พบกับผมเช่นเคย “แวน เฮ้วซิ่ง” การเที่ยวครั้งนี้ไม่ธรรมดา เพราะผมพาทุกคนบุกถิ่นใต้ ลุยที่เที่ยวตรัง บอกเลยทริปนี้ใครที่ชอบงานศิลปะต้องถูกใจมาก ๆ เพราะทริปนี้ได้บุกวังเทพทาโร ศิลปะมังกรสุดอลังการจากรากไม้ บนเนื้อที่กว่า 25 ไร่เลยทีเดียว นอกจากนี้ยังเดินถ่ายรูปชิล ๆ กับสตรีทอาร์ตที่เล่าถึงวิถีชีวิตชาวตรัง สำหรับสายธรรมชาติหรือประวัติศาสตร์ก็ห้ามพลาดครับ เพราะที่ถ้ำเขาช้างหายเนี่ยก็น่าเที่ยวเช่นกัน หินงอกหินย้อยจากธรรมชาติ มหัศจรรย์มากครับ และที่ขาดไม่ได้ มาถึงตรังทั้งที ไม่พาลุยร้านเด็ดเมืองตรังได้ยังไง จะหมูย่างเมืองตรังหรือติ่มซำ ผมก็พาชิมครบ และที่สำคัญที่สุด ที่พักดี ๆ อย่าง Hop inn ตรัง ที่คงระดับมาตรฐานไว้เหมือนกันทุกที่ ไม่ว่าจะมาพักสักกี่ครั้ง ผมก็ยังคงประทับใจมากทุกครั้งเลยครับ เกริ่นกันมาพอสมควร ตอนนี้เราไปเที่ยวพร้อม ๆ กันดีกว่าครับผม~

1ซินจิว
ถึงแล้วเมืองตรัง ผมเลือกนั่งเครื่องบินมาจองตั๋วล่วงหน้าในราคาไป-กลับ 1,992 บาท ครับ นั่งรถ Shuttle Bus มาลงที่สถานีรถไฟ ในราคา 12 บาท เท่านั้น และทริปนี้ผมเลือกเช่ารถจักรยานยนต์ตลอดทริป (ราคา 200 บาท) หลังจัดการเรื่องการเดินทางเรียบร้อย ผมก็ขอหาอะไรเด็ด ๆ ลงท้องสักหน่อย กับร้าน “ซินจิว” ร้านอาหารเก่าแก่เมืองตรัง กว่า 70 ปี ที่นี่คึกคักไปด้วยผู้คน เพราะร้านนี้เป็นที่นิยมในหมู่ชาวตรังครับ

ผมเลือกสั่ง “ข้าวหมูแดงหมูกรอบ” (ราคา 50 บาท) บอกเลยครับว่าราคาสบายกระเป๋า แถมยังรสชาติดี เพราะหมูที่ร้านนี้ใช้จะเป็นสูตรต้นตำรับของทางร้าน ไม่เหมือนกับร้านอื่น และที่สำคัญเป็นสูตรหมูย่างของเมืองตรังด้วยครับ พิเศษมาก ๆ ความกรอบและความหอมของหมู และที่ถูกใจเป็นพิเศษ ความกรอบของหนังหมูที่มีรสชาติซึมลึกถึงตัวเนื้อหมู จะตักเข้าปากคำไหนก็ฟินครับ


2วังเทพทาโร
หลังจากอิ่มท้องกันมาแล้ว ผมก็หาที่เดินย่อยสักหน่อย กับ “วังเทพทาโร” ขับรถมาไม่ไกลเลยครับ ที่นี่เป็นสถานที่รวมตัวคนรักงานศิลปะ ซึ่งพิเศษตรงที่เป็นศิลปะจากรากไม้ น่าสนใจมาก ๆ ทำให้มีนักท่องเที่ยวมากหน้าหลายตามาเที่ยวชมวังเทพทาโรแห่งนี้ และศิลปะที่ผมกำลังพูดถึงก็คือมังกรนั่นเองครับ อาจารย์จรูญ แก้วละเอียด ได้นำเอาเศษซากไม้และรากไม้เทพทาโร หรือ ไม้จวง มาสร้างเป็นมังกร และที่นี่ยังมีมังกรไม้เพศผู้ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยและใหญ่ที่สุดในโลกเลยครับ



บรรยากาศภายในจะมีหลายส่วนด้วยกัน มีทั้งตัวมังกร และซุ้มประตูมังกรต่าง ๆ รวมถึงจุดจัดแสดงสินค้าที่ได้จากต้นเทพทาโร หรือไม้จวง อาจารย์จรูญได้เล่าอย่างภาคภูมิใจถึงที่มาของที่วังเทพทาโรแห่งนี้ และความลึกลับน่าค้นหาของใบเทพทาโร ซึ่งในแต่ละใบ แต่ละต้น จะให้กลิ่นที่ต่างกันออกไป ไม่ว่าจะกลิ่นตะไคร้หอม รูทเบียร์ กุหลาบ หรือกลิ่นอื่น ๆ ซึ่งความมหัศจรรย์นี้ยังสามารถมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ได้อีกด้วย และที่ผมประทับใจที่สุดเห็นจะเป็น “ชาใบเทพทาโร” รสชาติที่มีความเผ็ดซ่านิด ๆ หอมหน่อย ๆ ดื่มแล้วรู้สึกสดชื่นและโล่งมาก ๆ เลยครับ รู้สึกประทับใจมาก ๆ

3ถ้ำเขาช้างหาย
ขับรถต่อมาอีกประมาณ 20 นาทีก็มาถึง “ถ้ำเขาช้างหาย” และชื่อนี้มีที่มาครับ เมื่อครั้งอดีต ได้มีขบวนช้างของเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชไปร่วมงานก่อสร้างพระบรมธาตุเจดีย์ ซึ่งเดินทางมาถึงบริเวณเขาลูกนี้ แม่ช้างเชือกหนึ่งเกิดเจ็บท้องคลอดลูกเป็นพลายตัวงาม ลูกช้างจึงวิ่งเตลิดเข้าไปในถ้ำ ตามหาเท่าไรก็ไม่เจอ ทำให้ที่แห่งนี้เรียกว่าถ้ำช้างหายตั้งแต่นั้นมา ฟังแค่ประวัติก็รู้สึกตื่นเต้นน่าสนใจมาก ๆ แล้ว ได้ยินว่าด้านในมีหินงอกหินย้อย งดงามมาก ๆ ครับ



สำหรับบรรยากาศด้านใน บางจุดจะแคบอาจจะต้องก้มบ้างครับ แต่เดินไปสักพักจะเจอโถงต่าง ๆ ซึ่งเป็นโถงกว้างแล้วก็สวยงามมาก ๆ มีบ่อน้ำบ้างบางจุด ภายในมีหินงอกและหินย้อย เป็นสีขาวงดงาม บางจุดมีประกายเปล่งแสงระยิบระยับ แต่ต้องบอกก่อนครับว่า ใครที่จะมาเที่ยวที่นี่ จะมีเจ้าหน้าที่พาเดินเข้าชมเพื่อความปลอดภัย และจะมีเที่ยวชมเป็นรอบ ๆ ใครที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามเข้ามาได้ก่อนครับ และสำหรับค่าใช้จ่าย ค่าเข้าชมเพียงคนละ 20 บาท และค่าไฟฉาย 20 บาท เท่านั้นเองครับ

4นาตาสวน
หลังจากออกจากถ้ำเขาช้างหายมาแล้ว ได้ยินว่าแถวนี้มีร้านอาหารตรังเด็ด ๆ วิวทุ่งนาสวยอยู่ใกล้ ๆ ผมไม่รอช้าเลยครับ ขับรถมาที่ “นาตาสวน” ร้านอาหารอีสานสไตล์บ้านทุ่ง ที่มีบรรยากาศทุ่งนาสีเขียว มองไปไกล ๆ เจอภูเขา เป็นร้านที่น่านั่งมาก ๆ เลยครับ



ผมเลือกสั่ง “ตำไทยไข่เค็ม” (ราคา 69 บาท) “ลาบหมู” (ราคา 59 บาท) และ “ข้าวเหนียว” (ราคา 10 บาท) รสชาติเด็ด บรรยากาศดีแบบนี้ อยู่ใกล้กับที่เที่ยวอีกด้วย แนะนำว่าใครที่มาเที่ยวถ้ำเขาช้างหายก็อยากให้แวะมาลองกันครับ

5Hop inn ตรัง
เที่ยวกันจนเหนื่อย ผมขอมาพักผ่อนเอาแรงที่ “Hop inn ตรัง” ครับ ที่เลือกพักที่นี่เพราะทำเลดี เดินทางสะดวก ไม่ต้องกังวลใจเรื่องบริการเลย เพราะที่นี่มีพนักงานพร้อมต้อนรับตลอด และที่สำคัญ มีการยกระดับมาตรการรักษาความสะอาดและความปลอดภัยด้วย เรียกได้ว่าครบมาก ๆ ทำให้ทุกคนที่พักที่นี่รู้สึกอุ่นใจมากครับ และที่ผมชอบมากที่สุดคือราคาที่คุ้มค่าที่สุด ผมจ่ายเพียง 700 บาท แต่ได้บริการครบครัน สิ่งอำนวยความสะดวกพร้อม ประทับใจเหมือนเคยเลยครับ



ภายในห้องพักของผมสะอาดมาก ๆ เพราะมีพนักงานคอยทำความสะอาดตามมาตรการของที่นี่ เรื่องสิ่งอำนวยความสะดวกก็ครบครัน ทั้งทีวี ตู้เย็น โต๊ะทำงาน มีพร้อม ห้องน้ำสะอาด และมีหน้าต่างเปิดรับแสงทำให้ห้องน่าอยู่ และไม่แออัด ใครอยากใช้ไดร์หรือเตารีด ที่นี่ก็มีไว้คอยบริการด้วยครับ เพียงแจ้งยืมที่พนักงานต้อนรับ และใครที่กังวลเรื่องอาหารก็หายห่วง เพราะมีตู้จำหน่ายอาหารและขนมขบเคี้ยวไว้คอยให้บริการ พร้อมน้ำร้อนและไมโครเวฟ เรียกได้ว่าหิวตอนไหนก็มีอาหารไว้รับประทานแน่นอน ที่สำคัญยามเช้ามีบริการเครื่องทำกาแฟและโกโก้อัตโนมัติไว้คอยให้บริการลูกค้า HOP INN ฟรี! เรียกได้ว่า วันดีๆจะเกิดขึ้นได้ที่นี่ Have A Good Day จริงๆครับ คืนนี้ขอตัวไปพักผ่อนเจอกันพรุ่งนี้ครับ

6เลตรัง
สวัสดียามเช้าครับ เช้านี้ผมมาตามหาร้านเด็ด “เลตรัง” มาถึงตรังทั้งที ไม่ชิมหมูย่างเมืองตรังได้ยังไง ร้านนี้มีอาหารหลากหลายให้เลือกเยอะเลยครับ มื้อนี้ผมสั่ง “ข้าวหน้าหมูย่างตรัง” (ราคา 70 บาท) “ติ่มซำ” 2 เข่ง (ราคา 50 บาท) “ฮ่อยจ๊อ” (ราคา 60 บาท)

บอกเลยว่าหมูย่างตรังเด็ดมาก ๆ หนังกรอบหอมกลิ่นเครื่องเทศที่หมักมาอย่างดี ส่วนตัวติ่มซำก็เนื้อเด้งฟิน รสชาติกำลังดี และที่ผมชอบเป็นพิเศษ ฮ่อยจ๊อ เนื้อปูนี่เน้นมาก ๆ ชิ้นใหญ่ ให้มาเยอะ ใครที่ชอบกินปูต้องลองเลยครับ


7สตรีทอาร์ตเมืองตรัง
มาเที่ยวถึงเมืองตรัง พลาดไม่ได้ที่จะมาแวะเดินถ่ายรูปกับ “สตรีทอาร์ตเมืองตรัง” จุดเช็กอินอีกหนึ่งที่ที่น่าสนใจ นักท่องเที่ยวที่มาที่นี่ต้องมาเช็กอินด้วยรูปถ่ายครับ ไม่งั้นมาไม่ถึง ฮ่า ๆ สำหรับภาพวาดบนผนังบริเวณตัวอาคารในเมืองตรัง จะบอกเล่าถึงเรื่องราวและวิถีชีวิตของชาวตรัง ทั้งสถานที่ท่องเที่ยว หรืออาชีพของชาวตรังครับ

สำหรับภาพที่ผมชอบ ก็จะมี “ถ้ำมรกต” แล้วก็ภาพ “ต้นยาง” ที่สะท้อนวิถีชีวิตคนที่นี่เป็นอย่างดี แถมภาพถ้ำมรกตยังนำเสนอออกมาในรูปแบบ 3 มิติ อีกด้วย ใครที่มาเที่ยวตรังก็อย่าลืมแวะมาถ่ายรูปเช็กอินที่สตรีทอาร์ตด้วยนะครับ เดินทางง่ายมาก ๆ แต่ละภาพระยะทางไม่ไกลกันเลยครับ เดินเล่นสบาย ๆ


เป็นยังไงบ้างครับ กับทริป ชมมังกรยักษ์วังเทพทาโร ลอดถ้ำเขาช้างหาย เช็กอินสตรีทอาร์ตที่เที่ยวตรัง ทริปนี้แวนใช้เงินไปเพียง “3,374 บาท” เท่านั้น ทริปนี้เที่ยวกันแบบจุใจมาก ๆ ไม่ว่าจะคนรักงานศิลปะ หรือคนรักธรรมชาติ ก็เที่ยวได้เต็มที่เลยครับ ทริปนี้ต้องขอขอบคุณโรงแรม Hop inn มาก ๆ ที่อำนวยความสะดวกให้กับผม เพราะนอกจากห้องพักจะโลเคชั่นดี ราคาสุดคุ้มแล้ว ยังอุ่นใจในเรื่องของความสะอาดและความปลอดภัยอีกด้วย เหมาะกับคนที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวหรือเดินทางไปทำงานครับ และนอกจากนี้ โรงแรม Hop inn ยังมีอีกหลายสาขาทั่วประเทศ รอให้บริการพวกเราในราคาประหยัด ไปเที่ยวที่ไหน ไปทำงานที่ไหน อย่าลืมเช็กอินที่ Hop inn นะครับ สำหรับใครที่อยากติดตามทริปสนุก ๆ แบบเที่ยวตามสั่ง ก็อย่าลืมติดตามเพจ Wongnai Travel ทริปนี้ลาไปก่อน เจอกันใหม่ทริปหน้า สวัสดีครับ~









