ไปร้านอาหารญี่ปุ่น เมนูอันดับต้น ๆ ที่คนสั่ง เห็นทีต้องมี "ราเมง" ในโผแน่นอน ก็แหม่ กลิ่นหอมยั่วน้ำลาย บวกกับน้ำซุปร้อน ๆ อีก ใครกันจะไม่อยากสั่ง ยิ่งคนไทยเลิฟก๋วยเตี๋ยวด้วยแล้ว ราเมงนี่คือเทสต์คนไทยเลยนะ แต่จะต่างกันที่รสชาติทางฝั่งญี่ปุ่นจะเน้นนัวกลมกล่อมมากกว่าบ้านเราที่เน้นไปทางจี๊ดจ๊าดและเข้มข้น แต่รู้ไหมว่าความกลมกล่อมนั้นก็มีเบสต์น้ำซุปที่แตกต่างกัน ทำให้ได้รสชาติที่ไม่เหมือนกัน เห็นสีดูใกล้เคียงกันแต่ทีมงานบอกเลยว่าราเมงทุกชามไม่เหมือนกัน 100% จ้า อยากเป็นเซียนราเมงไม่ยากความรู้เบื้องต้นต้องแม่นก่อน เรามาไถบทความไปพร้อมกันค่ะ
Hightlight
ล้วงลึกเรื่องราเมง : ราเมงคืออะไร ?

ราเมงเป็นสิ่งที่ชาวญี่ปุ่นกินกันบ่อย ๆ เหมือนเราชอบกินก๋วยเตี๋ยวนั่นแหละ ดังนั้นถ้าจะชำแหละราเมงออกเป็นส่วน ๆ คงไม่ต่างจากก๋วยเตี๋ยวค่ะ โดยเริ่มจากน้ำซุป เส้น และท็อปปิงต่าง ๆ ความแตกต่างก็ขึ้นอยู่กับจังหวัดนั้น ๆ หรือถิ่นที่อยู่ที่จะส่งผลต่อการปรุงรสชาติ ถ้าใกล้ทะเล เราก็จะได้กลิ่นอายทะเล เครื่องเป็นซีฟู้ด เป็นต้น และด้านล่างนี้คือภาพคร่าว ๆ ของราเมงค่ะ เผื่อใครที่ไม่กินหรือรู้จักนะคะ อ่านจบปุ๊บแล้วเราจะไปต่อที่รายละเอียดกัน
ราเมงคืออะไร ?

"ราเมง" เป็นบะหมี่น้ำของญี่ปุ่น มักจะกินคู่กับ เนื้อหมูชาชู สาหร่าย ลูกชิ้นปลาคะมะโบะโกะ ต้นหอม และบางครั้งจะมีข้าวโพด ซึ่งราเมงจะมีการปรุงรสแตกต่างกันตามแต่ละจังหวัดในญี่ปุ่น เช่น ในเกาะคิวชู ต้นกำเนิดของทงคตซึราเมง (ราเมงซุปกระดูกหมู) หรือในเกาะฮอกไกโด ต้นกำเนิดของมิโซะราเมง (ราเมงเต้าเจี้ยว)
ส่วนประกอบหลัก ๆ ของราเมง

ส่วนประกอบหลักของราเมงแบ่งเป็น 3 อย่าง
- น้ำซุป เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดของการทำราเมง หัวใจหลักของรสชาติในน้ำซุปราเมงได้มาจากการต้มเครื่องปรุงต่าง ๆ เป็นเวลาหลายชั่วโมง (หรือเป็นวันแล้วแต่ร้าน) เพื่อที่ดึงรสชาติที่แท้จริงของวัตถุดิบออกมาอย่างเต็มที่
- เส้นบะหมี่ เส้นบะหมี่ที่ใช้ทำราเมงหลัก ๆ มีสองประเภทคือ เส้นชิจิเระ เส้นราเมงแบบหยัก และเส้นตรง ทั้งนี้ความหนาบางจะแตกต่างกันไปตามแต่ละพื้นที่ เส้นราเมงโตเกียวจะบางและหยัก เส้นราเมงของคิวชูมีเอกลักษณ์อยู่ที่เส้นแบบตรง ส่วนเส้นราเมงในแถบฮอกไกโดมีความหยักของเส้นระดับปานกลาง
- เครื่องเคียง เครื่องเคียงหรือของแต่งหน้าราเมงมีความแตกต่างและหลากหลายจะขึ้นอยู่กับตัวนํ้าซุปของราเมงนั้น ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมูชาชู (เนื้อหมูย่าง) ไข่ต้มยางมะตูม ต้นหอม หน่อไม้ และลูกชิ้นปลาคะมะโบโกะ ข้าวโพดหวาน เชฟก็จะคิดว่า เครื่องนี้เข้ากับน้ำซุปนั้น ๆ มั้ย เอาง่าย ๆ เครื่องเคียงเป็นตัวชูรสของราเมงให้อร่อยฟินยิ่งขึ้นนั่นเอง
ที่มาของราเมง

ราเมงมีจุดเริ่มต้นในยุคที่วัฒธรรมจีนหลั่งไหลเข้ามาในญี่ปุ่นช่วงการปฏิรูปเมจิ ง่าย ๆ คือราเมงเกิดขึ้นในประเทศจีน แต่ถูกนำมาปรุงแต่งด้วยเครื่องปรุงของญี่ปุ่นอย่างโซยุและเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น จึงทำให้ราเมงกลายเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในฐานะอาหารประจำชาติญี่ปุ่นหลังจากที่ญี่ปุ่นเปิดการค้าเสรีอย่างเป็นทางการนั่นเอง
สรุปง่าย ๆ ราเมง เป็นอาหารญี่ปุ่น แต่มีต้นกำเนิดมาจากจีน

ขั้นตอนการทำราเมง

ขั้นตอนการทำราเมง แบ่งเป็น 3 ขั้น
- การต้มน้ำซุป : เบสน้ำซุปเกิดจากการต้มกระดูกสัตว์ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น หมู ไก่ วัว ปลา และอาหารทะเลอื่น ๆ และเครื่องปรุงต่าง ๆ ต้มกันทีหลาย ๆ ชั่วโมงหรือเป็นวันตามสูตรของแต่ละร้าน
- การปรุงรส : เมื่อเราได้เบสซุปแล้ว ทางร้านก็จะนำมาปรุงรส ไม่ว่าจะเป็น โชยุ มิโสะ และเกลือ
- ใส่เส้นและเครื่องเคียง : สุดท้ายคือการใส่เส้น และเครื่องเคียงต่าง ๆ ซึ่งเส้นและเครื่องเคียงสำคัญมาก ๆ นะคะ ที่จะช่วยชูรสให้ดียิ่งขึ้น
ชนิดของราเมง
ราเมง มีหลากหลายชนิดแตกต่างกันตามภูมิภาค โดยชนิดของราเมงจะแบ่งตาม เส้นบะหมี่ เครื่องเคียง และน้ำซุป สามอย่างนี้เป็นหลัก ซึ่งน้ำซุปยอดนิยมที่คนชอบโซ้ยยยย! มีตามนี้
1.「醤油ラーメン」:Shoyu Ramen:โชยุราเมง

ใครที่เริ่มกินราเมง ขอแนะนำ "โชยุราเมง" เลยจ้า ราเมงสูตรดั้งเดิมที่ใช้โชยุ หรือซีอิ้วญี่ปุ่น เป็นส่วนผสมหลักในน้ำซุป เป็นราเมงพื้นฐานของคนโตเกียว การใช้เส้นบะหมี่เหลืองเส้นหยักขนาดกลาง มีหมูชาชู (หมูย่าง) เม็มมะ (หน่อไม้ดอง) และต้นหอมซอยเป็นส่วนประกอบในชาม รสชาติกลมกล่อม น้ำซุปสีน้ำตาลใส ถึงใสแต่รสชาติไม่ใสนะ โดยรสชาตินี้ถือว่าถูกปากคนไทยจ้า
2.「味噌ラーメン」:Miso Ramen:มิโสะราเมง

"มิโสะราเมง" มีต้นกำเนิดจากฮอกไกโด ถือเป็นราเมงที่มีเอกลักษณ์ตามแบบฉบับญี่ปุ่นอย่างแท้จริง รสชาติเข้มข้นด้วยน้ำซุปผสมมิโสะหรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น หอมกลิ่นมิโสะและน้ำต้มกระดูก ส่วนใหญ่จะใช้เส้นขนาดใหญ่เพื่อไม่ให้เส้นแพ้กับน้ำซุปรสเข้ม ส่วนท็อปปิงส่วนใหญ่ก็จะเป็นเนื้อหมู ถั่วงอก หรือผักต่าง ๆ ข้าวโพด เป็นต้น ส่วนตัวคิดว่ามิโสะราเมงก็เป็นรสชาติที่คนไทยเลิฟนะ เพราะเทกซ์เจอร์น้ำซุปค่อนไปทางหนัก ยิ่งซดยิ่งนัว
3.「豚骨ラーメン」:Tonkotsu Ramen:ทงคตสึราเมง

"ทงคตสึราเมง" มีต้นตำรับมาจากเกาะคิวชู โดดเด่นด้วยน้ำซุปกระดูกหมูสีขาวนวล มาพร้อมกับเส้นตรงและบางเพื่อความเข้ากันกับน้ำซุปที่รสชาติไม่จัดมากนักแต่ก็เข้มข้นกลมกล่อมและหอมกระดูกหมูมาก ท็อปด้วยต้นหอมซอย หมูชาชู (หมูย่าง) เห็ดหูหนูซอย และสาหร่าย
4.「塩ラーメン」:Shio Ramen:ชิโอะราเมง

"ชิโอะราเมง" เป็นน้ำซุปเกลือ น้ำซุปสีใส รสชาติอ่อนแต่ก็กลมกล่อมในตัว เป็นรสชาติต้นตำรับที่มีประวัติความเป็นมายาวนานที่สุด โดยถิ่นต้นกำเนิดคาดว่าอยู่ที่ฮาโกดาเตะ ฮอกไกโด เนื่องจากเป็นแถบที่รับวัฒนธรรมจีนมา อย่างที่ว่าไปในข้างต้น "ราเมงมาจากจีน" จ้า ถ้าอยากลองกินแบบออริจินัล ชิโอะราเมงก็น่าสนใจ เส้นหมี่จะมีลักษณะเป็นเส้นตรงและเล็ก เครื่องส่วนใหญ่จะเป็นชาชู (หมูย่าง) เม็มมะ (หน่อไม้ดอง) และต้นหอมซอย ในส่วนของรสชาติที่เหมือนจะรสอ่อน แต่จริง ๆ แล้วก็ไม่ได้อ่อนมากจนไม่อูมามินะ ดังนั้นถ้าแปลง่าย ๆ เลยคือชิโอะราเมงเป็นราเมงที่ค่อนข้างทำยากเพราะส่วนประกอบหลักมีแค่เกลือเท่านั้น
5.「魚介系ラーメン」:Gyokai Kei Ramen:เกียวไค เค ราเมง

"เกียวไค เค ราเมง" ราเมงน้ำซุปซีฟู้ด ผสมกับซุปสาหร่ายทะเล แต่ละร้านมีเอกลักษณ์เป็นของตนเอง ซุปจึงมีความเข้มข้นมากเนื่องจากความหลากหลายของวัตถุดิบที่ใช้ผสมกันในการต้มซุป นํ้าซุปประเภทนี้มีทั้งแบบใสและแบบข้นให้เลือกชิม คนไทยอาจจะไม่คุ้นเคยกับชื่อนี้เท่าไร แต่ถ้าเราไปเที่ยวแถบริมทะเล เราจะเจอราเมงประเภทนี้เยอะมาก เนื่องจากญี่ปุ่นค่อนข้างใส่ใจเรื่องวัตถุดิบ ในเมืองที่ห่างไกลทะเลก็จะไม่ค่อยมีเกียวไค เค ราเมงเท่าไร ถ้าใครมีโอกาสเที่ยวทะเลที่ญี่ปุ่น ไปลองดูนะคะ
6.「つけ麺」:Tsukemen:ทซึเคเมง

"ทซึเคเมง" ราเมงที่แยกเส้นกับน้ำซุปมา ข้อดีคือเส้นไม่อืด ค่อย ๆ กินได้ค่ะ ถ้าสังเกตดี ๆ จะเห็นว่าทซึเคเมงจะเสิร์ฟเส้นมาเยอะมาก น้ำซุปที่แยกมาก็จะมีความเข้มข้นกว่าราเมงปกติ เพื่อที่เวลาเรานำเส้นมาจุ่มน้ำซุปแล้วกินจะทำให้ได้รับรสชาติเหมือนกับการกินราเมงปกติ ซึ่งหลังจากที่กินเส้นหมดแล้วสามารถขอน้ำซุปใสเพื่อมาเติมในถ้วยซุปให้รสชาติอ่อนลงแล้วซดต่อได้ค่ะ ใครที่กินก๋วยเตี๋ยวแห้ง สไตล์นี้น่าจะถูกใจนะ
บทสรุป "ราเมง" แผ่นเดียวเข้าใจง่าย

นอกจากราเมงที่เรานำเสนอ จริง ๆ ราเมงมีอีกหลายประเภทเลยค่ะ เช่น เกียวไค เค ราเมง ราเมงน้ำซุปซีฟู้ดที่เราว่าในบทความ แต่ก็อาจจะหากินยาก จะเจอตามร้านริมทะเลเสียมากกว่า
ความดีงามของ ราเมง นั้น ไม่ได้โด่งดังหรือได้รับความนิยมเพียงแค่ในประเทศญี่ปุ่นเท่านั้นนะคะ แต่ได้แพร่กระจายไปในหลายประเทศในทวีปเอเชีย และบางประเทศในทวีปอื่น ๆ ทั่วโลก สังเกตได้ว่ามีร้านราเมงไปตั้งอยู่ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ ๆ ต่าง ๆ เช่นเดียวกับที่ประเทศไทยของเรานั่นเอง ด้วยรสชาติที่ถูกปาก ทำให้ปัจจุบันมีร้านใหม่ผุดขึ้นเยอะ บางร้านก็ส่งตรงจากญี่ปุ่น ช่วงนี้ถ้าเราไปเที่ยวไหนไม่ได้เพราะโควิด-19 เมืองไทยก็มีร้านราเมงให้เลือกเพียบจ้า
ทีนี้ก็รู้แล้วใช่ไหมคะ ว่า “ราเมง” จริง ๆ แล้วมีให้เลือกชิมกันหลายแบบเลยค่ะ ใครที่อ่านแล้วหิว ก็ตามไปหาร้านอาหารได้ที่ Wongnai ได้เลยยย!
ใครที่ยังอินเมนูอาหารญี่ปุ่น เรามี Tips ดี ๆ น่าสนใจอีกเพียบจ้า


