เที่ยว 18 ถ้ำสวย ๆ ในเมืองไทย พร้อมตำนานความเชื่อ ที่ควรไปเยือน
  1. เที่ยว 18 ถ้ำสวย ๆ ในเมืองไทย พร้อมตำนานความเชื่อ ที่ควรไปเยือน

เที่ยว 18 ถ้ำสวย ๆ ในเมืองไทย พร้อมตำนานความเชื่อ ที่ควรไปเยือน

บอกต่อถ้ำสวย ๆ ที่ชีวิตนี้ควรไปให้ได้ แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่เต็มไปด้วยความสวยงามของหินงอกหินย้อย และเรื่องเล่าตำนานอีกมากมาย!
writerProfile
19 ต.ค. 2020 · โดย

เที่ยวป่าเที่ยวเขากันไปแล้ว อยากหาที่เที่ยวใหม่ ๆ ต้องลองมาเที่ยวถ้ำกันแล้วนะ Wongnai Travel ขนขบวนที่เที่ยวถ้ำสวย ๆ มาเสิร์ฟนักท่องเที่ยวสายธรรมชาติ ชมความงามของประติมากรรมหินงอก ดูหยดน้ำที่เกาะตามหินย้อยสะท้อนแสงระยิบระยับ ซึ่งนอกจากความสวยงามภายนอกที่น่าไปเยือนแล้ว บางถ้ำภายในก็เต็มไปด้วยความน่าหลงใหลอย่างความเชื่อเก่า ๆ เรื่องลี้ลับ ตำนานต่าง ๆ ที่คนในพื้นที่ละแวกข้างเคียงลือกันอยู่เรื่อย ๆ ด้วย จะมีที่ไหนบ้างนะ ไปดูกันเลย

1ถ้ำเชียงดาว

ถ้ำเชียงดาว ถ้ำที่มีความสวยงามของหินงอกหินย้อยรูปร่างต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และมีน้ำไหลออกมาจากถ้ำตลอดปีไปรวมกันในแอ่งน้ำสร้างความสดชื่นให้ที่นี่ และบริเวณปากถ้ำจะเป็นที่ตั้งของวัดเชียงดาวอันเป็นที่ประดิษฐานของ 'พระพุทธรูปทันใจ'

ถ้ำเชียงดาว เชียงใหม่
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : ถ้ำเชียงดาว มีตำนานเล่าขานว่าในอดีตเคยมีเจ้าหลวงคำแดง บุตรชายของเจ้านครพะเยาได้พบรักกับหญิงสาวคนหนึ่งในบริเวณนี้ เธอเล่าว่าเธอถูกสาป ถ้าออกไปจากที่นี่จะกลายเป็นกวางดาว ด้วยความรักเจ้าหลวงคำแดงจึงตกลงใจอาศัยอยู่ในถ้ำนี้ตลอดไป

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบท ชม. 3024 เชียงใหม่

2ถ้ำเมืองออน

ถ้ำเมืองออน วัดเมืองออน ชมความมหัศจรรย์ของพระธาตุที่เกิดจากธรรมชาติหนึ่งเดียวในโลก ภายในถ้ำมีหินงอกหินย้อย มีโถงถ้ำที่กว้าง อากาศภายในค่อนข้างเย็น เดินเข้าไปเรื่อย ๆ ก็จะพบ พระธาตุนมผา มีลักษณะเป็นหินงอกที่ภายในแท่งหินมีพระธาตุบรรจุอยู่

ถ้ำเมืองออน เชียงใหม่
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน :  ตามตำนานเล่าว่าพระพุทธเจ้าเคยเสด็จมาที่นี่ พญานาคปลอมตัวเป็นคนขอเส้นพระเกศาเก็บไว้เพื่อบูชา และมีรอยพญานาคซึ่งแข็งเป็นหิน ใครจะขอพรก็ให้ลูบรอยนั้นก็จะสมหวัง

ที่ตั้ง : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1317 เชียงใหม่

3ถ้ำพระยานคร

ถ้ำพระยานคร อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ถูกค้นพบโดยเจ้าพระยานครตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 1 ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 ได้ทรงโปรดให้สร้างพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ไว้ภายในถ้ำ กลายเป็นไฮไลต์ของนักท่องเที่ยวที่ต้องการไปชมช่วงที่แสงพระอาทิตย์ส่องผ่านจากปล่องด้านบนลงมายังพลับพลา ซึ่งจะเกิดขึ้นเฉพาะช่วงเวลาเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เวลา 10.30-11.30 น. โดยประมาณเท่านั้น

ถ้ำพระยานคร ประจวบคีรีขันธ์
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ Kade Chutamas 

ตำนาน : ในสมัยรัชกาลที่ 1 เจ้าพระยานคร ผู้ครองเมืองนครศรีธรรมราช ได้แล่นเรือผ่านทางเขาสามร้อยยอด ทว่าระหว่างทางเกิดพายุใหญ่ไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ ท่านจึงจอดพักเรือหลบพายุที่ชายหาดแห่งนี้เป็นเวลาหลายวัน และได้สร้างบ่อน้ำเพื่อใช้ดื่มกิน

ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 4020 ประจวบคีรีขันธ์ 

4ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสงบมาก ๆ มีสภาพเป็นพื้นที่ราบ และเป็นถ้ำหินปูนขนาดใหญ่ที่มีห้องโถงมากมาย นักท่องเที่ยวมักจะเข้ามาชมเกล็ดหินสะท้อนแสง หินงอกหินย้อย หรือธารน้ำ เหมาะแก่การสำรวจมาก ๆ ทั้งนี้ก่อนเข้าไปยังถ้ำนางนอน ควรแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนทุกครั้ง โดยเฉพาะช่วงฤดูฝน

ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน เชียงราย
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : ถ้ำหลวง-ขุนน้ำนางนอน มีตำนานเล่าขานกันว่า ครั้งหนึ่งมีเจ้าหญิงแห่งเมืองเชียงรุ้ง หนีตามชายเลี้ยงม้าในวังไป ขณะนั้นตัวเธอก็ตั้งท้องได้หลายเดือน แล้วเดินทางไม่ไหวจึงขอพัก ณ ตอนนั้นสามีจึงอาสาไปหาอาหารให้ แต่หายไปไม่กลับมาอีกเลย ด้วยความเสียใจ นางจึงเอาปิ่นปักผมแทงตัวเองจนเลือดไหลออกมาเป็นสาย กลายเป็นแม่น้ำแม่สายขึ้นมาให้เราเห็นกันทุกวันนี้

ที่ตั้ง : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1149 เชียงราย 

5ถ้ำธารลอด

อุทยานเฉลิมรัตนโกสินทร์หรือส่วนใหญ่มักเรียกกันตามชื่อของจุดท่องเที่ยวก็คือ "ถ้ำธารลอด" ถ้ำนี้ตั้งอยู่ทางไปอำเภอบ่อพลอย ภายในจะมีทั้งถ้ำธารลอดน้อย ถ้ำธารลอดใหญ่ และน้ำตกต่าง ๆ ไฮไลต์ที่นักท่องเที่ยวมักมาคือ ถ้ำธารลอดน้อย ที่มีความกว้างและยาวเหมาะกับการเดินสำรวจ ภายในถ้ำจะมีหินงอกหินย้อย กระทบแสงไฟสวยงาม แถมมีความชุ่มชื้นจากน้ำที่ลอดผ่าน เลยทำให้อากาศด้านในเย็น ๆ ไม่อึดอัด

ถ้ำธารลอด กาญจนบุรี
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : ถ้ำนี้เป็นสถานที่ศึกษาประวัติศาสตร์ ที่ว่ากันว่าเป็นทางเดินทัพของพม่าและกองทัพญี่ปุ่น ทำให้ตรงนี้เคยมีทั้งซากอาวุธโบราณ โครงกระดูก และเครื่องรางของขลังเต็มไปหมด ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 กองทัพญี่ปุ่นก็ได้เดินทางผ่านบริเวณนี้ด้วยเช่นกัน

ที่ตั้ง : ถนนสายกาญจนบุรี-เขื่อนศรีนครินทร์ กาญจนบุรี

6ถ้ำผาท่าพล

ถ้ำผาท่าพล เป็นอีกหนึ่งถ้ำที่สวยมาก ๆ ในเมืองไทย ภายในเราจะพบทั้งฟอสซิลหอยสองฝาปรากฏตามผนัง ซึ่งเป็นสีน้ำตาลอ่อน ถ่ายรูปออกมาแล้วดูเป็นสีขาวสวยแปลกตามาก ที่สำคัญตัวผนังของถ้ำจะเป็นลวดลายลอนคลื่นสวยงาม ซึ่งเกิดจากการกัดเซาะของน้ำ เหมาะแก่การถ่ายรูปสุด ๆ

ถ้ำผาท่าพล พิษณุโลก
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : ว่ากันว่าถ้ำแห่งนี้มีอายุมานานกว่า 360 ล้านปีมาแล้ว เป็นแหล่งศึกษาฟอสซิล ชื่นชมความงามของซากดึกดำบรรพ์ ทั้งพลับพลึงทะเล ปะการัง ชาวบ้านเชื่อกันว่าที่นี่เคยเป็นทะเลมาก่อน ทำให้ถ้ำผาท่าพลเต็มไปด้วยฟอสซิลที่เป็นสัตว์ทะเล

ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 1344 พิษณุโลก

7ถ้ำลำคลองงู

ถ้ำลำคลองงู อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติลำคลองงู จังหวัดกาญจนบุรี ใครที่อยากชื่นชมความสมบูรณ์ของธรรมชาติ จะต้องชอบที่นี่แน่นอน เพราะเป็นถ้ำที่อยู่กลางป่าเขาเขียวขจี ด้านในมีเสาหินสูงใหญ่น่าเช็กอิน และยังมีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลก ๆ ให้ถ่ายรูปกันตลอดการเดินทาง

ถ้ำลำคลองงู กาญจนบุรี
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : เป็นถ้ำที่นักผจญภัยหลายคนลงความเห็นว่า ใช้แรงใจและแรงกายเยอะมาก ๆ เพราะเป็นถ้ำขนาดใหญ่ โดยเมื่อเดินทางไปถึงใจกลางถ้ำ เราจะได้เห็นเสาหินตั้งตระหง่านอยู่ตรงกลาง ว่ากันว่าเสาหินของถ้ำลำคลองงูนั้นสูงที่สุดในโลก เป็นเสาหินที่ถูกสำรวจโดยเคฟแมน นักสำรวจที่ดังที่สุดในโลก ใครอยากสัมผัสฟีลลิ่งเดียวกับนักสำรวจระดับโลกต้องมาที่นี่ให้ได้เลย

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบท กาญจนบุรี 3183 กาญจนบุรี

8ถ้ำเขาหลวง

“ถ้ำเขาหลวง” ถ้ำยอดฮิตหนึ่งใน Unseen Thailand ที่แนะนำว่าควรต้องมาให้ได้สักครั้งในชีวิต อีกหนึ่งที่เที่ยวเพชรบุรีที่มีพระพุทธรูปโบราณตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 4 ถึงรัชกาลที่ 5 อยู่จำนวนมาก บรรยากาศถ้ำสวยงามไปด้วยหินงอกหินย้อย จุดไฮไลต์ที่ห้ามพลาดเลยก็คือ โพรงด้านบนที่มีแสงส่องลงมากระทบพื้นภายในถ้ำ ที่ใครเห็นก็ต้องร้องว้าวกับความสวยงามอลังการ

ถ้ำเขาหลวง เพชรบุรี
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ Apissara Nana Huayyai 

ตำนาน : ถ้ำเขาหลวงคือแหล่งศึกษาวัฒนธรรมเก่า ที่เต็มไปด้วยหลักฐานทางประวัติศาสตร์ ที่นี่เคยปรากฏอยู่ใน นิราศเขาหลวง ซึ่งถูกประพันธ์โดยขุนวรการสมัย ร. 5 มีปูชนียวัตถุเก่าแก่มากมายอยู่ในถ้ำนี้ และเป็นถ้ำที่คาดกันว่า อยู่มาตั้งแต่สมัยก่อนรัตนโกสินทร์

ที่ตั้ง : ถนนคีรีรัฐยา เพชรบุรี

9ถ้ำพุหว้า

ภายในถ้ำพุหว้าเราจะเห็นหินงอกหินย้อยสวยงามตามธรรมชาติได้อย่างชัดเจน มีปล่องแสงภายในถ้ำเพื่อให้แสงส่องลงมา มีพระพุทธรูปหลายองค์ รวมถึงพระบรมสารีริกธาตุที่อัญเชิญมาจากเมียนมาร์มาประดิษฐานไว้ มีพระพุทธรูปปางสมาธิประดิษฐานเป็นองค์ประธาน ใกล้กับพระอุโบสถยังมีพระพุทธรูปขนาดใหญ่ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้อีกด้วย

ถ้ำพุหว้า กาญจนบุรี
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : เมื่อก่อนเคยเป็นสำนักสงฆ์มาก่อน โดยมีพระอาจารย์สุพจน์ ธมมรโต ได้ธุดงค์มาปฏิบัติธรรมและอาศัยอยู่ในถ้ำพุหว้า และนี่คือจุดเริ่มต้นที่ธรรมะหางการได้แผ่ขยายไปยังชาวบ้าน ทำให้ถ้ำแห่งนี้กลายเป็นสถานที่ปฏิบัติวิปัสสนา ที่ชาวบ้านชาวพุทธเลื่อมใสกันมาก ๆ

ที่ตั้ง : ถนนสาย 4023 กาญจนบุรี

10ถ้ำลอดปางมะผ้า

ถ้ำลอดปางมะผ้า เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญที่มีสถานที่น่าสนใจ คือ ถ้ำลอด ซึ่งมีลำห้วยชื่อ น้ำลางไหล ลอดภูเขาไปทะลุออกอีกด้านหนึ่ง ทำให้เกิดเป็นถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยสวยงาม นอกจากนี้ก็ยังเป็นแหล่งศึกษาประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจด้วย

ถ้ำลอดปางมะผ้า แม่ฮ่องสอน
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ หลุมดำผู้ดูดกลืน

ตำนาน : จากการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้สมัยโบราณภายในถ้ำ ก็ทำให้มีข้อสันนิษฐานว่า ถ้ำนี้มีอายุประมาณ 2,000 ปีมาแล้ว ปัจจุบันจึงถือเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ แถมยังมีถ้ำใหญ่ ๆ ที่เกิดจากการกัดเซาะโพรงถ้ำมากกว่าล้านปี ทำให้เกิดเป็นถ้ำใหญ่ 3 แห่งคือ ถ้ำเสาหิน ถ้ำตุ๊กตา และถ้ำผีแมน

ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 1095 แม่ฮ่องสอน

11ถ้ำมรกต

ถ้ำมรกต มีอีกชื่อนึงเรียกว่า ถ้ำน้ำ ทางเข้าบริเวณปากถ้ำต้องลอยคอลอดอุโมงค์เข้าไป พอเข้าไปด้านในจะเห็นแสงตกกระทบของสีน้ำทะเลสะท้อนกับผนังถ้ำออกมาเป็นสีเขียวมรกตสวยงามมาก ๆ เมื่อลอยคอผ่านอุโมงค์น้ำที่มีความยาว 80 เมตร เพื่อเข้ามาด้านใน จะเจอชายหาดเล็ก ๆ ซ่อนตัวอยู่ในเกาะกลางทะเล ระหว่างทางจะเห็นได้ถึงความใสของน้ำทะเล แม้ในถ้ำมืด ๆ ที่มีเพียงแสงจากไฟฉายยังคงมองเห็นใต้น้ำได้ เรียกได้ว่าใครมาเที่ยวเมืองตรังทั้งทีต้องห้ามพลาดที่นี่

ถ้ำมรกต ตรัง
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ Puii Puii 

ตำนาน : ถ้ำนี้ถูกค้นพบโดยคนท้องถิ่นที่ว่ายน้ำเข้ามาหารังนกนางแอ่น ว่ากันว่าภายหลังถ้ำนี้ถูกใช้เป็นสถานที่ซ่อนสมบัติของโจรสลัดที่ปล้นสะดมมาช่วงนึง แต่พอคนรู้จักถ้ำนี้มากขึ้นเรื่อย ๆ ก็ทำให้กลุ่มโจรสลัดอพยพย้ายที่ซ่อนสมบัติไปยังที่อื่น ซึ่งไม่แน่ว่าภายในถ้ำอาจจะมีสมบัติของเหล่าโจรสลัดหลงเหลือไว้อยู่ก็ได้นะ

ที่ตั้ง : เกาะมุก จังหวัดตรัง (นั่งเรือ 40 นาที จากหาดปากเมง)

12ถ้ำเขาบิน

ถ้ำเขาบินเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ ที่มีความสวยงามอยู่ในเขตป่าสงวน ภายในถ้ำเต็มไปด้วยหินงอกหินย้อย ที่มีความสวยงามในปี 2530 ททท.ได้มอบหมายให้สำนักบริการวิชาการศึกษาออกแบบพัฒนาถ้ำเขาบิน มีการติดตั้งไฟฟ้า แสง สี เพื่อเน้นความสวยงามของถ้ำ

ถ้ำเขาบิน ราชบุรี
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ Khae Drunker

ตำนาน : ครั้งหนึ่งถ้ำเขาบิน เคยมีพ่อค้าชาวจีนแล่นเรือสำเภาใหญ่ผ่านมา แต่ดันเกิดอุบัติเหตุเรือชนหัวเขาจนเรือบิ่น คำว่าเขาบินเลยถูกสันนิษฐานว่า เป็นชื่อที่เรียกเพี้ยนเสียงมาจากเขาบิ่น ในขณะที่บางคนก็เชื่อว่ามาจากเอกลักษณ์ของถ้ำ ที่มีลักษณะหินย้อยสีขาวยื่นออกมาเหมือนนกเขาจึงได้เรียกที่นี่ว่าถ้ำเขาบิน

ที่ตั้ง : หมู่ 11 ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3087 ราชบุรี

13ถ้ำโสดา

อีกหนึ่งที่เที่ยวร้อยเอ็ดอินเทรนด์ต้องเป็นที่นี่เลย “น้ำตกถ้ำโสดา” เพราะเป็นน้ำตกถ้ำแห่งเดียวในจังหวัดร้อยเอ็ด เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาพักผ่อนในวันหยุด แล้วอยากผ่อนคลาย บำบัดความเหนื่อยล้าจากการทำงาน น้ำตกแห่งนี้เป็นน้ำตกถ้ำขนาดใหญ่ มีความสูงประมาณ 50 เมตร จุดเด่นอีกแห่งของที่นี่คือ มีเจดีย์หินที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ตั้งอยู่ภายในศาลาที่พักสงฆ์ หากใครอยากสัมผัสกับความร่มรื่น เงียบสงบ ก็ต้องที่นี่เลย

ถ้ำโสดา ร้อยเอ็ด
รูปภาพจาก Wongnai โพสต์โดยคุณ น้องสมใจ

ตำนาน : ที่นี่มีเรื่องเล่าต่อกันมาว่ามีสามีภรรยาคู่หนึ่ง ชื่อนายโส และนางดา ปกติสองคนนี้จะมาหาอาหารบริเวณภูเขียว แต่ระหว่างทางมาเจอถ้ำนี้เลยใช้เป็นที่พักอาศัยชั่วคราว บางครั้งก็มาบ่อย ๆ ทำให้ชาวบ้านเรียกชื่อถ้ำตามชื่อสองสามีภรรยานั่นเอง

ที่ตั้ง : ทางหลวงชนบทร้อยเอ็ด 4028 จังหวัดร้อยเอ็ด

14ถ้ำกระแซ

ทางรถไฟสายมรณะ และถ้ำกระแซ เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์ที่สำคัญ ที่ถ้าหากมาเยือนเมืองกาญจน์ ก็ควรหาโอกาสมาเที่ยว และเก็บภาพสวย ๆ กัน โดยถ้ำจะตั้งอยู่ติดกับแม่น้ำแคว และรางรถไฟสายมรณะซึ่งเป็นหนึ่งในประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ภายในถ้ำจะมีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ สามารถเข้าไปกราบไหว้ได้

ถ้ำกระแซ กาญจนบุรี
รูปภาพจาก Shutterstock 

ตำนาน : ถ้ำกระแซเป็นถ้ำขนาดเล็กที่มีเรื่องราวน่าเศร้าอบอวลอยู่ เพราะครั้งหนึ่งเคยเป็นที่พักของเชลยศึกเมื่อตอนสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ตรงบริเวณสะพานถ้ำกระแซเป็นจุดที่มีเชลยศึกเสียชีวิตมากถึงพันคน จนได้ฉายาว่าเป็น "สะพานรถไฟมรณะ"

ที่ตั้ง : ทางหลวงหมายเลข 3344 กาญจนบุรี

15ถ้ำภูผาเพชร

ตื่นตาตื่นใจกับถ้ำขนาดใหญ่ ที่เขาว่ากันว่าติดอันดับ 4 ของโลก! หน้าทางเข้าแคบ ๆ เรากลับคาดเดาอะไรไม่ได้เลยว่าข้างในจะเป็นอย่างไร เพราะข้างในกว้างใหญ่ และมีห้องโถงมากมาย และยังมีเสาหินขนาดใหญ่ที่เกิดจากหินงอกหินย้อยที่ไหลมาชนกัน และจะบอกว่าถึงถ้ำที่จะกว้างจนต้องเดินเหนื่อยกันสักหน่อย แต่ความสวยภายในคือคุ้มค่าที่จะเหนื่อยแน่นอน

ถ้ำภูผาเพชร สตูล
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : เมื่อก่อนถ้ำภูผาเพชรเคยเป็นแหล่งพักพิงของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ด้านในเคยมีการขุดพบกระดูกมนุษย์โบราณ และยังพบชิ้นส่วนกระดูกสัตว์ เศษภาชนะดินเผาอื่น ๆ อีกด้วย ไม่แน่ว่าถ้าใครได้มีโอกาสไปถ้ำภูผาเพชร อาจมีโอกาสได้เจอเศษซากวัตถุโบราณอยู่ในถ้ำด้วยก็ได้นะ

ที่ตั้ง : ตำบลปาล์มพัฒนา อำเภอมะนัง 91130 ประเทศไทย จังหวัดสตูล

16ถ้ำเลเขากอบ

ถ้ำเลเขากอบ เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งในตรัง ด้านในเต็มไปด้วยหินย้อย ที่มีชื่อเฉพาะคือ "หลอดหินย้อย" (Soda Straw) อยู่เยอะมาก ๆ โดยชื่อเลเขากอบมาจากการเรียกกันแบบปากต่อปากของภาษาพื้นบ้าน มีความหมายว่า พื้นที่น้ำที่มีบริเวณกว้าง เพราะถ้ำเลเขากอบเป็นถ้ำที่มีน้ำไหลผ่านตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศภายในสดชื่น นอกจากนี้ยังมีถ้ำย่อย ๆ แบ่งออกไป ทั้งถ้ำคนธรรพ์ ถ้ำรากไทร ถ้ำท้องพระโรง ถ้ำพระสวรรค์ ถ้ำตะพาบน้ำ ถ้ำเพขร ถ้ำพลอย และถ้ำแป้ง

ถ้ำเลเขากอบ ตรัง
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : เมื่อนานมาแล้ว มีเจ้าฟ้าชื่อว่าพญากอบ เป็นผู้มีบุญญาธิการสูง และเชี่ยวชาญทุกด้าน จนพญานาคทั้งเมืองยังยอมสยบ ต่อมาได้รักกับนางศรีขัน และนางก็ตั้งท้อง พญากอบเลยพยายามหาที่อยู่ที่ปลอดภัยให้นาง ซึ่งที่นั่นก็คือ "ถ้ำเลเขากอบ" และทั้งสองก็สัญญาว่าจะรักกันตลอดไป แต่ก็มีเรื่องให้ต้องพลัดพรากจากกันไป ซึ่งฝ่ายภรรยาก็หนีไปอยู่ที่ผานางคอย และออกลูกงูจำนวนแปดหมื่นตัว ซึ่งตำนานเล่าว่าเมื่อใดที่พ่อแม่ลูกมาพบกัน ถ้ำจะเรืองแสงและนำความสุขมาให้

ที่ตั้ง : หมู่ 1 ถนนเพชรเกษม จังหวัดตรัง

17ถ้ำผานางคอย

ใครอยากติดตามภาคต่อของเรื่องรัก ๆ ระหว่างเจ้าฟ้าพญากอบ และนางศรีขันต้องมาที่นี่เลย ภายในถ้ำ มีพระพุทธรูปประดิษฐานอยู่ และตกแต่งด้วยไฟสี ช่วยส่องให้โถงถ้ำสวยงาม และดูอลังการเหมาะกับการถ่ายรูปมากขึ้น และอากาศข้างในถ้ำจะค่อนข้างเย็นจากความชื้น ยิ่งเข้าไปลึกก็จะยิ่งเย็น

ถ้ำผานางคอย แพร่
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : นอกจากตำนานรักของพญากอบแล้ว ที่นี่ยังมีตำนานรักของคู่อื่น ๆ อีกด้วย อีกตำนานที่ขึ้นชื่อคือเป็นรักระหว่างทหารต่ำศักดิ์กับเจ้าหญิงสูงศักดิ์คู่หนึ่ง รักกันและฝ่ายหญิงเกิดตั้งท้องขึ้น แต่เมื่อพ่อฝ่ายหญิงรู้เข้าก็โกรธจึงขังเจ้าหญิงไว้ ทหารหนุ่มผู้เป็นสามีจึงพาหลบหนีมา แต่มีทหารไล่ตามและเจ้าหญิงถูกยิงด้วยธนู และไล่ให้ฝ่ายชายหนีไปก่อน และบอกทิ้งท้ายไว้ว่าเธอจะรออยู่ที่นี่ตลอดไป จึงเป็นที่มาที่ทำให้ถ้ำแห่งนี้ชื่อถ้ำผานางคอย

ที่ตั้ง : ถนนท้องถิ่น พร. 1004 (บ้านแม่ทราย-บ้านแม่ยางโพธิ์) จังหวัดแพร่

18ถ้ำจอมพล

ถ้ำจอมพลมีความกว้าง 30 เมตรยาว 240 เมตร สูง 25 เมตร เวลาเข้าชมถ้ำจะต้องขึ้นบันไดไปสู่ปากถ้ำ ตรงปากถ้ำจะมีพระอักษร จปร. เป็นอักษรพระปรมาภิไธย ของรัชกาลที่ ๕ โดยย่อ และเลข ๑๑๔ หมายถึงปีที่เสด็จประพาสและทรงพระอักษร พระราชทานนามถ้ำว่า “ถ้ำจอมพล” ภายในเป็นถ้ำขนาดค่อนข้างใหญ่ ทางเดินยาว น่าตื่นตาตื่นใจ ภายในมีโถงหลายแห่ง ประดับไฟสวยงามพอให้มองเห็นได้ อากาศอาจจะค่อนข้างอบอ้าว แต่ถ้าเดินจนสุดทาง จะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน นอกจากนี้ยังมีพระพุทธรูปประดับไว้ให้กราบไหว้ขอพรอีกด้วย

ถ้ำจอมพล ราขบุรี
รูปภาพจาก Shutterstock

ตำนาน : ด้านในถ้ำจอมพลจะมีหินรูปร่างคล้ายคน 2 คนกำลังกอดกัน ชาวบ้านเล่าว่า ก้อนหินทั้งสองจริง ๆ แล้วเป็นแม่ลูกกัน และยังมีก้อนหินอีกก้อนอยู่ใกล้ ๆ เขาบอกว่าเป็นพ่อ ตำนานเล่าว่าครอบครัวนี้ถูกปู่ฤาษีสาปให้เป็นหิน วันดีคืนดีชาวบ้านก็ได้ยินเสียงคุยกัน บางครั้งก็ได้ยินเสียงเด็กร้อง สร้างความหวาดกลัวให้กับผู้คนในละแวกมาก ๆ

ที่ตั้ง : ทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 3087 ราชบุรี

ดูสิ แต่ละถ้ำสวย ๆ น่าไปทั้งนั้น แถมได้ทั้งชื่นชมธรรมชาติ และยังได้ฟังเรื่องเล่าที่น่าสนใจของแต่ละถ้ำไปด้วย ทั้งนี้การไปเที่ยวถ้ำก็ควรศึกษาช่วงเวลาให้เหมาะสมกันด้วย เพราะบางที่ก็อาจมีปัญหาน้ำไหลในช่วงหน้าฝน บางที่ก็เปิดให้รับชมเฉพาะฤดูกาล นอกจากศึกษาวิธีทางด้วยตัวเองแล้ว ก็ต้องแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือไกด์นำทางด้วยว่าเราจะไปทางไหน หรือจุดไหนไม่ควรไป เพราะภายในถ้ำก็มีมุมที่แสงส่องไม่ถึงและอาจเป็นอันตรายกับเราได้ ซึ่งถ้าเราเดินทางไม่ประมาทรับรองว่าการไปเยือนถ้ำสวย ๆ ก็เป็นกิจกรรมที่น่าสนุกไม่แพ้ขึ้นเขาหรือเที่ยวทะเลเลย 

หรือใครที่อยากจะไปเที่ยวเขา เที่ยวทะเล เราก็มีบทความมาแนะนำด้วยนะ