#วงในบอกมา
il Fumo เปลี่ยนจากร้านอาหารอิตาเลียนสู่อาหารโปรตุกีสมาได้สักพักใหญ่ตามเชฟใหญ่ชาวโปรตุกีส เนลสัน อะโมริม (Nelson Amorim) ทำให้ที่นี่เป็นร้านอาหารโปรตุกีสเพียงไม่กี่ร้านในกรุงเทพฯ
ได้รับเสียงตอบรับค่อนข้างดีกับ Wongnai Deal ขายดีทุกรอบ
และดีลรอบล่าสุด เซทดีลสุดคุ้ม 1,799 บาท ใช้ได้ 2,318 บาท ใช้ได้ถึง 15 กันยายน 2020

il Fumo กลายเป็นร้านขวัญใจของชาว Wongnai ได้อย่างรวดเร็ว หลังจากได้ชิมอาหารโปรตุกีสในแบบของเชฟเนลสัน อะโมริม (Nelson Amorim) เชฟใหญ่ชาวโปรตุกีส จนคว้ารางวัล Wongnai Users’ Choice 2020 มาได้สำเร็จ แต่หลายคนอาจจะยังสงสัยว่าอาหารโปรตุกีสต่างจากอาหารยุโรปอย่างไร เรามีคำตอบ
เราชวนเชฟเนลสันคุยถึงความแตกต่างของ “อาหารโปรตุกีส” และ “อาหารยุโรป” ซึ่งเชฟให้คำตอบที่น่าสนใจว่า อาหารโปรตุกีสรับเอาและเผยแพร่วัฒนธรรมอาหารของตัวเองออกไปกว้างขวางกว่ายุโรปชาติอื่น ๆ ที่ค่อนข้างทำอาหารในแนวดั้งเดิม เราเข้าใจว่าอาจจะเป็นเพราะการสร้างสัมพันธไมตรีของทูตชาวโปรตุกีสที่เดินทางมาตั้งแต่ในอดีต

“ตอนผมมา il Fumo ก็ยังเป็นอาหารอิตาเลียน ผมมาก็ทำตามคอนเซปต์ของร้าน ทำมาได้ราวปีหนึ่ง เราตัดสินใจเปลี่ยน ผมเป็นคนโปรตุเกส จึงไม่ได้ทำอาหารอิตาเลียนแบบดั้งเดิมอยู่แล้ว ผมทำในแบบฉบับของตัวเอง แล้วเราก็เห็นว่าในกรุงเทพฯ ไม่มีร้านอาหารโปรตุกีสเลย สำหรับผมอาหารโปรตุกีสหลากหลายมาก และเป็นอาหารที่มีอิทธิพลให้หลายชาติในเอเชีย อาหารหลายจานของเรามีอิทธิพลต่ออาหารของคุณ เราเลยตัดสินใจเปลี่ยนที่นี่ให้มีกลิ่นอายของรสชาติแบบโปรตุกีส” เชฟเนลสัน พูดถึงการเปลี่ยนคอนเซปต์ของ il Fumo เมื่อหลายปีก่อน
เชฟเล่าให้ฟังว่าตัวเขาเคยมาเที่ยวเมืองไทยก่อนหน้าที่จะมาทำงาน เขายอมรับว่าอาหารหลายอย่างของโปรตุเกสมีความคล้ายอาหารไทยมาก เขาบอกว่าเคยเจอขนมที่ชื่อว่า Fios de ovos ที่รสชาติเหมือนกันเลยขนมนั้นก็คือ ฝอยทอง นั่นเอง เชฟยังบอกว่าอาจจะเป็นสมัยที่เดินทางมาสร้างสัมพันธไมตรีกับคนไทยเมื่อนานมาแล้ว แล้วก็ส่งมอบอะไรบางอย่างไว้ให้คนไทย


เชฟยังบอกว่าอาหารของ il Fumo ไม่ใช่อาหารโปรตุกีสในแบบฉบับดั้งเดิม แต่ตัวเขาใส่เอากลิ่นอายและอิทธิพลของอาหารโปรตุกีสที่เจอในเอเชียลงไปแล้วทำในแบบของตัวเอง เชฟยังบอกว่าอาหารโปรตุกีสเน้นรสชาติของวัตถุดิบเป็นหลัก ไม่ปรุงแต่เยอะ ไม่รสจัดด้วยเครื่องเทศ
สำหรับดีลล่าสุดเชฟนำเสนอความเป็นโปรตุกีสที่ค่อนข้างชัดจากราคา 2,318 บาท เหลือเพียง 1,799 บาท สั่งซื้อได้ที่นี่ แน่นอนว่าอะมุชบุชยังคงเป็นเมนูที่น่าสนใจ Chicken Liver with Port Wine และ Quince & Cheese ซึ่งคำแรกเป็นมูสตับไก่กับทาร์ตกรอบ ส่วนอีกชิ้นเป็นเจลลีควิ้นท์ห่อด้วยกระดาษกินได้โรยด้วยพาร์มีซานชีส แต่ที่ต้องบอกว่าเป็นไม้ตายน่าจะเป็นขนมปังมันหวาน Bolo do Caco ที่ย่างบนเตาถ่านกินกับเนยและน้ำมันมะกอก


ส่วนอาหารเรียกน้ำย่อยเป็น Seafood Ravioli with Plankton & Coriander Emulsion เชฟบอกว่าไม่ได้เป็นร้านอาหารอิตาเลียน แต่รากเหง้าที่เชฟทำมาตลอดคืออาหารอิตาเลียน ซึ่งเขาทำงานกับเชฟดังอย่างเชฟบอมบาน่า ทำไมไม่เอามาปรับทำแบบตัวเองล่ะ ราวิโอลีไส้อาหารทะเลราดด้วยอีมัลชันผักชี ซึ่งเป็นผักที่เชฟบอกว่ารับเอามาจากวัฒนธรรมต่างชาติ ในยุโรปมีเพียงโปรตุเกสที่นำมาใช้ทำอาหาร

และไฮไลต์ Orange 'Story' เชฟบอกว่า ส้ม เป็นวัตถุดิบที่บ่งบอกความเป็นอาหารโปรตุกีส เชฟบอกว่าหลายประเทศนำเอาอาหารจานนี้ไปจากโปรตุเกส อาทิ โมร็อกโค ตุรกี และอิหร่าน เชฟไปอ่านเจอมาและภูมิใจมากแล้วก็คิดว่าชั้นจะทำสิ่งนี้
อาหารโปรตุกีสก็เลยมีความแตกต่างจากอาหารยุโรปทั่วไปตรงที่ “ส่งต่อ” ไปพร้อมกับการ “รับเอา” วัฒนธรรมการกินของชาติอื่นเข้ามาด้วย ใครสนใจอาหารโปรตุกีสบอกเลยห้ามพลาด

ติดตามเรื่องราวร้านอาหารดี ๆ ที่จะมาเล่าเรื่องราวของร้านอาหารมากกว่าเพียงรีวิวร้านอาหารใหม่ แต่อาหารมีเรื่องราวซ่อนอยู่เสมอ อ่านต่อได้ที่





