- หน้าแรก
/
- รีวิว Salon de Bear

รีวิว Salon de Bear
เมื่อผมชั้นเข้าขั้นวิกฤติ.. โคนมันเยิ้ม ปลายแห้งกรอบ เส้นแบนลีบ!! ทำไงดี..ไปดูกัน
คือต้องบอกว่าทำผมกับพี่แป๊ะ Salon De Bear มาตั้งแต่เรียนมหาลัย จนบัดนี้ทำงานทำการมานานห้าหกปีแล้ว รักกันมานานขนาดนี้..จะไม่เชื่อก็ไม่ได้ ชิมิล่ะ ประกอบกับรู้สึกตัวอยู่เหมือนกันว่าผมเรามันมีน้ำหนักมากเกินไปนะ (ไม่ได้แปลว่าดี) หัวมันและหัวเหนียวและคันหัวมากๆ ถ้าใครยังไม่เชื่อ เชิญชมภาพ before ความร้ายำย่ำแย่ของหนังศีรษะข้าพเจ้าได้ ณ บัดนาว…เอ้า..กลั้นหายใจกันนิดนะ...ทำใจกันด้วยนะ...แท่นแท้นนนนน เป็นดังนี้ดังนั้น ท่านพี่แป๊ะ(เป็นท่านขึ้นมาทันที) ได้ทำการชี้ทางสว่างว่าปัญหาหลักมาจากผลิตภัณฑ์ที่ใช้ในปัจจุบัน เนื่องจากเทรนด์สาวไทยผมตรงมีมาเนิ่นนาน แชทพูครีมนวดที่ออกมาเลยมักประโคมซิลิโคน และมีความเข้มข้นเจ้มจ้นเข้าขั้นสาหัส เพื่อให้ผมนุ่มลื่น(มันเยิ้ม) และเหยียดตรง(แบนลีบ)ตามสมัยนิยม โดนโฆษณาภาษาตามที่ไม่ได้วงเล็บ และให้ผลตามที่วงเล็บไว้ทุกประการ โดนท่านพี่แป๊ะกล่าวว่าเคยทำการทดลองเอาไว้ (ลงทุนมาก) โดยสระปอยผมด้วยเบบี้แชมพู ซาลอนแชมพู(แชมพูที่ใช้ในร้านทำผม) และแชมพูตามท้องตลาด ขอสรุปไว้คร่าวๆว่า.. ในขณะที่แชมพูในท้องตลาดชื่อดังสนั่น มีโฆษณาทีวีออกมาหนาตาหนาหู มีซิลิโคนเป้นส่วนประกอบอย่างเข้มข้น ซึ่งส่งผลให้..เมื่อ Silicone เริ่มสะสมตัว จะส่งผลทำให้เส้นผมเหมือนมีแผ่นฟิลม์เคลือบผิวอยู่ที่ยากจะเอาออก ทำให้เส้นผมไม่สามารถถ่ายเทความชื้นได้ เป็นสาเหตุของผมแห้ง ฝืดและไม่เงางาม นอกจากนี้แผ่นฟิล์มที่เกิดขึ้นยังอาจทำให้เคมี ทั้งสี ดัด ยืด ซึมเข้าเส้นผมได้ไม่ดีเท่าที่ควรคับ เรียกได้ว่าสวยในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะส่งผลเสียต่อเส้นผม และในผู้ใช้บางราย ยังอาจก่อให้เกิดอาการแพ้อีกด้วย โดยจะมีอาการเป็นผื่นแดงๆ คัน เป็นรังแค และอาจก่อให้เกิดสิวได้ครับ ท่านแป๊ะกล่าวไว้ ใครสนใจรีวิวละเอียดตามไปที่นี่จ้า: https://www.facebook.com/media/set/?set=a.400696266649724.114546.106312026088151&type=3 เมื่อรู้เช่นเห็นเยี่ยงนี้..พลอยได้เอ่ยถามท่านพี่ว่าควรทำเยียงใดดีในการกอบกู้ฟื้นฟูอิสรภาพเส้นผม จากกรงขังของฟิล์มซิลิโคนที่แพ…อุ๊บบส์…แชมพูท้องตลาดได้สร้างไว้ ท่านพี่กล่าวว่ามี 2 ขั้นตอนในการกอบกู้ ซึ่งสำคัญพอๆกัน ขั้นแรกคือ… การล้างสิ่งตกค้าง ซิลิโคนที่สะสม ขั้นตอนนี้ไปล้าง ณ Salon De Bear โดยใช้วิธีเอาโซดาไฟราด..เอิ่ม มันใช่ที่ไหนล่ะ!! จริงๆแล้วเป็นสิ่งที่เรียกว่า “Head Soda Spa” ต่างหาก Head Soda จะทำหน้าที่เป็นเหมือนการขจัดสิ่งตกค้างบนเส้นผม และหนังศีรษะอย่างอ่อนโยนเหมาะมากสำหรับคนที่มีปัญหาหนังศีรษะมันมาก ทำให้รู้สึกโล่งสบายอยู่ได้ประมาณ 2 อาทิตย์ ซึ่งหากมีการใช้แชมพูที่ช่วยปรับสมดุลย์เรื่องความมันส่วนเกิน จะช่วยให้อยู่ได้นานขึ้นอีก คนที่คัน และมีรังแค เพราะสามารถลดปริมาณรังแค และอาการคันลดลงทันทีคนที่ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ก่อตัวได้เป็นประจำ เช่น แชมพูที่มีส่วนประกอบของซิลิโคนประมาณมาก หรือ Styling ที่ล้างออกยากจนทำให้รู้สึกเส้นผมเหนอะหนะ และไม่สบายหนังศีรษะ ขั้นตอนนี้ใช้เวลา 15 นาทีเท่านั้น โดยเริ่มจากการสระผมตามปกติ ออกมาเป็นอย่างไร? ความรู้สึกหลังทำคือเย็นสบายมากๆ เหมือนคนที่ตัวสกปรกแล้วได้อาบน้ำเย็นชื่นใจ ขัดสีฉวีวรรณจนสะอาดสะอ้านเป็นอันดี เมื่อถ่ายรูปออกมาผมก็โดดดเด้งเยี่ยงนี้ ถึงตรงนี้อาจมีคนท้วงว่า ผมเพิ่งสระก็ต้องดูสะอาดอยู่แล้ว จริงค่ะ อิชั้นไม่เถียง อย่างไรก้ตามการล้างสิ่งหมักหมมออกไปขั้นตอนเดียวคงไม่พอ เพราะถ้าเรากลับไปใช้ของเดิมๆ สภาพผมเดิมๆย่อมกลับมาอย่างไม่ต้องสงสัย ดังนั้นท่านพี่จึงได้แนะนำผลิตภัณฑ์ซาลอนแชมพูให้กลับไปใช้ที่บ้านด้วย เพื่อรักษาผมสุขภาพดีอย่างสุขียาวนาน โดยแชมพูที่ท่านพี่แนะนำมาจากแบรนด์ “Davines” มีสามชิ้นหลักที่ข้าพเจ้าลืมถ่ายรูปตอนก่อนใช้เอาไว้ เลยขอถ่ายอีกครั้งตอนใช้ใกล้หมด สภาพผ่านศึกมาอย่างเข้มข้นอย่างคนมีประสบการณ์ ^^” ชิ้นแรกได้แก่…. REBALANCING Shampoo แชมพูที่ช่วยลดความมัน เพิ่มความพองตัวให้เส้นผม แต่กลับไม่ทำให้เส้นผมแห้งไปกว่าเดิม แถมยังนุ่มและปริงตัวได้ดีขึ้นอีกด้วย เห็นได้ชัดกับผมดัด และผมลีบแบน เป้นแชมพูที่สระแล้วเย็นๆ สบายศีรษะอย่างเยี่ยมยอด แต่ได้รับคำแนะนำว่าให้ใช้สลับกับแชมพูอื่นด้วย เพราะเนื่องจากลดความมันได้ดี จึงอาจทำให้หนังศีรษะแห้งและเป้นสะเก็ดรังแคได้ถ้าใช้บ่อยเกินไป ชิ้นที่สอง… นำมาสลับใช้กับชิ้นแรกคือ OI/Shampoo เป็นแชมพูที่สามารถใช้ทุกวันได้ เหมาะกับเส้นผมและหนังศีรษะทุกประเภทรวมถึงเส้นผมที่ทำเคมี แชมพูปราศจาก SLS แต่สามารถขึ้นฟองได้ในปริมาณปกติ และทำความสะอาดสิ่งตกค้างได้ดี ฟังชื่อแล้วอาจตกใจว่าชื่อออยแชมพู เป้นแชมพูที่ทำให้ผมมันมั้ย แต่ท่านพี่กล่าวว่าเวลาเธอแต่งหน้าหนาๆ(เอ๊ะ..ด่าชั้นรึ) เธอก็ต้องใช้ออยล้างออกชิมิล่ะ(เออจริง) เหมือนกันเลย.. ออยแชมพูจะช่วยทำความสะอาดหนังศีรษะได้ดีเยี่ยม อย่างนี้นี่เอง… NOUNOU/PAK NOURISHING REPAIRING MASK ด้วย Olive Butter ทรีทเมนท์หมักผมสำหรับผมเสียและต้องการการบำรุงเป็นพิเศษ ท่านพี่กล่าวว่าทิ้งครีมนวดไปซะ…เพราะนอกจากซิลิโคมจะมากมีประดีประดา ยังไม่สามารถบำรุงรักษาผมยาวๆ แห้งๆ ดัด ทำสี ฟอกสีของเธอได้ดีพอ แต่ให้ใช้ทรีทเม้นท์แทนครีมนวด โดยวิธีใช้คือหลังสระผมแล้วให้.. 1. รีดน้ำออกจากผมให้มากที่สุด 2. นวดทรีทเม้นท์เฉพาะส่วนปลาย 3. เดินเล่นในห้องน้ำ บีบสิว แคะฟัน ล้างจาน ประมาณ 5 นาทีจากนั้นล้างออกตามอัธยาศัย จะได้ผมนุ่มสุขภาพดี ไม่มัน ไม่เยิ่ม ไม่เหนียวและลีบแบน ทั้งนี้ทั้งนั้นข้าพเจ้าได้ปฎิบัติตามอย่างเคร่งครัด และได้ถ่ายภาพประกอบหลักฐานไว้ทุกประการ โดยภาพซีกซ้าย… เป็นสภาพผมก่อนทำทรีทเม้นท์และใช้ซาลอนแชมพู (ตุลาคม 2013) ส่วนซีกขวา…. คือสภาพผมหลังทำทรีทเม้นท์และใช้ซาลอนแชมพู (มกราคม 2014) ไปดูพร้อมกัน วันที่ 1 สระเสร็จใหม่ๆ ไฉไลจู้ฮุกกรู้ สบายผมเป็นอันดี ไม่มีความมัน ไม่มีรังแคมารังแกใจ วันที่ 2 แววสยองเริ่มปรากฎ before: เริ่มเห็นชัดว่าก่อนทำทรีทเม้นท์และเปลี่ยนแชมพู ผมมีความมันค่อยข้างชัดเจน after: ผมยังปกติสุขดีอยู่ วันที่ 3 ไสผมไปซะ!! before: ภาพนี้จะชัดเจนมาว่าซิลิโคนแชมพูทำอะไรกับเราบ้าง ทั้งมันเยิ้มและรังแค T T after: และชัดเจนอีกเช่นกันว่าหลังจากทรีทเมนท์และใช้ผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสม ผมของเราก็ยังอยู่ได้ชิลล์ๆมาจนวันนี้ แต่รังแคและอาการคันยังไม่หมดไปเสียทีเดียว แต่เรื่องๆอื่นๆต้องบอกว่าดีขึ้นจนน่าทึ่งเลยล่ะเธอ และเมื่อสยายผมถ่ายจากด้านหลังก็จะชัดมากสุดๆนะ (กล้องคนละตัว แต่ความมันมันเด่นชัด) บทสรุปก็คือ…. ลองมาสำรวจกันหน่อยมั้ยว่าสภาพผมของเรานั้น… มัน ลีบแบน ม้วนแล้วคลายเร็ว ดัดไม่ขึ้น ทำสีไม่ชัด หนังศีษะเยิ้ม กนอยู่หรือเปล่า ซึ่งอาการเหล่านี้เราไม่ได้เป้นตั้งแต่ยังเด็กๆหรือสาวกว่านี้ใช่หรือไม่ ถ้าใช่อาจต้องลองสำรวจดีๆว่าแชมพูที่เราใช้มีส่วนทำให้ผมเราเป้นแบบนี้หรือเปล่า โดยเฉพาะสูตรผมตรง บำรุงผมล้ำลึกเป็นต้น ท่านพี่กล่าวไว้อีกว่าให้มองหาส่วนผสมชื่อนี้…และหลีกหนีมันซะนะ การลือกแชมพูอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ https://www.facebook.com/photo.php?fbid=511579698894713&set=a.400696266649724.114546.106312026088151&type=3&theater ส่วนใครที่หลวมตัวแล้วลองปรึกษาซาลอนที่รู้ใจ ว่ามีสปาล้างทำความสะอาดหนังศีรษะอย่างบ้ำลึกแนะนำมั้ย มีแชมพูอะไรแนะนำหรือเปล่า เอาแบบที่หลีกเลี่ยง”ซิลิโคน”แย่ๆเป้นดีที่สุด ดูแลผมอย่างเดียวไม่พอ ต้องเผื่อแผ่มาถึง”หนังศีรษะ”กันด้วยนะเธ้ออออออ วันนี้ลาไปสระผมก่อน หวังว่าบทความนี้จะช่วยชีวีสาวไทยให้ไกลจากผมหนืดๆได้ไม่มากก็น้อย ขอบคุณ Salon De Bear และ Davines ที่ช่วยกอบกู้ผมข้าพเจ้าจนสำเร็จมา ณ โอกาสนี้ด้วยค่า until next time xoxoxo
ตัวกรอง
เรียงตาม
ตัดผมบริจาค...โครงการจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่
หลังจากตัดผมบริจาคครั้งก่อนเมื่อ 1 ปี 8 เดือนก่อน วันนี้ได้ฤกษ์บริจาคเป็นครั้งที่ 2 พอดีเห็นทึ่นี่ร่วมกับ "โครงการจากนางฟ้าถึงคุณวันใหม่" เลยลองมาตัดที่นี่ ได้ตัดกับ "ช่างบุ๋ม" ค่าตัด 500 บาท ค่าบริจาคทำวิก 300 บาท (หยอดใส่กล่อง) ส่วนของการตัดผม ตัดเนียนเรียบร้อยดีค่ะ ส่วนของการสระ ชอบมาก เตียงดี แชมพูหอม สระดี ร้านดูสะอาด กว้าง แต่ที่จอดไม่ค่อยสะดวก ถ้าภาวะปกติสงสัยต้องไปจอดเสียเงิน ซึ่ง...อ่านต่อ
ตัดผมดีงามที่สุด
ตัดผมตัด คือเล็มจากเดิมขึ้นมา 2นิ้ว นั่นคือเรื่องไม่ยากและอันตรายน้อยที่สุดในการทำผม เพราะไม่มีอะไรเปลี่ยนมาก แต่ในความไม่มีอะไรมากนั้น มันก็มีรายละเอียดซ่อนอยู่ ตัดผมสั้นยังไงให้สวยและ set ง่ายด้วย ร้านนี้ทำได้ค่ะ แถมลูกค้าประจำร้านนี้ยังเป็นเซเลบ ดารามากมาย วันที่ไปทำก็เจอ คุณเต้ กันตานา มาทำสีผมด้วย ไว้ใจได้ละ ร้านนี้ขึ้นชื่อเรื่องผมทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็น ตัด ดัด ยืด ย้อม งานสวยทุกอันเลย วัน...อ่านต่อ
ช่างตัดผมที่พูดรู้เรื่อง เข้าใจ ตอบโจทย์เราได้ทุกอย่าง
ช่างตัดผมดูแลดีมาก ผมเราร่วงเลยไปตัดผม บอกปัญหาให้ช่าง ช่างเข้าใจ ตั้งแต่การเลือกแชมพูให้เรา ตัดผมและสอนเราเซตผมแบบไม่ต้องมีช่าง ตอนนี้จากคนผมบางเส้นเล็ก ตัดผมสั้นแล้วชอบมากค่ะ ดูผมหนา ทรงสวย แต่เป่าๆก็ไปงานได้ค่ะ ประทับใจมากๆ ร้านก็บรรยากาศดีมากค่ะดูเพิ่มเติม
เข้าใช้บริการครั้งแรก ประทับใจทั้งการให้บริการและทรงผมที่ช่วยออกแบบให้เลยค่ะ ❤️
ดูเพจร้านนี้มานานมากๆเลย ทักไปถามข้อมูลเป็นระยะ และวันนี้ก็ตัดสินใจลองจองคิวและไปใช้บริการ คือดีมากกกก ตั้งแต่การตอบ Line ให้ข้อมูล แนะนำ ช่วยออกแบบทรงผม พูดคุยเป็นกันเอง และใส่ใจบูกค้าค่ะ ไว้จะมาใช้บริการอีกนะคะ 🐻ดูเพิ่มเติม












































