#วงในบอกมา
เชฟคริสเตียน มาร์เทนา (Christian Martena) เป็นอดีตเชฟของ Six Senses Koh Samui ร้านอาหาร Opus และล่าสุด Sensi
แน่นอนว่าเชฟทุกคนย่อมอยากมีร้านอาหารของตัวเอง เชฟคริสเตียนจึงชวนภรรยา ไมเธอร์ ดี คาร์ลา เดล คอร์โซ - มาร์เทนา (Maitre D’ Clara Del Corso-Martena) ลงทุนเปิดร้านอาหารป๊อปอัพในชื่อ “Waiting For CLARA” เพื่อรอการเปิดร้าน “CLARA” ขึ้นในซอยเย็นอากาศ
เชฟมาร์เทนา แจ้งเกิดอย่างเต็มตัวที่ร้านอาหารอิตาเลียน Sensi กับสไตล์อาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่เขาทำงานอยู่นานถึง 6 ปี

คงต้องบอกว่า CLARA เป็นบทบาทใหม่ในชีวิตของเชฟคริสเตียน มาร์เทนา (Christian Martena) และภรรยาของเขา ไมเธอร์ ดี คาร์ลา เดล คอร์โซ - มาร์เทนา (Maitre D’ Clara Del Corso-Martena) หลังจากที่ทั้งคู่เคยทำงานร่วมกันที่ร้านอาหาร Sensi โดยเชฟทำอาหารและภรรยาคอยช่วยต้อนรับลูกค้า ส่วนในครั้งนี้นอกจากทั้งคู่จะเป็นหุ้นส่วนชีวิตกันแล้วยังเป็นหุ้นส่วนร้านอาหารที่เชฟตั้งใจตั้งชื่อตามภรรยาเพื่อแสดงถึงความรักของคนทั้งคู่

ร้านอิตาเลียน CLARA ตั้งอยู่ภายในซอยเย็นอากาศ ซึ่งถือว่าเป็นย่านฮิปแห่งใหม่ ที่รวมเอาร้านอาหารและคาเฟ่เอาไว้มากมาย โดยเปลี่ยนแกลเลอรี Villa Yenakart exhibition hall ให้กลายเป็นร้านอาหารอิตาเลียนที่มีจัดแสดงงานศิลปะไปด้วยในตัว โดยจัดแสดงงานของศิลปินชาวไทยโดยเฉพาะ


เราเชื่อว่าหลายคนคิดถึงอาหารของเชฟคริสเตียน โดยเฉพาะสมัยที่ทำงานอยู่ที่ร้านอาหาร Sensi ด้วยสไตล์อาหารอิตาเลียนที่น่าสนใจ หรือจะเรียกว่าอาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ซึ่งก่อนหน้านี้มีให้ได้เห็นไม่มาก เรามักจะเห็นจานพาสต้าสไตล์ครอบครัวที่จานใหญ่ แต่เราแทบไม่ค่อยเห็นอาหารอิตาเลียนมาในคำเล็กและหน้าตาสวยงามมากสักเท่าไหร่ แต่เชฟคริสเตียนทำอาหารแบบนั้น และทำให้เขาแจ้งเกิดอย่างเต็มตัวที่ร้านอาหารอิตาเลียน Sensi กับสไตล์อาหารอิตาเลียนสมัยใหม่ ซึ่งเป็นร้านที่เขาทำงานอยู่นานถึง 6 ปี

CLARA จึงเน้นอาหารในแบบคอร์สเมนูเป็นหลัก มีให้เลือก 7 Moments Menu (2,680++บาท) และ 9 Moments Menu (3,080++บาท) แต่เมื่อมาถึงแล้วแนะนำ 9 คอร์ส เริ่มที่ Split Cocktail ที่ทำจากไวท์เวอร์มุทและแชมเปญบลองซ์เดอบลองซ์ ตามด้วย Aperitivo อาหารเรียกน้ำย่อยต่าง ๆ อาทิ ทาร์ทาร์กับมูสถั่วลิสง ตามด้วยพริกหวานและผงน้ำมันมะกอก ขนมปังฟอกกาเซียกับมูสและทรัฟเฟิลฤดูหนาวแบบสด และพาร์มีซานพานนาคอตตา
คอร์สแรกเป็น Four Ways Tomato เชฟทำมะเขือเทศออกมาหลากหลายเนื้อสัมผัส เริ่มจากซอร์เบมะเขือเทศบนบรูเกตต้ากับออร์ริกาโนและแอนโชวี แบบต่อมาเรียกว่า แพนซาเนลลา (Panzanella) สลัดดั้งเดิมของอิตาเลียน แบบต่อมาเป็นเจลลีมะเขือเทศ มะเขือเทศดอง มะกอกดำ และเบซิลในน้ำมะเขือเทศ และแบบสุดท้ายคอมบูชะมะเขือเทศ


คอร์สต่อมา Scallop Fennel หอยเชลล์ทอดกระทะ กับมูสเฟนเนลที่ปรุงกับไวน์ขาวและน้ำของหอยเชลล์ มาพร้อมกับเฟนเนลกรอบและมันฝรั่ง และคอร์สที่ 3 Ravioli Foie Gras เกี๊ยวไส้ฟัวกราส์ที่ให้ความครีมมี แถมยังมีฟัวกราส์นาบกระทะมาชิ้นเล็ก ๆ ตัดเลี่ยนด้วยลูกพีชหวาน ๆ


คอร์สที่ 4 Risotto ข้าวริซอตโตผัดกับใบของต้นเนตเทิล คุณคาร์ลาบอกว่าต้นไม้ชนิดนี้จับแล้วจะคัน แต่คนอิตาลีกินเป็นสมุนไพร เชฟจึงนำเอามาปรุงแบบถูกวิธีไม่ให้คนกินคัน ได้รสครีมของริคอตต้าชีส รสเค็มจากไข่ปลาโบเทก้า และรสหวานจากหัวหอมที่ผัดจนคารามาไลซ์
คอร์สที่ 5 Snow Fish ปลาหิมะจากทะเลชิลี เชฟนำมาเคลือบด้วยแมคคาเดเมียกรุบกรอบด้านนอก กินกับซอสแมคคาเดเมียที่ให้รสครีม ๆ และสลัดผักย่างที่มาริเนตด้วยแพลงตอน จึงให้รสเค็ม ๆ ของน้ำทะเลออกมา จานนี้สื่อความเป็นท้องทะเล

ต่อมาล้างปากด้วย Sgroppino เครื่องดื่มที่ผสมจากโพรเซกโก เลมอน และวอดก้า ทำออกมาในรูปของกรานิต้า เพื่อเตรียมตัวจากจานปลาไปสู่จานเนื้อ คุณคาร์ลาบอกว่าคนอิตาเลียนกินเครื่องดื่มนี้สำหรับมื้ออาหารที่ยาวนานเพื่อล้างปาก
ส่วนเมนคอร์สเป็น Porchetta หมูสามชั้นที่นำไปซูวีดด้วยอุณหภูมิต่ำเป็นระยะเวลานานประมาณนึง ทำให้เนื้อนุ่มและไขมันเฟิร์มขึ้น กินกับหัวไชเท้าพูเร มูสกระเทียมดำ และน้ำจากการปรุงหมู


ตามด้วย Pre Dessert เป็นคอร์สของชีสกินกับเชสนัท น้ำผึ้ง และโกโก้ และของหวานเป็น Semifreddo เค้กเฮเซลนัทช็อกโกแลตกับโกโก้นิป ครัมเบิลกาแฟ และไอศกรีมคาราเมล


ใครคิดถึงอาหารของเชฟคริสเตียนและการพูดคุยของคุณคาร์ลาแนะนำเลยว่าห้ามพลาดร้าน CLARA ที่เด่นด้วยมื้ออาหารอิตาเลียนสมัยใหม่

ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่




