ช่วงปลายฝนต้นหนาว อากาศชวนฟินแบบนี้.. ผมเลยอยากชวนทุกคนไปใช้ชีวิตแบบสโลว์ไลฟ์กับที่เที่ยวกาญจนบุรีอย่าง ‘ที่เที่ยวสังขละบุรี’ ตั้งอยู่ห่างจากเมืองกาญจนบุรีประมาณ 200 กิโลฯ ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ 5-6 ชั่วโมง! ไปถึงแล้วรับรองคุ้ม เพราะเราจะได้สัมผัสสายหมอกตอนเช้า จิบชาร้อน ๆ ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย เดินชิลสะพานอุตตมานุสรณ์ สะพานไม้ที่ยาวที่สุดในประเทศไทย ชมวิถีชีวิตชุมชนไทย-มอญ แวะไหว้พระฝั่งไทยเสร็จแล้วก็ข้ามชายแดนไปไหว้พระฝั่งเมียนมาร์กันต่อที่เมือง ‘พญาตองซู’ ต่อด้วยเช็กอินอ่างเก็บน้ำบ้านด่านเจดีย์สามองค์ ที่เที่ยวสังขละบุรีลับ ๆ เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลายคนยังไม่เคยไปชัวร์! ตามมากันเลย~
การเดินทาง
นั่งรถตู้จากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ เวลา 05.00 น. ขึ้นรถตู้กรุงเทพฯ-กาญจนบุรี “ค่าโดยสาร” (ราคา 120 บาท) ไปลงที่สถานีขนส่งกาญจนบุรี แล้วต่อรถตู้ไปลงที่ท่ารถสังขละบุรี“ค่าโดยสาร” (ราคา 175 บาท) ใช้เวลาเดินทางทั้งหมดราว ๆ 6 ชั่วโมง ประมาณบ่ายโมงเราก็มาถึงท่ารถสังขละบุรีแล้ว ก็หาเช่ามอเตอร์ไซค์ต่อได้เลย จะมีร้านเช่ารถอยู่ใกล้ ๆ “ค่าเช่ามอเตอร์ไซค์” (ราคา 250 บาท/วัน) ทีนี้ก็ถึงเวลาเที่ยวสังขละบุรีกันแล้วค้าบบบ~
DAY 1

1ชื่นใจเฮ้าส์
เดินทางมาถึงเหนื่อย ๆ ก่อนจะไปลุยที่เที่ยวสังขละบุรี ขอแวะเข้าที่พักสังขละบุรีคืนนี้ที่ “ชื่นใจเฮ้าส์” ใครจะมาพักที่นี่ไม่ใช่ง่าย ๆ ต้อง Walk in เข้ามาเท่านั้น เพราะเขาไม่รับจองจ้า“ค่าที่พัก” (ราคา 250 บาท/คืน) ซึ่งการเดินทางมาเที่ยวสังขละบุรีครั้งนี้ ผมเนี่ย นอกจากมาเที่ยวสังขละบุรีครั้งแรกแล้วยังมาแบบไม่มีแพลนอะไรชัดเจนเลย! นอกจากดูรีวิววิธีการเดินทางและที่เที่ยวแนะนำมาคร่าว ๆ ก็ตัดสินใจแพ็คกระเป๋าออกจากบ้านวันรุ่งขึ้นเลย โชคดีที่ได้ที่พักราคาประหยัด ฮ่า ๆๆ

หลังจากเช็กอิน อาบน้ำล้างตัวกันแล้ว ก็ลงมานั่งจิบชาร้อน ๆ สักหน่อย ที่นี่เป็นทั้งที่พักเล็ก ๆ แบบลองสเตย์นะครับ เหมาะสำหรับคนมาเที่ยวคนเดียว คู่รัก หรือกลุ่มเพื่อนเล็ก ๆ พี่เจ้าของที่พักน่ารักเป็นกันเองสุด ๆ ด้านหน้าจะเป็นโซนร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และร้านกาแฟในตัว ใครไม่ได้พักที่นี่ก็สามารถแวะมานั่งจิบกาแฟชิล ๆ กินอาหารรสเด็ด และซื้อของฝากติดไม้ติดมือกลับบ้านได้อีกด้วย!


2สะพานอุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ)
พักผ่อนกันพอหายเหนื่อยออกมาขี่รถชิลรับลมเย็น ๆ กันดีกว่า จุดแรกขอมาเช็กอิน “สะพานอุตตมานุสรณ์” หรือ “สะพานมอญ” ที่เที่ยวสังขละบุรีที่ใครไปใครมาก็ต้องแวะมาเช็กอินกันที่สะพานไม้แห่งนี้ละครับ วันนี้บรรยากาศดี ครึ้มฟ้าครึ้มฝนดูท่าคืนนี้ฝนจะตก ต้องรีบเที่ยวกันสักหน่อยแล้วละ

ที่นี่เป็นสะพานไม้ที่ขึ้นชื่อว่ายาวที่สุดในไทยเชียวนะ มีความยาวประมาณ 850 เมตร ใช้ข้ามแม่น้ำซองกาเลีย ระหว่างฝั่งสังขละบุรี และหมู่บ้านมอญนั่นเองครับ ระหว่างทางเราจะเจอเด็ก ๆ พื้นเมืองน่ารัก ๆ มายืนต้อนรับขอปะแป้งกันบนสะพาน บางคนก็เป็นไกด์ บางคนก็กระโดดน้ำโชว์ ใครใช้บริการก็อย่าลืมให้ติ๊บน้อง ๆ กันหน่อยนะ ที่สำคัญมาถึงแล้วก็อย่าลืมถ่ายรูปกันหน่อย

3วัดวังก์วิเวการาม
เราขี่มอเตอร์ไซค์เที่ยวสังขละบุรีมาที่ฝั่งมอญ “วัดวังก์วิเวการาม” หรือที่คนเรียกกันว่า วัดหลวงพ่ออุตตมะ ชาวไทย กะเหรี่ยง มอญ ให้ความเคารพนับถือเสมอมา เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะร่วมกับชาวบ้านอพยพ ชาวกะเหรี่ยง และชาวมอญร่วมกันสร้างขึ้น ตั้งอยู่บนเนินสูงในบริเวณที่เรียกว่า สามประสบ ซึ่งเป็นจุดที่แม่น้ำ 3 สาย คือแม่น้ำซองกาเลีย แม่น้ำบีคลี่ แม่น้ำรันตี ไหลมาบรรจบกัน เดินชมวัดเสร็จแล้ว ไปชมที่เที่ยวสังขละบุรีจุดต่อไปกันดีกว่าครับ

4เจดีย์พุทธคยา
วันนี้อากาศดีมาก ขี่รถเที่ยวสังขละบุรีชิลโคตร ๆ เลยคุณ ขับรถออกจากวัดวังก์วิเวการามมาไม่ไกล เราก็จะพบกับ “เจดีย์พุทธคยา” อีกหนึ่งที่เที่ยวสังขละบุรีต้องห้ามพลาด ที่นี่เป็นเจดีย์จำลองที่มีขนาดเล็กกว่าเจดีย์พุทธคยาองค์จริงที่อินเดีย มีลักษณะฐานเป็นทรงเหลี่ยมจัตุรัส บริเวณด้านหน้าเจดีย์จะมีสิงห์แบบมอญ 2 ตัวยืนเฝ้าบันไดสวยงาม บนยอดพระเจดีย์ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุที่หลวงพ่ออุตตมะอัญเชิญมาจากประเทศศรีลังกาเพื่อไว้ให้ชาวบ้านได้สักการะบูชา เที่ยวสังขละได้ไม่นานฝนเจ้ากรรมก็เริ่มตกไล่หลังเสียแล้ว ต้องบิดรถกลับที่พักด่วน กว่าฝนจะหยุดตกก็ปาไป 2 ทุ่ม! ออกมาหาอะไรกินที่ย่านถนนคนเดิน ซึ่งตอนออกมาตลาดก็เริ่มวายแล้วเพราะยังมีฝนตกปรอย ๆ อยู่ตลอดเวลา มาถึงก็แวะกินหมูจุ่มพม่ากันสักหน่อย แล้วซื้อข้าวกลับไปกินต่อในที่พัก

DAY 2

5หมู่บ้านมอญ (พิธีตักบาตรมอญ)
วันที่ 2 เรารีบตื่นกันแต่เช้าเพื่อจะไปให้ทันใส่บาตร เราขี่รถมาจอดที่สะพานมอญ แล้วเดินข้ามไปยังฝั่ง "หมู่บ้านมอญ" บรรยากาศคึกคักเป็นพิเศษ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ห้ามพลาดเมื่อมาเที่ยวสังขละบุรีเลยนะ! พิธีตักบาตรมอญ เป็นประเพณีเก่าแก่ของชุมชนชาวมอญ เราจะได้ใส่บาตรพระสงฆ์ พบกับเด็กน้อยพื้นเมือง และชาวบ้านที่นำโถข้าวมาเทินไว้บนศีรษะ ดูแปลกตามาก ๆ


นักท่องเที่ยว และชาวบ้านมารอใส่บาตรกันเยอะมาก ใส่บาตรเสร็จแล้วก็แวะหาอะไรกินแถวฝั่งมอญต่อ ช่วงเช้าก็จะมีร้านค้าต่าง ๆ เปิดอยู่มากมายเลยนะ ชาวบ้านน่ารักเป็นกันเองมาก ๆ ด้วยความที่เมื่อคืนมีฝนตกทั้งคืน ทำให้วันนี้อากาศเย็นสบาย และเห็นสายหมอกจาง ๆ ยามเช้า


6ด่านเจดีย์สามองค์
วันนี้ผมตั้งใจไปเที่ยวฝั่งเมียนมาร์ ขี่รถจากตัวเมืองสังขละบุรีมาที่ “ด่านเจดีย์สามองค์” เราจะเห็นเจดีย์สีขาว 3 องค์ ที่สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นตั้งแต่ในสมัยอยุธยาเพื่อเป็นสัญลักษณ์ของสันติภาพ นอกจากบรรจุเรื่องราวประวัติศาสตร์น่าศึกษาแล้ว ยังเป็นเหมือนประตูสู่ประเทศเมียนมาร์อีกด้วยนะ มาช่วงเสาร์-อาทิตย์จะคึกคักไปด้วยร้านค้าขายของพื้นเมืองต่าง ๆ

มาถึงเราก็ไปติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อทำเรื่องและชำระค่าผ่านทางเพื่อไปเที่ยวเมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมาร์กัน ใช้แค่บัตรประชาชนใบเดียวก็ไปได้แล้ว “ค่าธรรมเนียมผ่านด่านชายแดนเจดีย์สามองค์” (ราคา 30 บาท) ขอบอกไว้ก่อนว่าการข้ามไปเที่ยวฝั่งพญาตองซูที่เป็นเมืองเล็ก ๆ จะไม่มีรถโดยสารประจำทาง และไม่สามารถเดินเที่ยวได้เลย นอกจากวินมอเตอร์ไซค์ ใครขี้เกียจก็ซื้อทัวร์นำเที่ยวได้เลย “ทัวร์เที่ยวพญาตองซู” (ราคาหัวละ 250 บาท) แชร์กับคนอื่น ๆ เอานะ จะได้ประหยัด ได้รถแล้วก็ไปเที่ยวพญาตองซูกันเลย

7เมืองพญาตองซู ประเทศเมียนมาร์
“พญาตองซู” เป็นเมืองทางใต้ของรัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมาร์ อยู่ติดกับด่านเจดีย์สามองค์ คือแค่เดินข้ามชายแดนมาก็ถึงเมียนมาร์แล้ว โดยพี่โชเฟอร์ก็จะขับรถพาเราไปที่เที่ยวพญาตองซูตามวัดต่าง ๆ
เป็นอาคารทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้า มีทั้งหมด 3 ชั้น (ชั้นบนสุดห้ามผู้หญิงขึ้น) วัดนี้เป็นวัดที่หลวงพ่ออุตตมะเคยสร้างไว้ เป็นวัดที่ใช้เสาทั้งต้นจากไม้แดง จำนวนมากถึง 105 ต้น บริเวณด้านหลังวัด เราจะเจอกับพระยืน เป็นพระพุทธรูปประทับบนดอกบัว พร้อมพระอรหันต์จำนวน 120 รูป

วัดแห่งนี้ตั้งอยู่บนเนินเขา ไม่ไกลจากวัดเสาร้อยต้นมากนัก สามารถขับรถขึ้นมาจอดด้านบนได้เลย เราจะพบกับเจดีย์สีเหลืองทองอร่ามสวยงาม โดยรอบองค์เจดีย์จะมีซุ้มประดิษฐานพระพม่า ด้านบนยังเป็นจุดชมวิวที่สามารถมองเห็นเมืองพญาตองซู และฝั่งไทยได้ด้วย


จะมีพระนอนปางพุทธไสยาสน์องค์ใหญ่ ที่มีความยาวประมาณ 70 เมตร ทั้งพระพักตร์และขนตาที่งดงาม ดวงตาของท่านเป็นแก้ว ปากสีแดงตามสไตล์พระเมียนมาร์ เป็นพระนอนตาหวานที่สวยงามมาก ๆ

เป็นวัดศิลปะแบบพม่า ตั้งอยู่บนเนินเขาเล็ก ๆ มีพระมหาอตุลมุนี องค์นี้ได้รับสมญานามอีกอย่างว่า “หลวงพ่อทันใจ” ถ้าใครได้มาสักการะขอพร มักจะได้สมดังปรารถนา เชื่อว่าบริเวณที่ตั้งวัดแห่งนี้มีความศักดิ์สิทธิ์ หลังจากเที่ยววัดกันเรียบร้อยแล้ว พี่คนขับรถก็พาเราแวะมาซื้อของฝากกันที่ ตลาดพญาตองซู บรรยากาศคล้าย ๆ ตลาดสดฝั่งบ้านเรา มีของสดขายทั้งผักสด ของแห้ง เนื้อสัตว์ ของฝากพม่าอย่าง โสร่งพม่า เครื่องประทินผิวต่าง ๆ เครื่องประดับ และยังได้เห็นวิถีชีวิตของชาวบ้านที่นี่อีกด้วยนะ

8อ่างเก็บน้ำบ้านด่านเจดีย์สามองค์
ขากลับจากเที่ยวพญาตองซู ผมขี่รถมาเจอป้ายริมถนนเขียนว่า “อ่างเก็บน้ำบ้านด่านเจดีย์สามองค์” พูดถึงอ่างเก็บน้ำวิวต้องดีแน่นอน รีบขี่รถเข้ามาตามทางเลย และก็ไม่ผิดหวัง มันสวยมากจริง ๆ เชื่อว่าหลายคนที่มาเที่ยวสังขละบุรีต้องยังไม่เคยมาเที่ยวที่แห่งนี้แน่นอน! ถือว่าเปิดวาร์ปให้เลยแล้วกันนะ ฮ่า ๆ วิวสวยมากจริง ๆ คุ้มค่าแก่การแวนซ์มอเตอร์ไซค์มาสุด ๆ



DAY 3
9จุดชมวิวสังขละบุรี
วันนี้ไม่มีอะไรมาก ระหว่างผมจองตั๋วรอขึ้นรถตู้มารับกลับเมืองกาญจนบุรี ใช้เวลารอรถประมาณ 2 ชั่วโมง ผมเลยใช้เวลาว่าง ๆ ขี่รถไปถ่ายรูปทิ้งท้ายทริปเที่ยวสังขละบุรีสวย ๆ ที่ "จุดชมวิวสังขละบุรี" วันนี้ท้องฟ้าแจ่มใสมากกก ลมพักเอื่อย ๆ สำหรับจุดชมวิวแห่งนี้เราจะมองเห็นสะพานสังขละบุรีอยู่ไกล ๆ ผมแนะนำให้พกเลนส์ซูมติดตัวมาด้วยนะ จะได้ซูมกล้องแตกแบบผมไปเลย ฮ่า ๆๆ

สรุปค่าใช้จ่าย (สำหรับ 2 คน)
- ค่ารถตู้ไป-กลับ ราคา 590 บาท
- ค่าเช่ารถมอเตอร์ไซค์ 2 วัน ราคา 500 บาท
- ค่าน้ำมัน 100 บาท
- ค่าที่พัก 2 คืน ราคา 500 บาท
- ค่าอาหารและเครื่องดื่ม 3 วัน ราคา 900 บาท
- ค่าธรรมเนียมผ่านด่านชายแดนเจดีย์สามองค์ ราคา 30 บาท
- ทัวร์เที่ยวพญาตองซู ราคา 250 บาท (แชร์ 5 คน)
รวม 2,870 บาท
วู้วว~ จบแล้วครับ "ทริปเที่ยวสังขละบุรี 3 วัน 2 คืน" ของผม ไว้จะกลับมาเยือนอีกอย่างแน่นอนเลย การมาเที่ยวสังขละบุรีครั้งแรกของผมคราวนี้ ประทับใจมากเลยทีเดียว ได้สัมผัสอากาศบริสุทธิ์ เจอผู้คนเป็นมิตรสุด ๆ ของกินก็รสชาติดี แถมได้ใกล้ชิดธรรมชาติสวย ๆ ใครอยากมาตามรูทผมก็มาได้เลยนะ! แนะนำให้มาเที่ยวสังขละบุรีในช่วงปลายปีอากาศกำลังฟิน~ ใครยังเที่ยวสังขละบุรีไม่จุใจไปกดอ่านต่อกันได้ใน “10 ร้านอาหารในสังขละบุรี ตะลุยกินดี กลางสายหมอก!” และใน “15 ที่พักสังขละบุรี แม่น้ำวิวดี” ติดตามทริปเที่ยวดี ๆ ที่เพจ Wongnai Travel กันได้เลย!
รวมบทความที่เที่ยวสังขละบุรี ที่เที่ยวกาญจนบุรี อีกเพียบ!














