ทำความรู้จัก “เมล็ดกาแฟ” เจาะลึกทุกขั้นตอน กว่าจะมาเป็นกาแฟหอมกรุ่น
  1. ทำความรู้จัก “เมล็ดกาแฟ” เจาะลึกทุกขั้นตอน กว่าจะมาเป็นกาแฟหอมกรุ่น

ทำความรู้จัก “เมล็ดกาแฟ” เจาะลึกทุกขั้นตอน กว่าจะมาเป็นกาแฟหอมกรุ่น

มาทำความรู้จัก “เมล็ดกาแฟ” แต่ละชนิด ต่างกันอย่างไร แบบไหนเหมาะกับเรา เจาะลึกระดับการคั่ว และทุกการเดินทางของเมล็ดกาแฟ กว่าจะได้มาเป็นกาแฟหอมกรุ่น
writerProfile
27 เม.ย. 2022 · โดย

วันนี้ Wongnai ขอชวนชวนทุกคนมาทำความรู้จักกับ “เมล็ดกาแฟ” ก่อนที่จะมาเป็นกาแฟแก้วโปรดที่ขาดไม่ได้ในทุก ๆ เช้าของใครหลาย ๆ คน ไม่ว่าจะเพื่อทำให้รู้สึกกระปรี้กระเปร่า เตรียมพร้อมรับมือกับการทำงานในแต่ละวัน หรือว่าจะเป็นการดื่มด่ำกลิ่นหอม ๆ และรสชาติขมติดปลายลิ้นเป็นเอกลักษณ์ของกาแฟ มาดูกันว่าเมล็ดกาแฟชนิดต่าง ๆ แตกต่างกันอย่างไร รวมไปถึงระดับการคั่ว แบบไหนถึงจะถูกใจเรา และเส้นทางการเดินทางของกาแฟ กว่าจะมาเป็นเครื่องดื่มหอมกรุ่นในยามเช้าของเรา ถ้าเพื่อน ๆ พร้อมกันแล้วก็ลุยกันเลยค่าา!

ทำความรู้จัก เมล็ดกาแฟ เจาะลึกทุกขั้นตอน กว่าจะมาเป็นกาแฟหอมกรุ่น

1ชนิดของเมล็ดกาแฟ

เมล็ดกาแฟมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 4 ชนิด อาราบิก้า(Arabica) โรบัสต้า(Robusta) ลิเบอริก้า(Liberica) และเอ็กเซลซ่า(Excelsa) โดยเมล็ดกาแฟที่เป็นที่นิยมกันทั่วโลก คืออาราบิก้าและโรบัสต้าค่ะ ส่วนเมล็ดกาแฟอีกสองชนิดอย่างลิเบอริก้าและเอ็กเซลซ่าเป็นชนิดที่หายากมาก ๆ ทำให้ไม่เป็นที่นิยมทั่วไปนั่นเอง เรามาดูกันดีกว่าว่าเมล็ดกาแฟอาราบิก้าต่างกับโรบัสต้ายังไงบ้าง

1. เมล็ดกาแฟอาราบิก้า (Arabica)

กาแฟอาราบิก้า

มาเริ่มกันที่เมล็ดกาแฟอาราบิก้า ซึ่งปลูกได้ดีในที่สูง 1,000 เมตรขึ้นไปจากระดับน้ำทะเล มีความหอมมัน และเมื่อสกัดออกมาเป็นน้ำกาแฟจะมีเครม่า หรือครีมที่ด้านบนของกาแฟมากกว่าโรบัสต้า เพราะในเมล็ดกาแฟอาราบิก้ามีกรดไขมันค่อนข้างสูง ตัวเมล็ดกาแฟจะมีลักษณะเรียว และมีแกนกลางเป็นรูปตัว S กาแฟจากเมล็ดกาแฟอาราบิก้าจะมีรสชาติที่นุ่มลึกและความหวานติดปลายลิ้นเล็กน้อย

2. เมล็ดกาแฟโรบัสต้า (Robusta)

กาแฟโรบัสต้า

สำหรับกาแฟโรบัสต้า ตัวเมล็ดกาแฟจะเป็นทรงกลม และมีแกนกลางเป็นขีดเส้นตรง ปลูกได้ดีในความสูง 200-800 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล เมื่อสกัดน้ำกาแฟออกมาจะมีความหอมเข้ม รสชาติเข้มข้นและหนักแน่น รวมถึงอาจมีติดรสเปรี้ยวเล็กน้อย ความหอมมันจะไม่เท่ากาแฟอาราบิก้าเพราะมีกรดไขมันน้อยกว่า แต่จะมีระดับคาเฟอีนสูงกว่าอาราบิก้า ใครที่ชอบกินกาแฟเข้ม ๆ ให้ตาตื่น กาแฟโรบัสต้าก็จะเหมาะค่ะ 

2ระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ

ระดับการคั่วกาแฟ หรือการคั่วกาแฟสารทั่ว ๆ ไปจะมีด้วยกันทั้งหมด 3 ระดับค่ะ ได้แก่ คั่วอ่อน คั่วกลาง และคั่วเข้ม กาแฟสารหรือเมล็ดกาแฟดิบ(Green) เป็นผลิตผลที่ได้มาจากผลกาแฟสุก มีรสชาติของความเป็นผลไม้เบอร์รี คือรสเปรี้ยวและรสหวาน การนำเมล็ดกาแฟไปคั่วก็จะทำให้เมล็ดกาแฟรสชาติเปลี่ยนไป มีความเข้มขึ้น ขมขึ้น ตามระดับการคั่วดังนี้ค่ะ

  1. คั่วอ่อน (Light Roast) มีสีน้ำตาลอ่อน หรือสีของอบเชย (Cinnamon) กลิ่นความเป็นผลไม้ของกาแฟจะยังชัดเจนมาก มีรสเปรี้ยวและหวานโดยธรรมชาติ เหมาะสำหรับกินเป็นกาแฟร้อน เพราะจะไม่ค่อยมีความเข้มข้นหรือความมัน เพราะน้ำมันยังไม่ถูกขับออกมาจากเมล็ด
  2. คั่วกลาง (Medium Roast) เมล็ดกาแฟมีสีเข้มขึ้นและเริ่มมีความเงาจากน้ำมันเล็กน้อย จะเริ่มมีความขมมากขึ้น และความเปรี้ยวหวานของกาแฟก็จะลดลงแต่ก็ยังรู้สึกได้อยู่บ้าง มีความเข้มข้นปานกลาง สามารถนำไปทำได้ทุกเมนูกาแฟเลยค่ะ
  3. คั่วเข้ม (Dark Roast) เมล็ดกาแฟมีสีเข้มจัด เมล็ดเงาจากกรดไขมันที่ถูกขับออกมา มีรสชาติขม เข้มข้นและหอมมัน หรือที่เรียกกันว่ากาแฟฟูลบอดี้ (Full Body) โดยที่รสเปรี้ยวและหวานไม่หลงเหลืออยู่แล้ว และอาจมีกลิ่นของชะเอมหรือช็อกโกแลตเข้ามาแทนที่
  4. คั่วเข้มมาก (Extra Dark Roast) เมล็ดกาแฟมีสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ อาจจะมีกลิ่นไหม้นิด ๆ  มีความมันมากเพราะไขมันถูกขับออกมาเยอะ กาแฟจากเมล็ดกาแฟคั่วเข้มมากส่วนใหญ่มักจะมีกลิ่นของดาร์กช็อกดกแลตจาง ๆ ใช้ได้กับเมนูกาแฟทุกเมนู
ระดับการคั่วเมล็ดกาแฟ

3จากผลกาแฟสู่กาแฟหอมกรุ่น

กว่าจะมาเป็นกาแฟร้อน ๆ หอมกรุ่นในยามเช้าของเรา เมล็ดกาแฟต้องผ่านกรรมวิธีมากมาย เพื่อให้ได้กาแฟที่ดี เริ่มตั้งแต่

  1. เก็บผลกาแฟสุกจากต้นกาแฟ โดยที่คัดแต่ลูกที่มีสีแดง 
  2. จากนั้นแกะเอาแต่เมล็ดกาแฟดิบหรือกาแฟสาร 
  3. ล้างเมือกออกจนหมดแล้วนำไปผึ่งแดดเพื่อไล่ความชื้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดเชื้อราได้ 
  4. เมื่อเมล็ดกาแฟแห้งดีแล้วก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการคั่วเมล็ดกาแฟให้ได้ระดับความเข้มที่ต้องการ 
  5. เมื่อคั่วจนได้ที่แล้วจึงจะนำมาบดโดยที่ระดับความหยาบก็จะขึ้นอยู่กับวิธีที่ใช้ชงกาแฟอีกด้วย
  6. ขั้นตอนสุดท้ายคือนำกาแฟบดมาชงด้วยวิธีต่าง ๆ จนสกัดออกมาเป็นน้ำกาแฟ เครื่องดื่มหอมกรุ่นของเราค่ะ
จากผลกาแฟสุ่กาแฟหอมกรุ่น

จบแล้วทุกคนได้รู้จัก “เมล็ดกาแฟ” เพิ่มขึ้นบ้างไหมคะ การที่เรารู้จักกับวัตถุดิบในอาหารและเครื่องดื่มของเรา ก็เทำให้เราดื่มด่ำกับมันได้มากขึ้น และทำให้กาแฟทุกแก้วของเรากลายเป็นเครื่องดื่มที่ให้ความรู้สึกพิเศษ เพราะกว่าจะมาเป็นกาแฟร้อน ๆ หอม ๆ ในมือของเราเนี่ย เมล็ดกาแฟต้องผ่านการเดินทางและกรรมวิธีหลายขั้นตอนมาก ๆ ยิ่งถ้าเป็นเมล็ดกาแฟนำเข้ายิ่งเดินทางมาไกลเลยใช่ไหมล่ะคะ ถ้าเพื่อน ๆ อยากทำความรู้จักกับอาหารที่เรากินกันในแต่ละวันให้มากขึ้น ก็สามารถไปอ่าน เกร็ดความรู้เรื่องอาหาร กันต่อได้เลย ส่วนเรื่องเล่ารอบครัวครั้งหน้าจะเอาเรื่องน่ารู้เรื่องไหนมาเล่าสู่กันฟัง อย่าลืมมาติดตามกัน แล้วเจอกันค่าา :)

อ่านเรื่องราวอาหารน่ารู้ต่อตรงนี้เลย!