นอนแพ ล่องลำน้ำซองกาเรีย เที่ยวสังขละบุรีในสายฝน
  1. นอนแพ ล่องลำน้ำซองกาเรีย เที่ยวสังขละบุรีในสายฝน

นอนแพ ล่องลำน้ำซองกาเรีย เที่ยวสังขละบุรีในสายฝน

แหงนมองฟ้า ขาจุ่มน้ำ นอนแพชาวบ้านบนแม่น้ำซองการเรีย แต่งชุดชาวมอญ ดูวัดใต้น้ำ ถ่ายรูปบนสะพานไม้ที่ “สังขละบุรี” เมืองแห่งสายน้ำสามสัญชาติแห่งกาญจนบุรี
7 ก.ย. 2018 · โดย

มาถึงสังขละบุรีต้องนอนแพ

ไม่รู้ว่าความคิดนี้เกิดขึ้นตอนไหน แต่รู้ตัวอีกทีเราก็จองที่พักแพชาวบ้านแล้วมุ่งหน้าไปที่เมืองสังขละฯ แล้ว อำเภอสังขละบุรีอยู่ห่างจากเมืองกาญประมาณ 3 ชั่วโมง พูดง่าย ๆ เหมือนเรากำลังเดินทางไปจังหวัดใหม่ เราออกเดินทางจากตัวเมืองกาญตั้งแต่ 9 โมง เพราะเจ้าของแพที่พักของเราแนะนำว่าให้รีบออกแต่เช้า ใครที่อยากมาเที่ยวสังขละแนะนำว่าให้นอนที่ตัวเมืองกาญฯ สักคืนก่อนจะได้ไม่นั่งรถเหนื่อยจนเกินไป เส้นทางคดเคี้ยวขึ้นเขาเขียวชอุ่ม ฝนโปรยปรายยิ่งทำให้อากาศเย็นจนอยากร้องขอผ้าห่ม 

สังขละบุรี สะพานมอญ
สะพานมอญ สังขละบุรีใต้สายฝน 

เที่ยวสังขละ อย่ากลัวฝน

เมื่อมาถึงสังขละบุรีประมาณเที่ยงกว่า ทั้งเมืองตกอยู่ภายใต้สายฝน เราเข้าที่พักเพื่อเช็กอินก่อนที่ “แพลุงบุญ” หรือที่รู้จักกันในชื่อ “แพซองกาเรียน้อย” แพชาวบ้านติดสะพานไม้สังขละ ที่นี่มีห้องพักและบริการล่องเรือครบครัน เราเข้าห้องวางของ ออกไปซื้อชุดมอญและกะเหรี่ยงมาใส่ แล้วออกไปล่องเรือกันต่อเลยแบบไม่เกรงใจฝนพรำ

สังขละบุรี
โดยโปรแกรมการล่องเรือของเราจะพาไปทั้งหมด 5 จุด (เหมาลำ 1,500 บาท) โดยมีไกด์พัด ไกด์วัย 12 ปีคอยเล่าเรื่องสถานที่ให้เราฟังด้วย 

โปรแกรมเที่ยวสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน

โปรแกรมเที่ยวสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน

1ล่องเรือชม 5 จุดเที่ยวเมืองบาดาล

แม่น้ำสามประสบที่พวกเราล่องเรือนั้น ได้ชื่อจากจุดที่แม่น้ำ 3 สายได้แก่ แม่น้ำซองการเรีย แม่น้ำบีคลี่และแม่น้ำรันตีไหลมารวมกัน ส่วนที่ล่องเรือนั้นคือเมืองสังขละบุรีเก่าที่โดนน้ำท่วมเนื่องจากการสร้างเขื่อนวชิราลงกรณ์ จึงมีสิ่งก่อสร้างที่หลงเหลือจากเมืองบาดาลให้ชมหลายจุด

จุดหมายแรกที่เรามาถึงคือ “ประตูเมืองเก่า” โดยที่นี่จะมีจุดให้เราลงไปแวะพักและไปสักการะท่านปู่ ซึ่งเป็นพระที่เป็นที่นับถือของชาวกะเหรี่ยง จากนั้นก็นั่งเรือต่อไปที่ “วัดวังก์วิเวการามเก่า” วัดใหญ่ที่จมลงในน้ำครึ่งนึง วัดนี้สร้างขึ้นในปี พ.ศ. 2496 ชาวบ้านเรียกกันว่าวัดหลวงพ่ออุตตมะ และในฤดูที่น้ำลงสามารถเดินลงไปชมภายในวัดได้เลย 

สังขละบุรี
วัดวังก์วิเวการามเก่า
สังขละบุรี
ร่องรอยการตกแต่งภายในวัด
สังขละบุรี
น้องพัด - ไกด์น้อยวัย 12 ขวบของเรา 

ไปต่อกันที่ “วัดสมเด็จ” วัดนี้เรือจอดให้เราเข้าฝั่งแล้วเดินต่อไปอีก 100 เมตร ขึ้นเนินไปเจอกับวัดร้างที่มีต้นไม้เถาวัลย์พันครึ้ม ด้านในมีพระพุทธรูปที่เราแวะเข้าไปสักการะค่ะ หลังจากนั้นเรือก็พาเราไปที่ “ผาญี่ปุ่น” ที่ชื่อว่าผานี้ก็เพราะว่าสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 มีทหารญี่ปุ่นมาตั้งแคมป์ที่นี่ และโปรแกรมสุดท้ายคือ “วัดศรีสุวรรณาราม” วัดใต้น้ำของชาวกะเหรี่ยง ซึ่งเป็นวัดที่จมเป็นที่แรกเนื่องจากอยู่ต่ำสุด จุดนี้เราสามารถนั่งเรือไปชมวัดใกล้ ๆ และถ่ายรูปได้ค่ะ

สังขละบุรี
ทางเดินขึ้นวัดสมเด็จ
สังขละบุรี
วัดสมเด็จ

2ถ่ายรูปกับสะพานไม้

หลังจากขึ้นฝั่ง แสงเย็นย่ำกำลังดี เราก็เปลี่ยนชุดแล้วขึ้นไปถ่ายรูปบนสะพานไม้ ไฮไลต์ของเมืองสังขละบุรีกันต่อค่ะ ในตอนเย็นจะมีน้อง ๆ ชาวมอญถือทานาคามาแปะหน้าให้เราด้วย เลยชวนมาถ่ายรูปด้วยกันซะหน่อย :)

สังขละบุรี
มุมบังคับบนสะพานมอญ แต่อินเนอร์นั้นออกมาเอง ไม่ต้องเค้น 5555 
สังขละบุรี
มีน้อง ๆ มาเรียก ขอปะแป้งให้ รักเด็กอย่างเราก็ต้องยอมสิคะ 

3กินข้าวร้านสามประสบรีสอร์ต

แวะกินอาหารแม่น้ำที่สามประสบรีสอร์ท ร้านอาหารที่มีระเบียงยื่นออกไปสำหรับชมวิวยามเย็นเหนือแม่น้ำ อาหารแนะนำของที่นี่แนะนำเมนูที่ใช้ปลากดและปลาคัง ซึ่งเป็นปลาขึ้นชื่อของที่นี่นะคะ โดยเฉพาะฉู่ฉี่ปลากด ขอให้โดนมาก ๆ

สังขละบุรี
อาหารเต็มโต๊ะ  ไม่มงไม่มองวิวกันแล้ว!
สังขละบุรี
ฉู่ฉี่ปลากด ของดีที่ต้องลอง
สังขละบุรี
ผัดผักก็ดีมาก

4ฟาดหมูจุ่มพม่าในตลาด

หลังจากอิ่มหนำกับอาหารเย็นกันไปแล้ว เราก็ไปเดินตลาดกันต่อ ส่วนตลาดกลางเมืองเป็นจุดที่คึกคักที่สุดในยามค่ำเพราะมีเมนู “หมูจุ่มพม่า” ไม้ละ 2 บาท เรากินที่ร้าน “มูมู่ หมูจุ่มพม่า” เป็นร้านสีชมพูอยู่กลางตลาดเลย เราไปนั่งล้อมวงรอบหม้อขนาดใหญ่ แล้วเลือกหมู เครื่องในเสียบไม้ที่ชอบขึ้นมาจิ้มกินกับน้ำจิ้มได้เลย ความพิเศษคือน้ำซุปหวานน้ำขิงที่เป็นพิเศษไม่เหมือนใคร และถึงเราจะไม่ชอบกินเครื่องในเท่าไหร่ แต่บอกเลยว่า ส่วนปอดและหลอดลมกรุบมากกกก แต่ถ้าใครไม่กินเครื่องในก็มีเนื้อหมูเหมือนกันนะ   หรือสายแข็งหน่อยลอง "ยำหัวหมู" ได้ยินว่าเด็ดอยู่นะคะ 

สังขละบุรี
จิ้มจุ่มเครื่องในหมู
สังขละบุรี
 ยำหัวหมู

5นอนแพลุงบุญ

ปิดท้ายวันด้วยกันไปนอนชิลล์กันริมน้ำที่แพลุงบุญ เราโชคดีได้แพริมสุดค่ะ (เริ่มต้นราคา 600 บาท/ 2 คน) ชิลล์มากและมองเห็นวิวแสงไฟตอนกลางคืนด้วย ห้องพักที่นี่ไม่มีแอร์นะ แต่ลมพัดเย็นสบาย แค่มีพัดลมก็เอาอยู่แล้วค่ะ

บรรยากาศแสนชุ่มฉ่ำที่แพริมน้ำ

6ตักบาตรยามเช้า

อยู่สังขละต้องตื่นเช้าหน่อย เพราะช่วงเช้าของที่นี่มีกิจกรรมตักบาตรบนสะพานไม้และที่ฝั่งมอญ แต่เนื่องจากฝนตกหนัก เราเลยนั่งเรือข้ามฝั่งไปตักบาตรแทนค่ะ แม้จะฝนตกแต่พระท่านก็มาเดินบิณฑบาตรกันตามปกติเลยค่ะ

สังขละบุรี
ฝนตกแรงมากค่ะ แต่อินเนอร์ความสวยเราแรงกว่า! ยืมชุดมอญจากที่พักมาใส่กางร่มสวย ๆ ถ่ายรูปได้อยู่นะ
ตักบาตร สังขละบุรี
ฝนตกหนักขนาดนี้ก็ยังมีพระมาเดินบิฑบาตรอยู่นะคะ 

7เดินเล่น กินขนม ชมตลาดที่ฝั่งมอญ

ระหว่างที่เดินชมฝั่งมอญกันอยู่ ก็เห็นเด็ก ๆ ที่นี่กำลังไปโรงเรียนกันอยู่พอดีค่ะ เนื่องจากวันที่เราไปเป็นวันศุกร์ เลยเห็นเด็ก ๆ ในชุดประจำเชื้อชาติกันหลากหลาย ที่นี่มีทั้งชาวมอญ พม่า ลาว กะเหรี่ยงและไทย ที่เดินคุยกันมุ่งหน้าไปเคารพธงชาติ เป็นภาพที่น่ารักมาก ๆ เลยค่ะ  เดินไปอีกนิดก็ไปเจอกับร้านขนมป้ามะตีนมิตรเลยขอแวะซะหน่อย ขนมที่นี่ราคาถูกมาก ๆ ค่ะมีขนมถังแตกกับขนมเบื้อง ราคาชิ้นละ 5 บาท 10 บาทเท่านั้นเอง เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปกินขนมสมัยเด็กเลย :)

ตลาดมอญ สังขละบุรี
ร้านขนมของป้ามะตีมิตร ป้าทำเองขายเองตั้งแต่เช้า 
สังขละบุรี
เดินผ่านบ้านเศรษฐีสังขละ ขอถ่ายรูปด้วยซะหน่อย
ตลาดมอญ สังขละบุรี
เจอคุณป้าในชุดมอญสูบยาในตลาด เก๋ามาก 
ตลาดมอญ สังขละบุรี
ตลาดมอญ สังขละบุรี

8กินขนมจีนหยวกกล้วย

มาสังขละบุรีต้องไปกินอาหารมอญนะคะ โดยเฉพาะเมนู “ขนมจีนหยวกกล้วย” ที่ใช้หยวกกล้วยมาต้มทำเป็นแกงขนมจีนตามชื่อเลย โดยร้านที่เราไปอยู่ที่ถนนกลางค่ะ เป็นร้านขนมจีนข้างทางไร้ชื่อ แต่ชาวบ้านแนะนำว่าต้องมากิน ไฮไลต์คือขนมจีนเส้นสดเสิร์ฟอุ่น ๆ กินกับผักสดเย็น ๆ ที่เย็นจัดเข้าไปอีกเพราะฝนตก กลมกล่อมเข้ากับบรรยากาศเป็นที่สุด

ขนมจีนหยวกกล้วย
ขนมจีนหยวกกล้วย

9ไหว้พระวัดวังก์วิเวการาม

เรากลับที่พัก เปลี่ยนชุดแล้วเดินทางไปไหว้พระที่วัดวิเวห์การามแห่งใหม่กันต่อค่ะ ตัววัดอยู่ห่างจากอำเภอไปเล็กน้อย เป็นวัดจำพรรษาของ "หลวงพ่ออุตตมะ" ซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนชาวไทย มอญ กะเหรี่ยงและพม่า และภายในยังมีเจดีย์จำลองพุทธคยาสีทองให้เดินชื่นชมกันด้วยค่ะ

วัดวังก์วิเวการาม
วัดวังก์วิเวการาม
วัดวังก์วิเวการาม
เจดีย์จำลองพุทธคยา วัดวังก์วิเวการาม

10กินส้มตำริมน้ำ

ปิดท้ายทริปนี้ด้วยการไปกินส้มตำริมน้ำกันที่ “ร้านสุวรรณ์” ร้านส้มตำที่มีที่นั่งในกระต๊อบให้เรานั่งมองวิว พร้อมกินส้มตำถาดสุดแซ่บ แม้ฝนจะตกแต่เราก็สู้ นั่งกินจนหมดก่อนจะเดินทางกลับกรุงเทพฯ ไปแบบอิ่มกายอิ่มใจ

สังขละบุรี ส้มตำริมน้ำ
สังขละบุรี ส้มตำริมน้ำ
ส้มตำถาดยักษ์
สังขละบุรี ส้มตำริมน้ำ
มาพร้อมกับไก่ย่าง
สังขละบุรี ส้มตำริมน้ำ
มีเจ้าหมามาเล่นด้วยนะ! 

สรุปแผนที่เที่ยวสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน

สรุปแผนที่เที่ยวสังขละบุรี 2 วัน 1 คืน

แจกทริปสังขละบุรี 2 วัน 1 คืนกันไปแล้ว เรายังมีทริปฟิน ๆ สายธรรมชาติที่อื่นอีกเพียบแบบที่หน้าฝนก็เที่ยวได้ ไม่ว่าจะเป็นทริปเที่ยวโคราช เที่ยวพัทลุง และเข้าไปติดตามผลงานของเราได้อีกเรื่อย ๆ ได้ที่ Wongnai Travel นะคะ แล้วเจอกันใหม่ทริปหน้า :)