มองหาที่เที่ยวโตเกียวอยู่นาน ดูมาก็เยอะ หามาก็แยะ ก็เจอแต่ที่ซ้ำ ๆ บังเอิ๊ญไปได้ยินเพื่อน ๆ พูดถึง “teamLab Planets” พิพิธภัณฑ์ดิจิทัลอาร์ตของโอไดบะที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังไปกันอย่างล้นหลาม แปลว่างานนี้ไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน แหม่ รู้ตัวอีกทีก็มายืนอยู่ข้างหน้าพิพิธภัณฑ์ซะแล้ว ตอนแรกที่ดูจากในอินเทอร์เน็ตก็ไม่ได้ตื่นเต้นอะไรมาก แต่พอเจอตัวงานจริง ๆ ต้องบอกเลยว่าตื่นตาจนอยากมาแนะนำที่เที่ยวโตเกียวนี้เร็ว ๆ เลยทีเดียว การันตีเลยว่าเป็นที่เที่ยวใหม่โตเกียวที่ดีงามมากจริง ๆ หมดคำถามว่าไปโตเกียวเที่ยวไหนดี ส่วนข้างในจะว้าวแค่ไหนก็ตามมาดูกันเลย ~

ขั้นตอนก่อนเข้าไปในพิพิธภัณฑ์
Step - 1 : เริ่มต้นจากการซื้อตั๋ว ไปถึงแล้วก็จะเห็นตู้ซื้อตั๋วอัตโนมัติ กำเงินให้พร้อมแล้วตรงเข้าไป จะมีเมนูภาษาอังกฤษให้เลือก โดยราคาจะแบ่งตามอายุ ซึ่งเด็กหรือผู้สูงอายุจะได้ราคาพิเศษด้วยนะ จากนั้นก็ทำตามขั้นตอนได้เลย
- เวลาเปิด : ทุกวัน 09.00 - 22.00
- ค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 3,200 เยน, ผู้สูงอายุและเด็กอายุ 12-17 ปี 2,700 เยน, เด็กอายุระหว่าง 4-11 ปี 2,000 เยน
Step - 2 : เข้าไปต่อแถวเพื่อเข้าไปในตัวอาคาร ซึ่งพนักงานจะปล่อยให้คนเข้าไปเป็นรอบ ๆ ดังนั้นภายในตัวงานจะไม่มีความแออัดเบียดเสียดอย่างแน่นอน
Step - 3 : เมื่อถึงคิวของเราก็จะมีเจ้าหน้าที่มาอธิบายขั้นตอนในการเข้าชมงาน เช่น ควรพับขากางเกงให้สั้นเพราะในงานจะมีบางส่วนที่เราจะต้องเดินลุยน้ำ หรือหากใครใส่กระโปรงก็ควรระวังเพราะพื้นบางส่วนข้างในเป็นกระจก แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะที่นี่มีกางเกงขาสั้นให้เช่า พร้อมแล้วก็เข้าไปเก็บของในล็อกเกอร์ เปลี่ยนกางเกง แล้วก็ลุยได้เลย!

แค่ทางเข้าก็ทำให้รู้สึกตื่นเต้นซะแล้ว ทางเดินมืด ๆ ที่มีแค่ไฟสีแดงจากสองข้างทาง พาเราเดินไปเรื่อย ๆ จนไปถึงห้องแรกที่ชื่อว่า “Waterfall of Light Particles at the Top of an Incline” โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยประจำอยู่หน้าด่านที่จะช่วยเตือนให้เราพับขากางเกงขึ้น (ไม่ต้องกังวลว่าจะเปียกโดยไม่รู้ตัว) จากนั้นก็ให้เราเดินลุยน้ำเข้าไปตามทางเดินที่ชันขึ้นเรื่อย ๆ เรียกว่าเปิดตัวได้น่าสนุกสุด ๆ เมื่อขึ้นมาจากน้ำแล้วทาง “teamLab Planets” ก็จะมีผ้าขนหนูเตรียมให้พร้อม หายห่วงได้เลย

ขึ้นมาแล้วก็ไปสู่ด่านถัดไป ยังคงต่อเนื่องกับความมืดสลัวที่ “Soft Black Hole” โดยในด่านนี้จะมีทางนุ่ม ๆ ตรงกลางให้เราเดินข้ามฟากไปอีกห้องหนึ่ง ระหว่างทางก็จะมีคนมานั่งพักขาเอนตัวอยู่ตรงผนังสองด้านชิลล์ ๆ ให้ได้เห็น ซึ่งความนุ่มของทางเดินนี้ไม่ใช่แบบธรรมดา ๆ เพราะพื้นนี้นุ่มนิ่มจนยวบลงไปถึงเข่าเลยทีเดียว! ตอนแรกก็เหมือนจะสบาย ๆ แต่กว่าจะเดินไปถึงอีกฟากก็เล่นเอาหอบอยู่เหมือนกัน ฮ่าๆ แม้จะใช้พลังไปไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความสนุกหมดไป กลับยิ่งทำให้ลุ้นว่าจะเจออะไรข้างหน้าอีก

เมื่อขึ้นมาได้แล้วก็เดินตามทางจากไฟนำเช่นเดิมจนทะลุไปเจอกับอีกห้องหนึ่ง ซึ่งห้องนี้น่าจะเรียกได้ว่าเป็นที่นิยมของคนที่มาเยี่ยมชมที่สุด เพราะทั้งขึ้นกล้องและสว่างที่สุดในบรรดาทุก ๆ ห้อง เรียกว่า “The Infinite Crystal Universe” ทั้งเสียงเพลงและแสงไฟช่วยสร้างบรรยากาศให้อลังการจนแทบจะไม่อยากเดินออกจากห้องเลย สมกับที่ได้ชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์ดิจิทัลอาร์ตโตเกียวจริง ๆ



หลังจากออกมาจาก “The Infinite Crystal Universe” แล้วก็จะได้พบกับโซน “Weightless Forest of Resonating Life” ห้องนี้จะมีลูกบอลยักษ์ที่ถูกอัดแน่นจนเกือบเต็มห้อง จะวิ่งเข้าไปชนหรือจะวิ่งหลบก็สนุก สำหรับเรา ห้องนี้ถือเป็นห้องที่มีสีสันของความสนุกที่สุด (แถมมีกลิ่นหอมที่สุดอีกด้วย!) ไม่เสียชื่อพิพิธภัณฑ์น่าไปในโตเกียว



ต่อด้วยห้องที่มีบรรยากาศราวกับเทพนิยาย ภาพในฝันถูกเนรมิตให้กลายเป็นจริงผ่านแสงและสี พบกับฝูงปลาคาร์ปและดอกซากุระมากมายในรูปแบบของแสงไฟที่ส่องอยู่รอบ ๆ เสมือนว่าเราได้เดินเล่นอยู่ท่ามกลางแม่น้ำของญี่ปุ่นในช่วงซากุระบานเลยทีเดียว เป็นภาพที่น่ารักจนอดหยิบกล้องขึ้นมาถ่ายรูปไม่ได้เลย (เป็นอีกด่านที่ต้องเดินลุยน้ำที่สูงถึงเข่า ดังนั้นควรเตรียมตัวกันมาดี ๆ น้า)


ปิดท้ายด้วยห้องที่เราชอบที่สุด “Floating in the Falling Universe of Flowers” เป็นห้องที่มีลักษณะคล้ายท้องฟ้าจำลองของบ้านเรา แต่เปลี่ยนจากดาวน้อยใหญ่เป็นดอกไม้หลากหลายสายพันธู์ลอยคว้างอยู่ในอวกาศ ความพิเศษของห้องนี้คือเราสามารถนอนมองท้องฟ้านี้ได้นานเท่าไหร่ก็ได้ และเมื่อเริ่มมองติดต่อกันเกินสองนาทีก็จะเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองได้หมุนตามดอกไม้นั้นไปด้วย กลายเป็นว่าเราได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของงานศิลปะนั้นไปแบบไม่รู้ตัว เป็นความสนุกที่สงบแปลก ๆ ได้มานอนคิดอะไรเรื่อยเปื่อยก็ดีไม่น้อย



เมื่อออกมาจากห้องแล้วก็จะกลับมาเจอกับล็อกเกอร์ที่เราเก็บของก่อนเข้าชมงานแบบพอดิบพอดี อยากบอกว่าแค่ดูผ่านภาพมันไม่พอจริง ๆ นะ! เพราะเป็นงานศิลปะถูกทำขึ้นมาเพื่อให้เราเข้าไปสัมผัส ให้มานั่งมอง นอนมอง ยืนมอง บอกเลยว่าใครมาเที่ยวโตเกียวก็ควรมาลอง Digital Art Museum นี้ด้วยตัวเองสักครั้ง รับรองไม่ผิดหวัง เที่ยวโตเกียวด้วยตัวเองได้ มากับครอบครัวก็ดี ~ ส่วนครั้งหน้า Wongnai Travel จะมีอะไรดี ๆ มาแนะนำอีกก็ฝากติดตามกันด้วยนะคะ ^^
หากยังไม่จุใจ เราก็ยังมีบทความเที่ยวโตเกียวมาแนะนำกันอีกด้วย



