Karmakamet Conveyance ร้านที่เล่าถึงอาหารในมุมของ Experiencing Art
  1. Karmakamet Conveyance ร้านที่เล่าถึงอาหารในมุมของ Experiencing Art

Karmakamet Conveyance ร้านที่เล่าถึงอาหารในมุมของ Experiencing Art

Karmakamet Conveyance เป็นร้านอาหารแห่งล่าสุดของเครือ Karmakamet ที่น่าจับมอง หลังเพิ่งปิดให้บริการ Karmakamet Diner ที่ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ
writerProfile
9 ส.ค. 2020 · โดย

#วงในบอกมา

  • Karmakamet Conveyance เคยเปิดให้บริการในล้ง 1919 ก่อนย้ายมาอยู่ภายในซอยสุขุมวิท 49 

  • เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้ เชฟใหญ่ของแบรนด์ช่วยดูร้านมาตั้งแต่แบรนด์ Karmakamet Diner ก่อนจะสร้างแบรนด์ Karmakamet Conveyance ที่ฉีกแนวจากเดิม

  • เชฟส้มนิยามอาหารของเธอว่าเป็น Experiencing Art ไม่ว่าคนกินจะรับรู้ว่าอาหารของเธอเป็นแบบไหนก็ไม่มีผิดถูก เพราะคนกินทุกคนล้วนมีประสบการณ์ที่ต่างกัน

Karmakamet Conveyance กับความไม่สมบูรณ์
Karmakamet Conveyance กับความไม่สมบูรณ์

“อาหารของที่นี่เป็นเพียงเครื่องมือที่จะพาคุณไปสู่ความเข้าใจว่า อาหารมีรสชาติพื้นถิ่นต่างกันได้ แต่ว่าเราจะไม่ได้อยู่ใต้กฎเกณฑ์ใด ๆ ในการเสิร์ฟอาหารว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ ในที่สุดคุณก็จะได้รับรสชาติต่าง ๆ โดยปราศจากการตัดสินใด ๆ เราก็จะไปสู่พื้นที่ใหม่ก็คือยอมรับผู้คนต่างชาติต่างภาษาโดยที่ไม่มีเงื่อนไข” เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้ เชฟใหญ่ของร้าน Karmakamet Conveyance เล่าถึงคอนเซปต์อาหารของเธอที่เธอเรียกมันว่า Experiencing Art

เชฟตั้งใจปล่อยให้คนกินใช้ประสบการณ์ของตัวเองรับรู้ถึงอาหารมื้อนี้ ซึ่งต่างจากร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งร้านอื่นที่เชฟออกมาเล่าถึงแรงบันดาลใจในอาหารจานนั้น โดยเชฟส้มบอกว่าใครคิดเห็นกับอาหารจานนั้นอย่างไรก็ได้ไม่มีอะไรผิดถูก แน่นอนว่าเชฟก็ไม่ได้ระบุสัญชาติของอาหารว่าต้องเป็นตะวันตกหรือตะวันออก แต่มันเล่าถึงประสบการณ์ของเชฟเอง และแน่นอนว่ารวมถึงประสบการณ์ของคนกินด้วยเช่นกัน

การกลับมาเปิดอีกครั้ง
การกลับมาเปิดอีกครั้ง
ความไม่สมบูรณ์คือความสมบูรณ์
ความไม่สมบูรณ์คือความสมบูรณ์


สอดคล้องกับคอนเซปต์ของร้านที่สื่อถึงความไม่สมบูรณ์แบบ ดีไซน์ร้านที่เหมือนยังไม่เสร็จดี บางส่วนยังไม่ถูกฉาบทับให้เป็นผนังปูนเรียบ ๆ หรือแม้แต่อุปกรณ์การกินอย่างจานที่ดูเหมือนแตกแต่เชื่อมด้วยสีทองไว้เหมือนเป็นงานดีไซน์แต่กลับถูกใช้งานจริง ช้อนส้อมมีดที่แทบไม่เข้าชุดกัน สั้นบ้างยาวบ้าง ซึ่งล้วนสื่อถึงความไม่สมบูรณ์แบบแต่กลับฟังก์ชั่นและสมบูรณ์ในตัวเอง เพียงแต่ขึ้นอยู่กับว่าใครมองอย่างไร

เทสติ้งเมนูชุดนี้เชฟส้มทำออกมา 10 คอร์ส ราคา 1,900++บาท (ราคานี้จนถึง 13 สิงหาคม 2563) แน่นอนว่าชื่อเมนูแทบไม่ได้บอกเล่าอะไรเลย แม้แต่ส่วนผสมของวัตถุดิบ ด้วยความตั้งใจของเชฟส้มที่อยากให้เราใช้ประสบการณ์ของตัวเองกับเมนูอาหารของเธอ อืมน่าสนใจ! 

เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้
เชฟส้ม-จุฑามาศ เทียนแท้ 
ด้านล่างของร้านเป็นช็อปเครื่องหอมของ Karmakamet
ด้านล่างของร้านเป็นช็อปเครื่องหอมของ Karmakamet


เชฟกระตุ้นต่อมรับรสของเราด้วย Miracle Water ซึ่งเราพอจะเดาได้ว่ามันคืออะไร แต่ความน่าสนใจอยู่ที่ว่ามันไม่ได้เปรี้ยวเหมือนอย่างหลายร้านอาหารเริ่มต้น น้ำช็อตนี้เร่งความร้อนในร่างกายของเราแทนการกระตุ้นน้ำลายในกระพุ้งแก้มของเรา

1st Grains คอร์สแรกเป็นของทอดทรงกลมคล้ายไข่นกกระทา 3 คำให้เราเดาเล่น ๆ แต่ละคำรสต่างกัน มีคำหนึ่งรสคล้ายบลูชีส อีกคำกลิ่นเครื่องเทศจัด ๆ แบบอาหารอินเดีย และคำสุดท้ายมีกลิ่นรสคล้ายซอสศรีราชา ตามด้วย 2nd Warmth ซุปอุ่น ๆ ที่ให้กลิ่นรสคล้ายซุปไก่ที่รสเข้มข้น

1st Grains
1st Grains 
2nd Warmth
2nd Warmth 


คอร์สที่ 3 เข้ากับช่วงเวลานี้ 3rd Rainforest เข้าใจว่าเชฟต้องการสื่อถึงฤดูฝนที่เต็มไปด้วยผักใบเขียว ราดด้วยเพสโต้ที่ให้กลิ่นรสของผักหลายอย่าง แต่คอร์สที่เราประทับใจมากที่สุดน่าจะเป็นคอร์สนี้ 4th Street มา 2 จาน จานหนึ่งให้รสชาติคล้ายหอยทอดที่เชฟใช้หอยนางรมกับแป้งกรอบและหัวถั่วงอกราดด้วยซอสพริก กับอีกจานเป็นเส้นก๋วยเตี๋ยวกับซอสที่ให้กลิ่นรสของแกงใต้ รสจัด แต่เชฟใส่ไข่ดาวและส้มโอมาช่วยลดเผ็ด

3rd Rainforest
3rd Rainforest 
4th Street
4th Street 
4th Street
4th Street 


5th Village
มีปลาหมึกที่ปรุงรสมาคล้ายลาบแล้วมีเจลลีที่ทำจากน้ำมะพร้าวที่ให้รสหวานมาตัด เช่นเดียวกับ 6th Life ที่เราคิดว่ามาจากเรื่องราวที่ไปด้วยกันกับคอร์สที่ 5 เชฟทำเป็นขาหมูกินกับเจลซีฟู้ด แต่มีทอดมัน ครองแครง กุ้งแพ และหมั่นโถวมาด้วย ถ้าให้เดาสองคอร์สนี้สื่อไปทางภาคตะวันออกของบ้านเรา

5th Village
5th Village
6th Life
6th Life

เชฟเบรกดาวน์ด้วย Fleur de Sel ไอศกรีมดอกเกลือกับผลไม้ไทยที่ช่วยล้างปากก่อนเข้าสู่ 7th Pre Motion เชฟทำมาคล้ายซูชิมีข้าวและปลารมควัน 8th Motion ปลาโดเวอร์โซราดด้วยซอสแชมเปญผสมครีมหอยนางรม กินกับผักเทมปุระ

มาที่ 9th Wealth จานนี้อินเดียมาเต็ม ๆ เพราะกลิ่นรสไม่ต่างจากข้าวหมกแกะที่เชฟไม่ได้ทำพอร์ชั่นของข้าวมาเยอะมาก เพราะพระเอกคือซี่โครงแกะนุ่ม ๆ ที่ให้กลิ่นรสเครื่องเทศอินเดียเต็ม ๆ คำ 

7th Pre Motion
7th Pre Motion 
9th Wealth
9th Wealth 


ก่อนจบด้วยของหวาน 10th Celebration ของหวานสุดพีค น้ำแข็งไสแซงเกรียกับสาคูเคี้ยวหนึบ แต่กลับซ่อนสาคูไส้หมูมาด้วย รสชาติแปลกแต่ดี และ Farewell เราว่าเชฟทำคล้ายกับของหวานของอินเดียที่เน้นนมรสหวานกับกลิ่นของเครื่องเทศ

เราคงต้องบอกว่าแทบจะเดาไม่ออกว่าอาหารจานไหนคืออะไร แต่อาศัยประสบการณ์การกินของเราเอง บางจานก็ถามพนักงานบ้าง แต่ทั้งหมดทั้งมวลแล้วเชฟส้มบอกว่าคุณจะคิดว่ามันเป็นอะไรก็ได้ในแบบที่คุณอยากให้เป็น เร็ว ๆ นี้เชฟส้มเตรียมเปลี่ยนเมนูใหม่ คาดว่าน่าจะเริ่มวันที่ 14 สิงหาคมนี้ และปรับราคาขึ้นมาเป็น 2,990++บาท เพราะราคาที่เรากินวันนี้ยังเป็นราคาที่เชฟพยุงเอาไว้หลังกลับมาเปิดให้บริการอีกครั้ง

10th Celebration
10th Celebration
Farewell
Farewell 


ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่

เมนูห้ามพลาด

4th Street

แผนที่

การติดต่อ

Karmakamet Conveyance
1, 1/1 ซอย สุขุมวิท 49,วัฒนา