Ghee Gelato House จากโกดังเก่าอาม่าสู่ร้านเจลาโต้โฮมเมดย่านท่าเตียน
  1. Ghee Gelato House จากโกดังเก่าอาม่าสู่ร้านเจลาโต้โฮมเมดย่านท่าเตียน

Ghee Gelato House จากโกดังเก่าอาม่าสู่ร้านเจลาโต้โฮมเมดย่านท่าเตียน

เมื่อความเก่าถูกเล่าขานใหม่ @Ghee Gelato House จากโกดังของอาม่าสู่ร้านไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดย่านท่าเตียน ชวนลอง “รสน้ำผึ้งมะนาว” ที่คนไทยและเทศต้องตกหลุมรัก
writerProfile
26 ก.พ. 2020 · โดย

#วงในบอกมา

  • จากโกดังเก่าอายุกว่า 50 ปี ของย่านท่าเตียนของอาม่า “คุณเอิน” ผู้เป็นหลานสาว ได้ตัดสินใจรีโนเวทให้กลายเป็นร้านไอศกรีมเจลาโต้นาม Ghee Gelato House และชื่อร้าน Ghee ก็มาจาก “กี” ชื่ออาม่าของคุณเอิน
  • คุณเอินบอกเราว่า ไอศกรีมเจลาโต้ของร้านจะใช้วัตถุดิบธรรมชาติ ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์ เน้นรสชาติเข้มข้น เนื้อสัมผัสเหนียวและละลายยากกว่าสูตรทั่วไปเพื่อให้เหมาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย
  • เมื่อกลุ่มเป้าหมายหลักคือชาวต่างชาติ คุณเอินจึงตั้งใจสร้างสรรค์รสชาติของไอศกรีมเจลาโต้ให้มีกลิ่นอายความเป็นไทย อย่าง “รสมะพร้าวน้ำหอม” หรือ “รสน้ำผึ้งมะนาว” ที่เราแม้เป็นคนไทยก็ถือว่าแปลกใหม่เช่นกัน
เมนูของร้าน Ghee Gelato House
ไอศกรีมเจลาโต้โฮมเมดแบบฉบับ Ghee Gelato House

ส่วนตัว “ท่าเตียน” ถือเป็นย่านที่เราหลงใหลในมนต์เสน่ห์อย่างถอนตัวไม่ขึ้น อาจด้วยความคงเหลือของวันวานและการก่อเกิดสิ่งใหม่ที่ผสมผสานและก้าวผ่านช่วงเวลาไปพร้อม ๆ กันได้อย่างน่าสนใจ อย่างเช่นที่เราเคยถ่ายทอดเรื่องราว จาก “ธนาภัณฑ์” สู่ “TANA” ร้านอาหารครอบครัวที่เชื่อมโยงกับ “ท่าเตียน” และรวมถึงครั้งนี้ที่เราจะขอพาทุกคนไปรู้จักกับ Ghee Gelato House ร้านไอศกรีมเจลาโต้ที่ก่อร่างจากโกดังเก่าอายุกว่า 50 ปีของย่าท่าเตียน

คุณเอิน-พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ หญิงสาวเจ้าของร้าน Ghee Gelato House เล่าให้เราฟังว่า แรกเริ่มเธอตกหลุมรักไอศกรีมเจลาโต้เมื่อได้ท่องเที่ยวที่อิตาลีซึ่งมีร้านไอศกรีมเจลาโต้เกือบทุกมุมถนน ไม่แพ้ร้านสะดวกซื้อในบ้านเรา เมื่อมองเห็นว่าที่เมืองไทยยังไม่ค่อยมีร้านไอศกรีมเจลาโต้มากนัก ประกอบกับตัวเองเพิ่งเรียนจบด้านแบรนด์ดิงมา อยากมีแบรนด์ของตัวเองตามที่ได้เรียนและใฝ่ฝันไว้ ความรักผสานความฝันจึงเริ่มก่อตัวขึ้น

คุณเอิน-พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ หญิงสาวเจ้าของร้าน Ghee Gelato House
คุณเอิน-พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ หญิงสาวผู้ทำไอศกรีมเจลาโต้ย่านท่าเตียน

“เราคิดว่าถ้าเราจะทำธุจกิจอะไรสักอย่าง มันควรเป็นธุรกิจที่เราชอบ และน่าจะมีความสุขกับมัน เราเลยไปลงเรียนทำไอศกรีมเจลาโต้เป็นคอร์สสั้น ๆ แล้วก็ลองศึกษาดูและพัฒนาสูตรไปเรื่อย ๆ ให้คนในครอบครัวและเพื่อน ๆ ลองชิมกัน จากนั้นก็ขายออนไลน์ก่อนซึ่งกระแสตอบรับดี แต่ตอนนั้นเราขายขั้นต่ำ 30 ถ้วย สำหรับออฟฟิศมีประชุมหรือปาร์ตี้เล็ก ๆ ซึ่งก็จะมีลูกค้าที่เขาอยากกินไม่กี่ถ้วย สั่งเยอะก็ไม่คุ้ม เลยรีเควสต์ให้มีหน้าร้านได้มั้ย? เราเลยคุยกับครอบครัวและก็นึกถึงตึกนี้ขึ้นมา”

โกดังเก่าแก่อายุกว่า 50 ปี สมัยก่อนอาม่าคุณเอินซึ่งเป็นคนจีนได้เปิดการค้าขายแถวย่านท่าเตียนนี้ ซึ่งพออาม่าเลิกทำ ก็ได้ปล่อยให้คนแถวนี้เช่าไป ก่อนที่คุณเอินจะตัดสินใจมารีโนเวทใหม่ร่วมปีเพื่อให้กลายเป็นร้านไอศกรีมเจลาโต้ในนาม Ghee Gelato House ซึ่งชื่อร้าน Ghee ก็มาจาก “กี” ชื่ออาม่าของคุณเอินนั่นเอง

“เรามองว่าย่านท่าเตียนตอนนี้ได้เปลี่ยนไปแล้ว ไม่ใช่ย่านค้าขายคนจีนเหมือนสมัยก่อน แต่กลายเป็นย่านท่องเที่ยวไปแล้ว ก็คิดว่ามันเหมาะที่จะมาเปิดร้าน และเราสามารถทำเต็มที่กับตึกนี้ได้เลย”

หน้าร้าน Ghee Gelato House
ความ "ใหม่" ท่ามกลางความ "เก่า" ที่ผสานกันอย่างลงตัว

จากนั้นมาว่ากันที่เรื่องไอศกรีมเจลาโต้ คุณเอินบอกเราว่าตอนที่ได้ศึกษาการทำเจลาโต้ทำให้เธอรู้ว่าการทำสิ่งหนึ่งสิ่งใด อาจต้องใช้ความใส่ใจอย่างลงลึกมากกว่าที่คิด

“เหมือนเราไปเรียนพื้นฐานว่าการทำเจลาโต้มันทำอย่างไร ก็โอเคอร่อยดี แต่มันยังไม่ถึงแบบที่เราอยากกินอีก เราก็เลยอยากศึกษาเพิ่ม เพราะเรารู้สึกว่าที่ไปเรียนเขาคงไม่ได้บอกทั้งหมด เราก็เลยไปซื้อหนังสือ ดูคลิปสอนทำของต่างประเทศ หรือที่เป็น Recipe และเราก็ได้รู้ว่า การทำไอศกรีมเจลาโต้หรือไอศกรีมต่าง ๆ มันคือการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง เหมือนเป็นการยืดอายุของพวก Dairy Product อย่างนมหรือครีม เราก็เลยคิดว่าน่าจะมีความรู้อื่น ๆ มากกว่าสูตร ก็เลยไปหาความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ Food Science ไปด้วย

รวมถึงทีแรกตอนเราทำ Business Plan เราเซตทาร์เก็ตเป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่อยากหาเจลาโต้กินในไทย เราก็ดูมาเยอะว่าชาวต่างชาติเขาแพ้นู่นแพ้นี่เยอะมาก ดังนั้นเราควรจะต้องมีความรู้เกี่ยวกับเรื่องพวกนี้พอสมควร เพราะว่าถ้าเขามากินของเราแล้วเขาแพ้และเป็นอะไรไป เราจะรู้สึกแย่มาก”

เมนูของร้าน Ghee Gelato House
ได้ชิมไอศกรีมเจลาโต้รสกาแฟหลังทำเสร็จใหม่ ๆ ด้วยล่ะ :)

เมื่อศึกษาจนเข้าใจถึงความเป็นไอศกรีมเจลาโต้ คุณเอินก็ได้คิดค้นสูตรที่ใช่ในแบบฉบับของตัวเอง ทั้งการเน้นใช้วัตถุดิบธรรมชาติหรือวัตถุดิบที่ดี มีคุณภาพ ไม่ใส่สีและกลิ่นสังเคราะห์ รวมถึงเนื้อสัมผัสที่เหนียวกว่าสูตรทั่วไป และการปรับลดอุณหภูมิตู้แช่ให้เย็นกว่าปกติเพื่อให้เนื้อไอศกรีมเจลาโต้นั้นเหมาะเจาะกับสภาพอากาศของเมืองไทย แน่นอนว่าคุณเอินจะทำไอศกรีมเจลาโต้เองทั้งหมดซึ่งแต่ละวันจะมี 13 รสชาติ สับเปลี่ยนรสใหม่ 1-2 รสชาติต่อเดือน รวมถึงการคิดค้นรสพิเศษสำหรับฤดูกาลหรือเทศกาลต่าง ๆ เช่น “รสมังคุด” ในช่วงฤดูกาลที่ผ่านมา หรือ “รส Dark & White Chocolate” สำหรับเดือนกุมภาพันธ์

คุณเอิน-พิมพร จิตต์ใจฉ่ำ หญิงสาวเจ้าของร้าน Ghee Gelato House
คุณเอินลงมือทำเองทุกขั้นตอนทุกรสชาติจริง ๆ 

“ไอศกรีมเจลาโต้เราไม่ได้ไทยจ๋าทุกรส แต่เราพยายามสอดแทรกความเป็นไทยสำหรับชาวต่างชาติที่อยากกินอะไรแบบไทย ๆ และหาที่บ้านเขาไม่ได้ อย่าง “รสชาไทย” ลองมาทำก็ได้รับความนิยม หรือ “รสน้ำผึ้งมะนาว” ก็ถือเป็นเครื่องดื่มในไทยก็มีทั่วไป แต่ชาวต่างชาติเขาไม่คุ้นเคย พอเขาได้ลองก็บอกรู้สึก Refreshing มากแต่ “รสน้ำผึ้งมะนาว” จะเหลวกว่ารสอื่น เพราะน้ำผึ้งเป็นของร้อน พอทำของเย็น จุดเยือกแข็งก็จะไม่เท่าวัตถุดิบอื่น ๆ ก็จะมีปัจจัยหลาย ๆ อย่าง หรืออย่างผลไม้ เราใช้มะม่วงน้ำดอกไม้แท้ การคุมรสชาติจะยากมาก เราก็ต้องปรับหน้างาน แต่ละถาดรสจะไม่เหมือนกัน แต่เราจะพยายามคงรสชาติให้เหมือนกันมากที่สุด”

ไอศกรีมเจลาโต้ของร้าน  Ghee Gelato House
ไอศกรีมเจลาโต้ 1 รสชาติ 80 บาท 2 รสชาติ 100 บาท และ 3 รสชาติ 120 บาท
รสน้ำผึ้งมะนาวและรสมะม่วงเสาวรส
รสน้ำผึ้งมะนาวและรสมะม่วงเสาวรส
รสพีชและนมฮอร์ลิค
รสโยเกิร์ตพีชสีชมพูก็ไม่ควรพลาด

ไม่เพียงแต่ไอศกรีมเจลาโต้ที่คุณเอินลงมือทำเอง เพราะสำหรับ “วาฟเฟิลโคน” (10 บาท) เราก็เพิ่งได้รู้ว่าเป็นโฮมเมดเช่นกัน โดยคุณเอินบอกเราว่า สาเหตุที่ต้องลงมือทำเอง เพราะลองแบบที่ทำสำเร็จรูปแล้วไม่ถูกใจในรสชาติ อีกทั้งยังอยากทำ “วาฟเฟิลโคน” ให้ทั้งได้กลิ่น เนื้อสัมผัส และรสชาติที่เหมาะกับไอศกรีมเจลาโต้ของตัวเอง ซึ่งถ้าโชคดี (แบบเรา) ได้เข้ามาในร้านตอนคุณเอินกำลังลงมือทำ “วาฟเฟิลโคน” ใครสามารถทนกลิ่นหอมฟุ้งและไม่สั่งไอศกรีมเจลาโต้ใส่วาฟเฟิลโคนได้ เราขอยอมรับว่าคุณใจแข็งมาก (คุณเอินแอบกระซิบว่า มีคนหลงรักกลิ่นหอม ๆ และขอสั่งวาฟเฟิลโคนเพียว ๆ ก็มีมาแล้ว)

วาฟเฟิลโคนของร้าน Ghee Gelato House
วาฟเฟิลโคนคุณเอินก็ยังลงมือทำเองด้วยนะ  

ในฐานะหญิงสาวที่จบแบรนด์ดิงได้มีแบรนด์ไอศกรีมเจลาโต้ที่เกิดจากทั้งความรักและความฝันหลอมรวมกัน เราจึงอดไม่ได้ที่จะถามถึงแพลนในอนาคตต่อแบรนด์ร้านไอศกรีมเจลาโต้ Ghee Gelato House แห่งนี้

“เราจะไม่หยุดนิ่ง พัฒนาไปเรื่อย ๆ และวางแผนอยากให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น คนตายได้ แต่แบรนด์มันอยู่ไปได้ตลอด เราก็อยากให้ยังคงอยู่ เราก็ไม่แน่ใจว่ามันจะไปได้ไกลแค่ไหน แต่แน่นอนว่ายังไงเราอยากให้มันไปได้ไกลที่สุด แล้วเรามองว่าโปรดักส์เราน่าจะเป็นตัวหลักที่ทำให้แบรนด์มันไปได้ตลอด ฉะนั้นเราก็ต้องพัฒนาไปเรื่อย ๆ ไม่หยุดที่จะพัฒนา ทั้งโปรดักส์และตัวแบรนด์ และแน่นอนคือการขยายสาขาเพิ่มขึ้นค่ะ” คุณเอินตอบกับเราด้วยรอยยิ้มและสีหน้าที่แบบนี้ล่ะ...คนที่ได้ทำในสิ่งที่รักอย่างแท้จริง

เกือบลืมบอกไปว่านอกจากพิกัดจะอยู่ในย่านเก่าก่อนอันทรงเสน่ห์อย่างย่านท่าเตียน เดินไปไม่กี่อึดใจจากร้านไอศกรีมเจลาโต้ Ghee Gelato House เราก็จะพบกับทัศนียภาพสวย ๆ ของแม่น้ำเจ้าพระยาและวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ถือไอศกรีมเจลาโต้รสโปรดมาลิ้มรสชาติพลางชื่นชมวิวสวย ๆ ก็ถือเป็นอาหารตาอาหารใจได้ดีเลยเชียวค่ะ เชื่อเถอะ...เราลองกันแล้ว :)

เมนูของร้าน Ghee Gelato House
ไอศกรีมหลักร้อย วิวหลักล้านที่แท้จริง

การเดินทาง

โชคดีที่สถานีรถไฟฟ้า MRT เปิดใหม่ เราจึงเดินทางมาย่านท่าเตียนได้สะดวกสบายกว่าเดิมด้วยรถไฟฟ้า MRT ลงสถานีสนามไชย ทางออก 5 เดินมาทางถนนมหาราช สังเกตธนาคารกรุงเทพฯ เข้าซอยข้าง ๆ เดินมาเรื่อย ๆ ไม่กี่อึดใจ ทางขวามือก็จะพบกับร้านไอศกรีม Ghee Gelato House ร้าน Gelato คาเฟ่ท่าเตียนกันแล้วค่ะ :) 

ติดตามเรื่องราวของร้านอาหารที่ควรค่าแก่การตามรอย 

เมนูห้ามพลาด

Chocolate Brownie, Honey Lime, Peach Yogurt

แผนที่

การติดต่อ

Ghee Gelato
394/29, Soi Pansuk,,พระนคร
ประเภท