“1919” วัฒนธรรมบาร์อิตาเลียนที่มีมากกว่าเพียงอาหารและค็อกเทล
  1. “1919” วัฒนธรรมบาร์อิตาเลียนที่มีมากกว่าเพียงอาหารและค็อกเทล

“1919” วัฒนธรรมบาร์อิตาเลียนที่มีมากกว่าเพียงอาหารและค็อกเทล

“1919” บาร์อิตาเลียนและร้านอาหารแห่งใหม่ในเครือ Foodie Collection ที่เกิดขึ้นในโอกาสครบรอบ 100 ปี เนโกรนี ค็อกเทลสุดคลาสสิกสัญชาติอิตาเลียน
10 ต.ค. 2019 · โดย

#วงในบอกมา

  • 1919 Italian Bar & Restaurant คือบาร์เอาต์เล็ตแห่งแรกของคัมปารี โดยทีม Foodie Collection 

  • ค.ศ.1919 คือ ปีเกิดของค็อกเทลสุดคลาสสิกที่ชื่อว่า “เนโกรนี” ซึ่งปัจจุบันอายุครบ 100 ปี พอดิบพอดี และตัวเลขนี้ก็ได้กลายเป็นชื่อของบาร์อิตาเลียนและร้านอาหารแห่งล่าสุดในกรุงเทพฯ

  • วัฒนธรรมบาร์อิตาเลียนไม่ได้มีเพียงค็อกเทล แต่ความเป็นบาร์อิตาเลียนมีองค์ประกอบของเอสเปรสโซบาร์ ร้านอาหาร และบาร์ค็อกเทล

1919 Italian Bar & Restaurant แฟล็กซ์ชิปแห่งแรกของคัมปารี
1919 Italian Bar & Restaurant แฟล็กซ์ชิปแห่งแรกของคัมปารี

คงต้องบอกว่าการเป็นแชมป์ Campari Bartender Competition Asia 2019 ของคุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์เมเนเจอร์ในเครือ Foodie Collection เป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิด 1919 Italian Bar & Restaurant ขึ้นมา แต่อีกปัจจัยคือการปิดตัวของ Via Maris ร้านอาหารสไตล์เมดิเตอร์เรเนียนในเครือ ทำให้พื้นที่ตรงนี้ว่างลง จึงเกิดการพูดคุยกันของคุณปาล์ม และคุณกี้-โชติพงษ์ ลีนุตพงษ์ ผู้ก่อตั้งเครือ Foodie Collection ที่ดูแลร้านอาหารและบาร์หลายแห่ง อาทิ Vesper, il Fumo, La Dotta และ 80/20 ว่าควรทำอะไรบางอย่างและเกิดกลายเป็นโปรเจ็กต์นี้

คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์เมเนเจอร์ในเครือ Foodie Collection
คุณปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ กรุ๊ปบาร์เมเนเจอร์ในเครือ Foodie Collection

หลังจากคุณปาล์มคว้าแชมป์ Campari Bartender Competition Asia 2019 ที่เมืองมิลาน ทำให้มีโอกาสได้เดินทางไปในภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศอิตาลี และได้เข้าใจในวัฒนธรรมบาร์อิตาเลียนจริง ๆ ที่มีมากกว่าเพียงค็อกเทล แต่รวมเอาวัฒนธรรมการกินดื่มทุกอย่างของคนอิตาเลียนเอาไว้ในร้านเดียว เมื่อกลับมาเลยได้คุยกับคุณกี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ Campari มองหาหุ้นส่วนที่จะมาทำ Flagship แห่งแรก ประกอบกับคุณปาล์มมีแต้มบุญดีจากการชนะเลิศจากการแข่งขัน ทำให้แบรนด์ให้ความสนใจอยากร่วมงานด้วย ทุกอย่างเลยลงตัวพอดี “โปรเจ็กต์นี้คุยกับแบรนด์เพียงเดือนกว่า และใช้เวลาทำร้านประมาณ 3 เดือน ซึ่งถือว่าเร็วมาก แทบไม่มีข้อจำกัด ปาล์มไปคัมปารีแกลเลอเรีย ที่เป็นมิวเซียมคัมปารีโดยเฉพาะ เราได้เห็นวัฒนธรรมที่มิลาน โรมฟลอเรนซ์ ปาล์มหยิบเอเลเมนท์ต่าง ๆ มาอธิบายแบรนด์ มีโปสเตอร์ที่เราซื้อเอง ตกแต่งร้านเป็น Modern Italian Cafe นั่งสบาย ราคาไม่แพง เอเลเมนท์อย่างหินอ่อนจะลายไหน เราเห็น Santa Fiore โบสถ์ในเมืองฟลอเรนซ์ เอเลเมนท์หินอ่อนทั้งตึกแต่ตัดสีกัน เอาโทนสีและฟิลลิ่งมาใช้” คุณปาล์มเล่าถึงดีไซน์ร้าน

โปสเตอร์คลาสสิกของคัมปารี
โปสเตอร์คลาสสิกของคัมปารี

บาร์หินอ่อนหน้ากว้างกับไฟนีออนสีสวย
บาร์หินอ่อนหน้ากว้างกับไฟนีออนสีสวย

ขึ้นชื่อว่าเป็นบาร์อิตาเลียน แต่ด้วยคอนเซปต์จริงที่รวมเอาความเป็นคาเฟ่ ร้านอาหาร และบาร์ค็อกเทลไว้ภายในร้านเดียว ทำให้ 1919 Italian Bar & Restaurant ดีไซน์ออกมาให้มีความเป็นไดนิ่ง ออกแบบบาร์และเก้าอี้สตูหน้าบาร์ให้เตี้ยลง นั่งแล้วขาถึงพื้น โดยปกติคนอิตาเลียนจะยืนกิน แต่ที่นี่อยากให้เป็นไดนิ่งที่นั่งสบายมากกว่า นอกจากนั้นหน้าบาร์ยังกว้างพอสำหรับวางจานได้ นั่งกินอาหารและเครื่องดื่มได้เลย จึงทำเป็น Restaurant & Bar ส่วนบรรยากาศช่วงกลางวันเหมาะนั่งริมหน้าต่างให้กลิ่นอายของคาเฟ่ เนื่องจากอยากให้มาได้ทุกเวลา ตั้งแต่เช้าจนดึก  แน่นอนว่าความสมดุลของอาหารและเครื่องดื่มค่อนข้างสูงโดยมีคุณปาล์มดูแลส่วนเครื่องดื่ม และเชฟฟรานเซสโก เดียอานา (Francesco Deiana) ดูแลส่วนของอาหาร ซึ่งจะว่าไป 1919 Italian Bar & Restaurant ก็มีกลิ่นอายที่คล้ายกับ Vesper ในยุคแรก ก่อนที่จะปรับมาเป็นบาร์ค็อกเทลอย่างเต็มตัวเหมือนทุกวันนี้

บาร์อิตาเลียนจะมีครบทั้งเครื่องดื่มและอาหาร
บาร์อิตาเลียนจะมีครบทั้งเครื่องดื่มและอาหาร

ที่นี่นำเสนอความเป็นอิตาเลียนบาร์เมนู ทำค็อกเทลที่เข้าใจง่ายและมีกลิ่นอายความเป็นอิตาเลียน แบ่งเป็น 3 หมวด หมวดแรก Auguri, Negroni! มีค็อกเทลสุดคลาสสิกอย่างเนโกรนี และเนโกรนีทวิสต์ทุกรูปแบบ บนพื้นฐานของคัมปารี จิน และเวอร์มุท ตัวที่เด่นที่สุดคือ “Negroni” สูตรเดียวกับที่ท่านเคานต์ คามิลโล่ เนโกรนี (Count Camillo Negroni) ที่เบื่อค็อกเทลที่ดื่มเป็นประจำอย่าง “Americano” ที่ผสมคัมปารี เวอร์มุท และโซดา เนื่องจากต้องการค็อกเทลที่แรงกว่า บาร์เทนเดอร์เลยใช้จินแทนโซดาและเกิดเป็นคลาสสิกค็อกเทลขึ้นมาในค.ศ.1919 ที่ Caffè Casoni ในเมืองฟลอเรนซ์ 

White Negroni
White Negroni

Aperol Spritz
Aperol Spritz

นอกจากนี้ที่นี่ยังทำเนโกรนีออกมาทั้งหมด 7 เมนู โดยเฉพาะ “Truffle Negroni” ซึ่งคุณปาล์มเล่าว่า “ค่อนข้าง Sensitive เรื่องกลิ่น ปาล์มลองเอาน้ำมันและหลายอย่างมาใช้ รู้สึกว่ามันปลอมไป เลยหาวิธีทำให้มีมูลค่า ถามเชฟฟรานเชสโกว่ามีทรัฟเฟิลสดไหม แบชแรกเอาทรัฟเฟิลไปสับแล้วซูวีด์กับจิน อีกแบชเอาทรัฟเฟิลหั่นครึ่งลูกแล้วเอาเนโกรนีแบชที่มีคัมปารี เวอร์มุท และจินลงไป กับอีกส่วนเอาทรัฟเฟิลที่ซูวีด์กับจินใส่กับคัมปารี เวอร์มุท ลองแล้วไม่ถึง มีกลิ่นดินแต่ไม่หอม พอลองอีกอันเวิร์ก เลยเอาสองอันนี้เบลนด์รวมกันพอดีเลย มีกลิ่นทรัฟเฟิลแต่เอิร์ธตี้ มันดึงรสชาติ เป็นผลลัพธ์ของธรรมชาติ เราโกงได้แค่เหยาะน้ำมัน แต่เราไม่ทำ

ค็อกเทลที่เด่นที่สุดของร้าน Truffle Negroni
ค็อกเทลที่เด่นที่สุดของร้าน Truffle Negroni

Truffle Negroni มาพร้อมทรัฟเฟิลที่ฉ่ำด้วยเนโกรนี
Truffle Negroni มาพร้อมทรัฟเฟิลที่ฉ่ำด้วยเนโกรนี

หมวดที่ 2 Spritz & Sparkle ค็อกเทลแอลกอฮอล์ต่ำ หรือ Low AVB Cocktails ซึ่งคนอิตาเลียนมักจะดื่มเรียกน้ำย่อย หรือที่เรียกว่า Aperitivo และหมวดที่ 3 Italia & Classics หมวดนี้คุณปาล์มบอกกับเราว่า คนอิตาเลียนไม่ค่อยดื่มค็อกเทล ส่วนมากดื่มเรียกน้ำย่อยและหลังมื้ออาหาร และส่วนใหญ่ก็หนักไปทางไวน์ ทางบาร์จึงเลือกเอาค็อกเทลคลาสสิกมาใส่วัตถุดิบจากอิตาลีเข้าไปแทน อย่าง “Make Him An Offer He Can’t Refuse” ประโยคเด็ดของ Don Corleone ในภาพยนตร์สุดคลาสสิก Godfather ที่ทำออกมาด้วยการใส่ชีสกอร์กอนโซล่ากับเกลือให้มีอุมามิ

Spritz & Sparkle
Spritz & Sparkle

Make Him An Offer He Can’t Refuse
Make Him An Offer He Can’t Refuse

ส่วนอาหารโดยเชฟฟรานเชสโกก็ดีแบบคอมฟอร์ทขึ้น ราคาไม่แพงเมื่อเทียบกับร้านอาหารอิตาเลียนด้วยกัน เริ่มจาก Small Plates เหมาะสำหรับกินก่อนมื้ออาหารกับเนโกรนีสักแก้ว  “30-Months ‘Sant Ilario’ Parma Ham & Melon” เมนูคลาสสสิกโคลด์คัตกับเมลอนหวานฉ่ำ และ “Chargrilled Australian Wagyu Striploin Marble 5 in ‘Tagliata’ Style” เนื้อสันนอกมีไขมันแทรกย่างมาหอม ๆ กินกับเกลือทะเล

Chargrilled Australian Wagyu Striploin Marble 5 in ‘Tagliata’ Style
Chargrilled Australian Wagyu Striploin Marble 5 in ‘Tagliata’ Style

มาที่ Pizzetta พิซซ่าถาดกำลังพอดีมีหน้าให้เลือกเยอะมาก “Black Ink – Fresh Clams, Squid Ink, San Marzano Tomatoes, Fresh Mozzarella” พิซซ่าหมึกดำหน้าหอยกาบและปลาหมึก มาที่อาหารที่จริงจังหน่อยหลังจากดื่มเรียกน้ำย่อยเป็น “Risotto of Luganega Sausage, Italian Black Truffle” ริซอตโตผัดกับไส้กรอก แต่หอมด้วยทรัฟเฟิลสไลซ์ อีกจานเป็น “Grilled Spanish Octopus, Chickpeas, Smoked Paprika ‘Pimenton de la vera’” หนวดปลาหมึกยักษ์ย่างกับพริกปาปริกา 

Black Ink – Fresh Clams, Squid Ink, San Marzano Tomatoes, Fresh Mozzarella
Black Ink – Fresh Clams, Squid Ink, San Marzano Tomatoes, Fresh Mozzarella

Grilled Spanish Octopus, Chickpeas, Smoked Paprika ‘Pimenton de la vera'
Grilled Spanish Octopus, Chickpeas, Smoked Paprika ‘Pimenton de la vera'

ใครอยากรู้จักกับวัฒนธรรมบาร์อิตาเลียน และเครื่องดื่มสุดคลาสสิก แนะนำให้มานั่งกินดื่มหน้าบาร์แล้วชวนคุณปาล์มคุยเรื่องวัฒนธรรมอิตาเลียนก็ได้เลย คุณปาล์มยินดีมาก ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ จาก #ห้ามพลาด ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่ 

เมนูห้ามพลาด

Truffle Negroni, Grilled Spanish Octopus, Make Him An Offer He Can’t Refuse

แผนที่

map

การติดต่อ