุบกรอบจากข้าวแห้งทอดด้วยครับ เมนูนี้หมดไวที่สุดของวันนี้เลยครับ 11. ตำหลวงพระบาง ราคา 160 บาท: ตำอย่างแรกที่เสิร์ฟให้ชิมกันวันนี้ ตำด้วยมะละกอแผ่น ปรุงรสด้วยน้ำปลาร้าและน้ำปู่ และใส่ปูดองที่ทางร้านทำการดองเอง รสชาติจะเข้มข้นและเผ็ดจัดจ้าน ปิดท้ายด้วยการโรยเม็ดฟักทองสีเขียว ทานแล้วกรุบๆครับ 12. ตำไทย ราคา 160 บาท: ตำไทยสูตรดั้งเดิมโดยใช้มะละกอเส้น ใส่กุ้งแห้งและถั่วลิสงคั่วเอง รสชาติจะค่อนไปทางหวานหน่อยๆครับ แอบเผ็ดเบาๆ เสียดายตรงที่น้ำยำค่อนข้างจะเยอะไปหน่อยครับ ส่วนตัวเส้นค่อนข้างกรอบเลยทีเดียว ถ้าแช่น้ำแข็งก่อนตำจะฟินมากๆครับ 13. ห่อหมกสมองหมู ราคา 300 บาท: เริ่มองค์สามกับเมนูที่หาทานยากมากๆกับการนำ สมองหมูไปคลุกกับเครื่องเทศสูตรประจำร้าน ห่อด้วยใบตองสด นำไปย่างด้วยไฟอ่อนๆ ซึ่งกลิ่นของใบเตยจะฟุ้งเบาๆเมื่อนำมาเสิร์ฟครับ โดยรสสัมผัสจะค่อนข้างเหมือนมูสในข้าวปุ้นเลยครับ เพียงแต่จะหนักแน่นมากกว่า จานนี้ถ้าทานเพียวๆอาจจะเลี่ยนเนื่องจากเป็นไขมันล้วนๆครับ แนะนำให้หยอดด้วยแจ่วบองซึ่งช่วยตัดรสชาติได้ดีและทานกับข้าวสวย เป็นอะไรที่ฟินมากๆครับ 14. ต้มขี้เหล็กหางวัว ราคา 380 บาท: เมนูสุดพิเศษของทางร้านอีกอย่างนึง โดยซุปจะได้จากการต้มด้วยใบย่านางและปลาทูเค็มครับ ใส่ใบขี้เหล็กที่ตำละเอียด และหางวัวที่ตุ๋นนานจนนุ่มมากๆครับ รสชาติกำลังดีเลยครับ โดยเวลาที่เราทานจะได้ความซ่าๆนิดๆจากใบย่างนาง ความหอมจากใบขี้เหล็ก และความนุ่มละมุนของหางวัว ทานคู่กับข้าวสวยเข้ากันดีที่สุดครับ นอกจากนี้ จานนี้ยังเสิร์ฟคู่กับตำมะอึกรสเปรี้ยวออกหวานหน่อยๆ ไว้แก้เลี่ยนจากใบขี้เหล็กครับ 15. ลิ้นวัวย่าง ราคา 490 บาท: เมนูอีกจานที่สุดแสนประทับใจ ด้วยการนำลิ้นวัวไปตุ๋นก่อนเป็นเวลา 3 ชั่วโมง จากนั้นนำไปย่าง รสสัมผัสนุ่มจนละลายในปากเลยครับ ถ้าทานเปล่าๆจะได้รสไหม้ๆในปากนิดๆครับ แต่ถ้าทานคู่กับน้ำพริกมะระขี้นก จะได้ความขมมาช่วยดึงความหวานของลิ้นวัวด้วยครับ คำแนะนำสำหรับจานนี้ควรจะทานกับมะระขี้นกดีที่สุดครับ แต่ควรใส่มะระขี้นกเพียงนิดเดียว เนื่องจากมะระขมมากๆครับ หรือจะทานกับแจ่วบอง หรือ Chimichurri ก็เข้ากันครับ ตกแต่งด้วย Edible Flower อย่างดอกดาวเรืองแบบ Food Grade ที่เราสามารถทานได้ครับ สีจะออกเหลืองซีดๆไม่เท่าแบบที่เห็นทั่วไป 16. ซี่โครงหมูอ่อนต้มใบชะมวง ราคา 280 บาท: ซุปแก้เลี่ยนหลังจากทานเมนูหนักๆมาหลายจานแล้ว โดยจะนำซี่โครงหมูไปต้มกับใบชะมวง โดยรสชาติจะออกเค็มหน่อยๆ ได้ความหอมและกลมกล่อมจากใบชะมวงครับ ส่วนเนื้อก็นิ่มมากๆ ลอกจากกระดูกได้ง่ายมากๆ โรยด้วยดอกดาวเรือง Food Grade เช่นกัน 17. ซี่โครงแพะย่าง ราคา 580 บาท: ซี่โครงแพะที่นำไปดองในน้ำปลา จากนั้นนำไปย่างให้สุกแบบ medium-well เนื้อมีความนุ่มมากๆ ไม่มีกลิ่นคาวของแพะหลงเหลืออยู่ครับ ทานคู่กับ Chimichurri อร่อยที่สุดครับ อย่าลืมทานเนื้อแพะคู่กับขิงดองเพิ่มความเปรี้ยวและเผ็ดเบาๆ 18. สันคอหมูรมควัน ราคา 330 บาท: ใกล้จะถึงเส้นชัยกับเมนูรองสุดท้ายอย่าง สันคอหมูรมควัน ที่ใครหลายๆคนต้องชอบ โดยจะนำสันคอหมูไปหมักด้วยพริกลาบบสูตรเฉพาะของทางร้าน และสำไปรมควันด้วยถ่านไม้ลำไยถึง 4 ชั่วโมงด้วยกัน เสิร์ฟพร้อมกับสับปะรดหั่นเป็นชิ้นเล็กๆย่างพริกข่า ตกแต่งด้วยผักแพ้ว ผักชีลาว และ edible flower ดอกดาวเรืองครับ เมนูนี้รสชาติจะหนักเครื่องเทศเป็นหลัก ซึ่งรสชาติเผ็ดจากพริกลาบจะโดดเด่นเป็นพิเศษครับ ทานเพียวๆก็อร่อยแล้วครับ หรือจะทานกับน้ำจิ้มแจ่วก็โอเครเช่นกัน ส่วนรสสัมผัสของเนื้อนุ่มและได้กลิ่มหอมเบาๆจากคอหมูด้วยครับ 19. Tenderloin ราคา 780 บาท: เมนูของคาวจานสุดท้ายของวันนี้ โดยเนื้อที่ใช้เป็นเนื้อวัวไทย-วากิว ส่วนสันในที่นุ่มที่สุดจากสุรินทร์ ไม่มีไขมันแทรก นำมาย่างแบบ Medium Rare ด้วยถ่านไม้ลำไยเพื่อเพิ่มความหอม เนื้อมีความชุ่มฉ่ำและหวานมากๆ นอกจากนี้ยังนุ่มสมชื่อเลยครับ ทานคู่กับยำมะเขือเผาถึง 3 ชนิดด้วยกัน โดยหลักๆจะเป็นมะเขือเปาะครับ จานนี้มีความเป็นไทยค่อนข้างสูงมากๆ เพราะว่าเนื้อเองก็ผ่านการหมักเครื่องเทศก่อนนำไปเผา และยำมะเขือเผาเองก็ช่วยตัดเลี่ยนได้ดีเช่นกัน ถือเป็นการปิดองค์ 3 ของมื้อนี้ได้สมบูรณ์ครับ ผ่านของหวานกันมาแล้ว ต่อไปก็ต้องปิดท้ายด้วยของหวานครับ ซึ่งในวันนี้เมนูเชอร์เบทสับปะรดยังไม่พร้อม จึงมีลอดช่องวัดเจษฯ เสิร์ฟแทนครับ ซึ่งค่อนข้างสดใหม่เลยทีเดียว ตัวลอดช่องยังนิ่ม และส่วนของน้ำกะทิก็ยังไม่เป็นไขครับ สรุปปิดท้ายสำหรับมื้ออาหารวันนี้ถือว่าทำได้ประทับใจมากๆครับ ในเรื่องรสชาติค่อนข้างจัดจ้านสมกับเป็นอาหารไทยจริงๆครับ เสียดายที่ผมทานเผ็ดมากกว่านี้ไม่ได้ อาจจะมีบางเมนูที่ต้องแก้ไขเพิ่มเติม นอกจากนี้ในเรื่องของการบริการก็ดีเยี่ยมครับ ส่วนอาหารมาค่อนข้างไวมากครับ ทำให้บางช่วงอาหารเต็มโต๊ะเลยครับ ในเรื่องของการสร้างสรรค์นั้นถือว่าดีเยี่ยมครับ โดยเฉพาะความคิดสร้างสรรค์ที่นำผ้าขี้ริ้วมานำเสนอใหม่ในรูปแบบสาหร่าย O_O และความพิถีพิถันไม่ได้อยู่แค่เฉพาะอาหารเท่านั้น ยังรวมไปถึงจานชามช้อนที่ค่อนข้างมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เข้ากับบรรยากาศมากๆ ซึ่งแอบสงสารพนักงานเลยครับเพราะว่าแต่ละภาชนะนั้นหนักมากๆครับ สำหรับร้านนี้ ถ้าใครมีเพื่อนชาวต่างชาติมาเที่ยวกรุงเทพฯ แล้วละก็อย่าลืมพามาร้านนี้นะครับ และขอขอบคุณทีมงานและพี่ๆ Elite user ทุกท่านที่มาร่วมกิจกรรมวันนี้ด้วยกันนะครับ ถ้ารีวิวนี้มีข้อผิดพลาดประการต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ

อาหาร หรือ เครื่องดื่ม
สันคอหมูรมควัน
Tenderloin (Surin)
ผ้าขี้ริ้วทอดใส่ “ผักลืมผัว”
ฮอทด๊อกไส้อั่ว
Grilled Braised ox Tongue
Grilled Bone Marrow
เนื้อเค็ม
หมูสามชั้นทอดจิ้มน้ำพริกกะปิคั่วผงลาบ
ฮอทด๊อกไส้อั่ว
Steam Rice
ข้าวปุ้นสมองหมู
ข้าวปุ้นสมองหมู
ไส้หมูย่าง
คางหมูทอด
Somtam Luang prabang
ห่อหมกสมองหมู (แอ๊บอ่องออ)
ซี่โครงแพะย่าง
ตำไทย
ตำไทยใส่ปู
ซี่โครงแพะย่าง
ต้มขี้เหล็กหางวัว
Mango sorbe 1scoop
ต้มขี้เหล็กหางวัว
Tenderloin (Surin)
Tenderloin (Surin)
Tenderloin (Surin)
Lod Chong
Lod Chong
บรรยากาศ
แจ่วบอง
Chimichurri
แคปหมู
อาหาร หรือ เครื่องดื่ม
จิ้มแจ่ว
เนื้อเค็ม
น้ำเสาวรส
Thai lced Coffee
ชาอัญชันมะนาว
โด่ไม่รู้ล้ม
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
หน้าร้าน
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
บรรยากาศ
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ป้ายราคาหรือสมุดเมนู
ตัวกรอง
เรียงตาม
ยอดนิยม
photo
BB (Premium Low Cost)
7694612.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
4 ก.พ. 2024
ดูแล้ว 1,024
Quality Review
ยกระดับอาหารอีสานได้ดี ดูพรีเมี่ยม
ราคาต่อหัว: 501 - 1,000 บาทเมนูเด็ด: ยำชีหัวใจหมู, ซี่โครงหมูต้มใบชะมวง

ร้าน 100มหาเศรษฐ์ เป็นร้านที่ยกระดับอาหารอีสานได้ดีเลยครับ ทั้งรสชาติที่ใกล้เคียงที่เคยทาน แต่ดูพรีเมี่ยมมากขึ้น ทั้งหน้าตาและวัตถุดิบ รวมถึงอุปกรณ์ที่ใช้ มีที่มา และมีคุณค่าเพิ่มมากขึ้น เริ่มจากชุดน้ำพริกที่เสริฟให้ฟรี เป็นเมนูเริ่มต้นที่ดูดี น้ำพริกรสชาติดีทั้ง3อย่าง พร้อมกับผัดสดและแคปหมู -ยำชีหัวใจหมู ยำมากลมกล่อม ผักผสมกันมารสชาติได้พอดี -ใส้กรอกอีสานปีกไก่ย่าง รสชาติใส้กรอกเบาไปนิด -ซี...อ่านต่อ

photo
Elephant Like to Eat
226944.6k
ยืนยันตัวตนแล้ว
13 ส.ค. 2022
ดูแล้ว 3,383
Quality Review
10 เต็ม 10 ร้านอาหารอีสาน Specialty
ราคาต่อหัว: 251 - 500 บาท

เรียกว่าเป็นอีกร้านที่พอมาลองทาน แล้วประทับใจแบบสุดๆเลยครับ รสชาติอร่อยทุกเมนู รสชาติเข้มข้น ถึงเครื่องมากๆ ผสมผสานความเป็นอีสานและรสชาติความกลมกล่อมสมัยใหม่ได้อย่างลงตัว อย่างตัว hot dog ไส้อั้ว ทำรสชาติได้ stand out สุดๆ ความขนมปังหอมเนยหวานๆ กับรสสมุนไพรของไส้อั้วที่ผสมความเป็นไส้กรอกลงไป ลงตัวสุดๆ ใครไม่มาลองร้านนี้ พลาดมากครับดูเพิ่มเติม

photo
omnomnomms
5149803
ยืนยันตัวตนแล้ว
29 ก.ย. 2022
ดูแล้ว 2,889
Quality Review
Upscale Northeastern Thai Food!
ราคาต่อหัว: 251 - 500 บาทเมนูเด็ด: ไขกระดูกงาขี้มีอน

#thumbsup Upscale Northeastern Thai food I’m falling in love with, especially for the grilled dishes ชอบที่สุดคือ bone marrow งาขี้ม่อนค่ะ ปกติทาน bone marrow แล้วจะรู้สึกเลี่ยนๆ แต่พอทางร้านใส่งาขี้ม่อนคั่ว ปรุงรสมานิดหน่อยคือดีมากเลยค่ะ มันๆเค็มๆกรุบๆ ทานกับข้าวจี่คือ speechless Hot Dog & Skewers ก็ชอบค่ะดูเพิ่มเติม

photo
Achaya 🐰
7.4k1.8k27.7k
ยืนยันตัวตนแล้ว
10 ส.ค. 2019
ดูแล้ว 7,389
Quality Review
เปิดประสบการณ์อาหารไทยพื้นบ้านแบบ Fine Dining ลิ้มลองรสชาติวัตถุดิบแปลกใหม่จากท้องถิ่น
ราคาต่อหัว: มากกว่า 1,000 บาทเมนูเด็ด: คางหมูทอด, น่องเป็ดทอดน้ำดี, แจ่วปลาร้า - ไส้หมูทอด – ข้าวเหนียว

100 Mahaseth – ร้านที่นำอาหารไทยพื้นบ้านจากทางเหนือและอีสานมายกระดับให้เป็นรูปแบบ Fine Dining สุดประณีต ชูแนวคิด From Nose to Tail โดยนำวัตถุดิบท้องถิ่นอย่างเนื้อวัวและเนื้อหมูมาปรุงอาหารแบบแทบครบถ้วนทุกส่วนทุกอวัยวะ กลายเป็นประสบการณ์ที่น่าสนใจสำหรับคนที่แสวงหารสชาติแปลกใหม่จากวัตถุดิบที่หาทานที่อื่นได้ยาก เมื่อทางร้านได้มาร่วมออกดีล BRW 2019 Local Produce โดยมีทั้งเซ็ทอาหารที่เป็นเนื้อวัวแล...อ่านต่อ

photo
Deaw' Danai Sup'
12k3.8k48k
ยืนยันตัวตนแล้ว
11 ก.พ. 2021
ดูแล้ว 5,742
Quality Review
Bone marrow / jasmine wagyu 👍🏻👍🏻
ราคาต่อหัว: 501 - 1,000 บาทเมนูเด็ด: Grilled Bone Marrow

#100MAHASETH #อาหารอิสาน #FineDining ใครจะคิดว่าวันนึงอาหารอิสานจะทำออกมาในรูปแบบ Fine Dining ได้อย่างภาคภูมิใจ ด้วยแนวคิด Nose to Tail ของ 100 Mahaseth ที่จะใช้วัตถุดิบทั้งได้ครบถ้วนตั้งแต่หัวจรดหาง และวัตถุดิบที่พรีเมี่ยม เพิ่มมูลค่าให้ทุกเมนูมีความเซอร์ไพรส์ได้ทุกจาน สมค่ากับ Michellin Guide จริง ๆ . +++++++++++++++++ . ✅ Bone marrow ไขกระดูกงาขี้ม่อน 360.- ที่ประทับใจเมนูนี้มากๆ เพราะเคยท...อ่านต่อ

photo
Wonderful Journey
73052.1k
ยืนยันตัวตนแล้ว
23 ต.ค. 2021
ดูแล้ว 1,895
Quality Review
อาหารอีสาน สไตล์โมเดิร์น
ราคาต่อหัว: 501 - 1,000 บาทเมนูเด็ด: Pork Jowl, แกงเนื้อพม่า, ลาบคั่วล้านนา เนื้อ/หมู

เป็นร้านอาหารอีสาน สไตล์โมเดิร์น หรือไฮโซก็ว่าได้555 ทางร้านใช้วัตถุดิบดี มีเมนูหลายหลาย แบบที่ไม่ค่อยเจอที่ร้านอื่น อยากแนะนำหลายเมนูมาก บอกได้เลยว่า อร่อยตั้งแต่ออร์เดิฟไปจนสุดที่ขนมหวาน บรรยากาศร้านก็ดี พนักงานน่ารัก แนะนำให้มาลองทานค่ะ แต่ที่จอดรถอาจต้องจอดแปะข้างทางนิดนึงนะคะดูเพิ่มเติม


อ่านรีวิวร้านอื่นๆ ที่สมาชิกวงในแนะนำ

Suku Suku Sushi Buffet สะพานควาย
Ad ·
Suku Suku Sushi Buffetสะพานควาย
ร้านเด็ดสะพานควาย บุฟเฟต์อาหารญี่ปุ่น มีครบซูชิ ซาชิมิ ชาบู คุ้มราคา
3.9
45 รีวิว
฿฿฿฿
อุ่นใจ ริเวอร์ไซด์ Ounjai Riverside
Ad ·
อุ่นใจ ริเวอร์ไซด์Ounjai Riverside
ชวนไปชิลใกล้กรุง! ร้านเด็ดบรรยากาศดี แวะชมวิวริมน้ำ อิ่มฟินซีฟู้ดสด ๆ
4.3
6 รีวิว
฿฿฿฿