#วงในบอกมา
ความน่าสนใจของ Canvas อยู่ที่เชฟไรลีย์ แซนเดอร์ส (Riley Sanders) เชฟใหญ่ของร้านที่เป็นฝรั่งแต่กลับสนใจวัตถุดิบไทยถึงขั้นใช้เฉพาะวัตถุดิบท้องถิ่นเท่านั้น ทำให้ที่นี่กลายเป็น 100% Local Product
และนั่นทำให้ร้านอาหารแห่งนี้คว้ารางวัลใหญ่มาได้ภายในเวลาไม่กี่ปี แน่นอนว่ารีวิวใน Wongnai ก็ได้เรตติ้งสูงถึง 4.1
ด้วยชื่อร้าน Canvas เลยมีภาพวาดผืนผ้าใบอยู่บ้าง แต่ล็อกดาวน์กลับมาคราวนี้ทางร้านเลยชวนศิลปินชาวไทย เฟิร์น ดำรงค์วัฒนโภคิน ที่ดูเรื่องคอนเซปต์ของร้านมาช่วยวาดภาพงานศิลปะที่สื่อถึงเมนูอาหารเซตใหม่แต่ละเมนู

คานวาส (Canvas) ไม่ใช่ร้านใหม่แต่อย่างใด แต่มีลูกเล่นใหม่อยู่ตลอด เช่นเดียวกับการกลับมาหลังจากล็อกดาวน์ด้วยการปล่อยเมนู “18 Servings Menu” ความน่าสนใจยังอยู่ที่การเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นของเชฟไรลีย์ แซนเดอร์ส (Riley Sanders) เชฟใหญ่ของร้าน ฝรั่งหัวใจไทยที่นำเสนอรสชาติที่บางครั้งก็ลึกจนคนไทยเองก็นึกไม่ถึง
เมนูล่าสุดยังได้คุณเฟิร์น ดำรงค์วัฒนโภคิน ดีไซน์เนอร์ซึ่งช่วยดูคอนเซปต์ของร้านมาตั้งแต่ต้นมาช่วยวาดภาพประกอบเมนูโดยใช้สีสันสื่อให้ล้อไปกับหน้าตาเมนูอาหารของเชฟไรลีย์ ถ้าเอาจานอาหารมาวางคู่กับเล่มเมนู ภาพวาดจะร้อยเรียงเรื่องราวไปด้วยกันกับจานอาหารในแบบที่น่าสนใจ


และ Canvas ก็เป็นหนึ่งในร้านที่มีแพริ่งอาหารกับชาจาก Monsoon Tea เช่นกัน แต่ทำออกมาในแบบโคลด์บริวเป็นส่วนใหญ่ เพื่อให้สดชื่นเข้ากับอากาศร้อนของเมืองไทย นอกจากนี้ยังทำให้รสชาติของชาชัดเจนยิ่งขึ้นอีกด้วย
ตามที่เล่าไปเชฟไรลีย์เลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นไทย และตีความมันออกมาในแบบที่เขาเข้าใจ แน่นอนว่าด้วยความเป็นฝรั่งทำให้เข้าตีความมันออกมาแบบไม่ต้องกลัวว่าใครจะตำหนิว่าเอามาใช้ผิดวิธี แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่ได้ศึกษาและเข้าใจในวัตถุดิบ


อย่างอาหารเรียกน้ำย่อยเล็ก ๆ 3 เสิร์ฟแรกก็ทำให้กระพุงแก้มและต่อมรับรสผลิบานแล้ว Sour fruit, shrimp paste, shallot ไอศกรีมที่ทำจากกะปิย่างในใบตองมาพร้อมกับผลไม้รสเปรี้ยวอย่างมะม่วงหาวมะนาวโห่ มะม่วงเบา มะยม มะขามป้อม มะนาว และตะลิงปลิง แถมยังมีรสเผ็ดจัดจ้านของพริกป่นและรสขมของใบมะม่วงหิมพานต์ ครบทุกรสตั้งแต่แรกเริ่ม ตามด้วย Squid, hairy eggplant, borage ปลาหมึกจากสุราษฎร์ธานีสด ๆ กับใบหูเสือ มะอึก น้ำปลา ส้มจี๊ด และกระชาย ก็ให้รสชาติที่ดี และ Eel, perilla, malaep ใบงากรอบกับปลาไหลจากทุ่งนาในนครนายกกับแยมมะปรางและดอกโสน


มาที่เสิร์ฟที่ 4 River prawn กุ้งแม่น้ำจากกระบี่ที่มาแบบเป็น ๆ นำไปย่างแล้วปรุงรสด้วยน้ำส้มจี๊ด พริกไทยอ่อน น้ำมันกุ้ง กินกับน้ำแข็งไสที่นำเอาเปลือกกุ้งไปบดรวมกับมะขาม พริกแห้ง ตะไคร้ และมันหัวกุ้ง นอกจากนี้ยังมีกระท้อนดอง ผักแพว ดาหลาดอง และพริกแดงเดือยที่ค่อนข้างเผ็ด


เสิร์ฟที่ 5 Toasted rice bread เป็นเมนูที่เคยเสิร์ฟก่อนหน้านี้ ใช้ข้าวเหนียวแดงจากสุรินทร์อบเป็นขนมปังแล้วย่างเตาถ่าน ทาเนยที่อินฟิวกับพริกเหลือง กระเทียม และน้ำผึ้งดอกลำใย โรยด้วยไข่เค็มแดงอบแห้ง
เสิร์ฟที่ 6 Sturgeon ปลาสเตอร์เจียนจากหัวหินกงฟีต์กินกับมันฝรั่งจิ๋วที่ทำออกมาหลายสัมผัสเป็นอีมัลชัน และมันฝรั่งทอด นอกจากนี้ยังมีใบชะครามกรอบ สาหร่ายพวงองุ่น และสาหร่ายสไปรูลินาที่ให้รสเค็ม กับตะลิงปิงที่บดกับพริกไทยที่ให้รสเปรี้ยว


Black sticky rice ข้าวเหนียวดำเพชรบูรณ์กับคาเวียร์เมืองไทยราดด้วยซอสกะทิที่ปรุงกับน้ำปลา ใบเตย ข่า มะขาม และถั่วดาวอินคา เสิร์ฟนี้รวม ๆ เหมือนกินของหวานหน่อย ๆ ตามด้วยคำจิ๋ว ๆ ที่ดูไม่ออกว่าเป็นหอยแครง Blood clam, beet, stink bean เชฟทำออกมาคล้ายพิซซ่าจิ๋วที่ใช้หอยแครงสุราษฎร์ธานีนึ่งและปรุงกับบีทรูท มะนาว น้ำมันพริก วางบนขนมปังที่มีอีมัลชันสะตอ ถือเป็นเอเลเมนต์ที่น่าสนใจ
Softshell crab ปูนิ่มจากระยองย่างถ่าน ด้วยความสดของปูนิ่มเลยให้กลิ่นรสของทะเลสด ๆ ทาด้วยซอสที่ได้จากเปลือกปูและมะเขือเทศเชียงใหม่ ดูไทย ๆ คั่นด้วยเสิร์ฟเล็ก ๆ อย่าง Jicama, dried pork, tomme de Chiangrai หมูรมควันกับมันแกวและชีสเชียงราย


มาที่เมนคอร์ส Duck breast อกเป็ดรมควันกินคู่กับสับปะรดดำที่เชฟนำเอาน้ำปลาที่เคี่ยวจนไหม้ พริกไทย และพริกหนุ่มเชียงราย ใช้เวลากว่า 20 ชั่วโมง จนได้ออกมาคล้ายกับกระเทียมดำ ราดด้วยซอสสับปะรด เสิร์ฟต่อมาคล้ายกับซุปหน่อย ๆ Thai wagyu, tomato, wild pepper leaf เชฟเอาเนื้อไทยวากิวดิบไปพันกับผักกลิ่นหอมและมะเขือเทศ ราดด้วยซุปที่หอมด้วยกลิ่นเครื่องเทศ ให้เนื้อถูกลวกหน่อย ๆ กินเนื้อเสร็จดื่มซุปมา


เมนคอร์สที่ 2 Beef tongue ภาพวาดของศิลปินใกล้เคียงกับจานนี้มากที่สุด ลิ้นวัวไทยวากิวจากสุรินทร์ซูวีด ให้นุ่มนานกว่า 30 ชั่วโมง กินกับปลาร้าที่ฟังกี้และอุมามิ กระเทียมดำ ซอสพริกชี้ฟ้าที่คล้ายซอสศรีราชา ผักเคลอบแห้ง และแอนโชวีบด

ส่วนของหวานมี 5 เสิร์ฟ เป็นพรีดีเซิร์ทอย่าง Snake fruit กรานิต้าสละกับน้ำผึ้ง หอมหมื่นลี้ และมะนาว กินในคำเดียว ดีเซิร์ทเป็น Mangosteen โชว์เคสมังคุดจากจันทบุรี ใช้ทั้งอบแห้งและสด กินกับไอศกรีมมันเทศและซอสเบซิลมะนาว ได้รสหวานจากนมข้นที่เคี่ยวจนคารามาไลซ์
อีก 3 เสิร์ฟ คล้ายเปอติต์โฟร์ Chocolate, wild almond, sticky rice ข้าวเหนียวกับช็อกโกแลตเชียงใหม่ White turmeric, rice wine, green papaya มะละกอกับไวน์ข้าว และ Rambutan, bitter orange, black mint เงาะกับส้มซ่าและแบล๊กมินท์จากเชียงใหม่



หากได้ฟังเชฟเล่าถึงอาหารแต่ละเสิร์ฟจะเห็นได้ว่าเชฟไรลีย์นำเสนอวัตถุดิบท้องถิ่นเกือบทั่วไทย ตั้งแต่ภาคเหนือจนถึงภาคใต้ ปรุงรสชาติออกมาค่อนข้างจัดจ้านและรสชาติค่อนข้างแปลกกว่ารสแบบไทยและฝรั่ง เรียกว่าเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาที่ยากจะเลียนแบบ
ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่




