แจก 30 สูตรเมนูขนมไทยยอดฮิต หวานละมุนกลมกล่อมแบบไทย ๆ ทำขายกำไรดี
  1. แจก 30 สูตรเมนูขนมไทยยอดฮิต หวานละมุนกลมกล่อมแบบไทย ๆ ทำขายกำไรดี

แจก 30 สูตรเมนูขนมไทยยอดฮิต หวานละมุนกลมกล่อมแบบไทย ๆ ทำขายกำไรดี

แจกสูตร 30 เมนูขนมไทยยอดฮิต ของโปรดทุกวัย ทั้งเมนูที่เคยกินตอนเด็ก ๆ และเมนูทำขายยอดฮิต ทำกินเองก็ฟิน หรือจะทำขายก็ปัง! ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันเลยค่าา
writerProfile
27 เม.ย. 2022 · โดย
เวลาเตรียม
10 นาที
เวลาปรุง
20 นาที
แคลอรี่
300 Kcal/เสิร์ฟ
สำหรับ
4 เสิร์ฟ

พูดถึง เมนูขนมไทย ทีไร ก็จะนึกถึงขนมไทยที่ได้กินตอนเด็ก ๆ สมัยยังเป็นนักเรียนอยู่ทุกทีเลยค่ะ ไม่ว่าจะเป็นลุกชุบของโปรด ทองหยิบและฝอยทองแสนหวาน ปลากริมไข่เต่าหวานมัน และอีกมากมายหลากหลายเมนู วันนี้เราได้รวบรวมสูตรขนมไทยมาถึง 30 สูตร ให้เพื่อน ๆ ได้ทำกินกันที่บ้านย้อนวัย หรือถ้าใครจะเอาไปทำขายก็รับรองว่าได้กำไรดีค่ะ ถ้าพร้อมกันแล้ว เราไปดูวิธีทำขนมไทยกันเลยดีกว่าจ้าา~

แจก 30 สูตรเมนูขนมไทยยอดฮิต หวานละมุนกลมกล่อมแบบไทย ๆ ทำขายกำไรดี

1ทองหยิบ

ทองหยิบ เมนูขนมไทยหวานฉ่ำตำรับท้าวทองกีบม้า ที่มีมาตั้งแต่สมัยอยุธยา แต่ก้ยังเป็นที่นิยมจนถึงวันนี้ นอกจากจะหวานฉ่ำชื่ใจแล้วยังเป็นขนมมงคลอีกด้วยนะคะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบทองหยิบ

  1.  ไข่เป็ด 6 ฟอง 
  2. ไข่ไก่ 6 ฟอง 
  3. น้ำตาลทราย 1 กิโลกรัม 
  4. น้ำเปล่า 1 ลิตร 
  5. กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา 

วิธีทำทองหยิบ

  • นำกระทะทองเหลืองตั้งบนเตาแก๊ส ตามด้วยการใส่น้ำตาลทรายและน้ำเปล่าลงไป จากนั้นเปิดไฟกลาง เมื่อน้ำตาลทรายและน้ำเปล่าละลายเข้ากันดี ให้ใส่กลิ่นมะลิลงไป แล้วใช้ทัพพีตักแบ่งน้ำเชื่อมจากกระทะออกมาประมาณ 1 ถ้วยตวง แล้วนำมาพักไว้ทำเป็นน้ำเชื่อมเย็น จากนั้นเคี่ยวน้ำเชื่อมที่อยู่ในกระทะต่ออีกเป็นเวลา 10 นาที ให้น้ำเชื่อมข้นเป็นยางมะตูมค่ะ 
  • นำไข่เป็ดและไข่ไก่มาแยกไข่แดงออกจากไข่ขาว โดยอย่าให้มีเศษไข่ขาวติดมาด้วยค่ะ นำไข่แดงไข่เป็ดและไข่แดงไข่ไก่ที่แยกไว้มากรองด้วยผ้าขาวบาง เพื่อไม่ให้มีเศษไข่และทำให้เนื้อไข่เนียนมากขึ้น นำไข่แดงที่กรองแล้วมาตีด้วยตะกร้อมือให้พอขึ้นฟูเล็กน้อย จากนั้นเตรียมนำไปหยอดลงในน้ำเชื่อม
  • เมื่อน้ำเชื่อมข้นเป็นยางมะตูมแล้วให้ปิดไฟ และรอให้น้ำเชื่อมนิ่งสนิทก่อนหยอดไข่ลงไป เมื่อน้ำเชื่อมนิ่งแล้วให้ใช้ช้อนหยอดไข่ที่ตีเอาไว้ (STEP 2) หยอดไข่ลงในน้ำเชื่อม โดยยกช้อนขึ้นให้ไข่ไหลเป็นสาย หยอดให้หมดในครั้งเดียว ไม่ควรหยอดซ้ำเพราะจะทำให้ไข่หนาและเป็นก้อน หยอดไข่ให้ได้ขนาดใหญ่หว่าเหรียญสิบเล็กน้อย และหยอดแต่ละชิ้นให้ห่างกันเพื่อไม่ให้ไข่ติดกันค่ะ เมื่อหยอดไข่เสร็จแล้วให้เปิดไฟอ่อน ๆ เพื่อให้ไข่สุก เมื่อไข่มีสีเข้มขึ้นให้กลับไข่อีกด้านลงไปให้โดนน้ำเชื่อม ทำจนไข่สุกทั้งสองด้าน ตักไข่ขึ้นจากน้ำเชื่อมร้อนแล้วไปพักในน้ำเชื่อมเย็น (STEP 1) เพื่อให้ไข่เย็นตัวลงและไล่ความหวานจากน้ำเชื่อมร้อนออกไป ก่อนนำมาจับจีบ

2ขนมเปี๊ยะไส้เผือก

เมนูเบเกอรี ขนมเปี๊ยะไส้เผือก ฟังแล้วอาจจะดูยุ่งยากขั้นตอนเยอะ แต่พอทำจริง ๆ ง่ายกว่าที่คิด เพราะสูตรนี้สรุปง่าย ๆ เพียง 3 ขั้นตอนเท่านั้น แป้งนุ่มไส้แน่น ใครได้กินรับรองติดใจแน่นอนค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมเปี๊ยะไส้เผือก

วัตถุดิบแป้งชั้นนอก

  1. แป้งเค้ก 400 กรัม 
  2. น้ำเปล่า 150 มิลลิลิตร 
  3. น้ำมันมะพร้าว 150 กรัม 
  4. น้ำตาลทราย 100 กรัม 

วัตถุดิบแป้งชั้นใน

  1. แป้งเค้ก 200 กรัม 
  2. เนยขาว 80 กรัม

วัตถุดิบไส้เผือก

  1. เผือก 500 กรัม 
  2. น้ำตาลทราย 150 กรัม 
  3. เกลือ ¼ ช้อนชา 
  4. น้ำมันพืช ½ ถ้วย 
  5. แปะก๊วย ตามชอบ

วิธีทำขนมเปี๊ยะไส้เผือก

  • วอร์มเตาอบไฟ บน - ล่าง อุณหภูมิ 250 องศาเซลเซียส จากนั้นปรับเป็นอุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส
  • นวดแป้งชั้นนอก โดยผสมแป้งเค้ก น้ำเปล่า น้ำมันมะพร้าว และน้ำตาลทราย ลงในชามผสม จากนั้นนวดให้เข้ากันจนเนียน พักไว้ 30 นาทีให้แป้งเซตตัว แล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าเหรียญสิบ
  • นวดแป้งชั้นใน โดยผสมแป้งเค้ก และเนยขาวลงในชามผสม จากนั้นนวดให้เข้ากันจนเนียน พักไว้ 30 นาทีให้แป้งเซตตัว แล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าเหรียญห้า
  • กวนเผือก น้ำตาลทราย และน้ำมันพืชเข้าด้วยกัน จนแห้งพอปั้นได้ จากนั้นพักไว้จนเย็น ปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าเหรียญห้า แล้วใส่แปะก๊วยลงไป เตรียมไว้ 
  • นำแป้งชั้นนอกไปห่อแป้งชั้นใน จากนั้นนำมารีดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า พับเข้าหากันสามทบ (ซ้ายทับขวา) เอาสันไว้ซ้ายมือ แล้วรีดเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าอีกครั้ง พับเข้าหากันสามทบ (ซ้ายทับขวา) จากนั้นทำซ้ำอีก 1 รอบ ม้วนเข้าหากัน แล้วตัดแป้งเป็น 4 ส่วน เท่า ๆ กัน หยิบแป้งที่ตัดไว้มารีดให้แบน จากนั้นนำมาห่อไส้เผือกให้มิด
  • นำขนมเปี๊ยะเรียงใส่ถาด ทาด้วยไข่ และทำจุดสีแดง อบด้วยไฟ บน - ล่าง อุณหภูมิ 200 องศาเซลเซียส 20 นาที พร้อมเสิร์ฟจ้า 

3ขนมหม้อแกง

ของดีเมืองเพชรบุรีที่ไปเที่ยวทีไรก็ต้องแวะซื้อ ขนมหม้อแกง เป็นหนึ่งในเมนูขนมไทยที่ได้รับการขนานนามว่าเป็นคัสตาร์ดเมืองไทยอีกด้วยนะคะ ด้วยเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มหวานละมุนนั่นเอง

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมหม้อแกง

  1. ไข่เป็ด 5 ฟอง
  2. ถั่วเขียวเราะเปลือก 200 กรัม
  3. น้ำตาลปี๊บ 300 กรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา
  5. กะทิ 700 มิลลิลิตร 
  6. ใบเตย 3 ใบ
  7. หอมเจียว ตามชอบ

วิธีทำขนมหม้อแกง

  • ล้างถั่วเขียวเราะเปลือกด้วยน้ำสะอาด จากนั้นแช่ไว้ 30 นาที นำไปนึ่งประมาณ 30 นาที จนสุก 
  • ขยำไข่เป็ด เกลือ น้ำตาลปี๊บ และใบเตย เข้าด้วยกันจนน้ำตาลละลาย นำถั่วที่นึ่งสุกแล้ว ไปปั่นกับกะทิจนละเอียด จากนั้นนำไปผสมกับส่วนผสมที่เตรียมไว้ แล้วคนให้เข้ากัน นำไปกรองในตะแกรง เพื่อให้เนื้อเนียนขึ้น
  • เทใส่พิมพ์ แล้วนำไปอบด้วยไฟ บน - ล่าง อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส 2 ชั่วโมง ทาไข่แดงบนหน้าขนมหม้อแกงให้ทั่ว นำไปอบด้วยไฟบน อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส 5 นาที จากนั้นพักไว้ให้เย็น โรยหอมเจียว แล้วตัดเป็นชิ้น พร้อมเสิร์ฟจ้า

4ลูกชุบ

เมนูโปรดแต่เล็กจนโตที่เดี๋ยวนี้ก็เริ่มหากินยากแล้ว เพราะว่าต้องใช้ความประณีตในการทำ แต่ถั่วกวนเคลือบด้วยวุ้นกรุบ ๆ อย่างลูกชุบก็ไม่ได้ยากเย็นอย่างที่คิดนะคะ ในรูปเราก็ทำเป็นเป็นลุกชุบที่ล้อเมนูน้ำพริกกะปิ ออกมาหน้าตาน่ารักทีเดียวใช่ไหมคะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบลูกชุบ

  1. ถั่วเขียวเราะเปลือก 300 กรัม 
  2. กะทิอบควันเทียน 400 มิลลิลิตร 
  3. น้ำตาลทราย (สำหรับเนื้อขนม) 250 กรัม 
  4. ผงวุ้น 8 กรัม
  5. น้ำเปล่า 1,000 มิลลิลิตร 
  6. น้ำตาลทราย (สำหรับวุ้นเคลือบ) 100 กรัม 
  7. กลิ่นมะลิ 1/2 ช้อนชา 
  8. สีผสมอาหาร ตามชอบ 

วิธีทำลูกชุบ

  • นำถั่วเขียวเราะเปลือก ล้างด้วยน้ำสะอาด ประมาณ 6-7 ครั้ง จากนั้นแช่ถั่วในน้ำ 2 ชั่วโมง แล้วนำมานึ่งในลังถึงเป็นเวลา 45 นาที
  • นำถั่วที่นึ่งเสร็จเรียบร้อยแล้วมาปั่นรวมกับกะทิและน้ำตาลทรายให้ละเอียด หากรู้สึกว่าหนืดจนปั่นยากให้เติมน้ำหรือหางกะทิเล็กน้อยเพื่อช่วยให้ปั่นง่ายขึ้น 
  • เทถั่วที่ปั่นแล้วลงในกระทะทองเหลือง แล้วนำไปตั้งบนไฟอ่อน กวนถั่วไปในทิศทางเดียวกันอย่างสม่ำเสมอ คอยปาดถั่วด้านขอบกระทะเพื่อให้กวนทั่วถึงกัน หากกวนขนมแล้วมีถั่วไหม้ติดก้นกระทะให้รีบเปลี่ยนกระทะทันที เพราะจะทำให้ขนมมีกลิ่นเหม็นไหม้ และมีเศษไหม้อยู่ในเนื้อขนม เมื่อกวนถั่วได้ที่ ถั่วจะจับตัวเป็นเนื้อเดียวกันไม่ติดกระทะ จากนั้นเทพักไว้ในถาดจนถั่วหายร้อน เพื่อนำไปปั้นในขั้นตอนต่อไป  
  • แช่ผงวุ้นไว้ในน้ำเปล่า ประมาณ 20 - 30 นาที จากนั้นนำมาตั้งบนไฟอ่อน เคี่ยวจนกว่าผงวุ้นละลายหมด เมื่อวุ้นละลายให้ใส่น้ำตาลทรายและกลิ่นมะลิลงไป เคี่ยวจนน้ำตาลละลายและเป็นสีใส ให้ตั้งไฟอ่อนไว้จนกว่าจะทำการชุบแล้วค่อยยกออกจากไฟ
  • ปั้นถั่วให้เป็นรูปผักหรือผลไม้ตามชอบ ก่อนจะปั้นให้นวดก่อนเพื่อให้เนื้อขนมเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและปั้นง่ายขึ้น ทาสีผสมอาหารลงบนลูกชุบให้สมจริง จากนั้นนำมาเสียบไม้ปลายแหลมและปักพักไว้บนโฟม นำถั่วที่ปั้นและทาสีไว้เรียบร้อยมาชุบวุ้นที่เตรียมไว้ โดยวุ้นต้องอุ่นไม่ร้อนและไม่เย็นเกินไป จากนั้นนำถั่วที่ชุบวุ้นมาปักพักไว้บนโฟม รอให้วุ้นแห้งแล้วชุบวุ้นซ้ำอีกครั้ง 
  • เมื่อวุ้นเซ็ตตัวให้ใช้มีดเล็กตัดวุ้นส่วนเกินที่ติดอยู่ระหว่างตัวขนมกับไม้แหลมออกจากกัน นำลูกชุบจัดลงบนจานให้สวยงาม เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วล่ะค่ะ เพื่อนๆจะกินลูกชุบคู่กับชาร้อนได้จ้า

5ขนมโคกะทิ

ขนมโคกะทิ ถือเป็นเมนูขนมไทยโบราณ ที่ได้รับความนิยมจากรุ่นสู่รุ่นจริง ๆ แต่ปัจจุบันจะหากินที่ถูกปากก็ยากเหลือเกินค่ะ อย่ากระนั้นเลย มาลองลงมือปั้นลงมือทำกันเองเลยดีกว่า!

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมโคกะทิ

วัตถุดิบไส้

  1. มะพร้าวขูด 250 กรัม 
  2. น้ำตาลมะพร้าว 250 กรัม 
  3. น้ำมะพร้าว 50 มิลลิลิตร 
  4. เกลือสมุทร ½ ช้อนชา  

วัตถุดิบแป้ง

  1. แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม 
  2. น้ำดอกอัญชัน 50 มิลลิลิตร 
  3. น้ำใบเตย 50 มิลลิลิตร 
  4. น้ำมะพร้าว 50 มิลลิลิตร 
  5. น้ำกระเจี๊ยบ 50 มิลลิลิตร 

วัตถุดิบน้ำกะทิ

  1. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร 
  2. น้ำตาลทราย 50 กรัม 
  3. เกลือสมุทร 1 ช้อนชา
  4. ใบเตย 1 มัด

วิธีทำขนมโคกะทิ

  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไป ตามด้วยน้ำมะพร้าว และเกลือ คนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน และเดือด ใส่มะพร้าวขูดลงไป ผัดให้แห้งและหอม จากนั้นยกออกจากเตา และพักไว้ให้เย็นสนิท
  • แบ่งแป้งข้าวเหนียวเป็น 4 ส่วนเท่า ๆ กัน (ส่วนละ 125 กรัม) ผสมน้ำแต่ละถ้วย ได้แก่ น้ำใบเตย น้ำดอกอัญชัน น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำมะพร้าว นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ 
  • หยิบแป้งขึ้นมาหนึ่งหยิบมือแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ บีบให้แบนความหนาประมาณ 2 มิลลิเมตร จากนั้นหยิบไส้ที่ผัดไว้ขนาดเล็กกว่าแป้ง จับให้เป็นก้อน ๆ แล้ววางลงบนแป้ง ห่อและปั้นให้เป็นลูกกลม ๆ วางบนถาดเตรียมไว้ ทำจนแป้งและไส้หมด
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟกลาง ใส่น้ำลงไป รอจนน้ำเดือด แล้วใส่ขนมโคที่ปั้นไว้ลงไปต้มจนสุกโดยสังเกตุว่าขนมโคลอยขึ้นเหนือน้ำ แสดงว่าสุกแล้ว เสร็จแล้วตักไปพักไว้ในน้ำเย็น 
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทหัวกะทิลงไป ตามด้วยเกลือสมุทร น้ำตาล และใบเตย คนจนละลายเป็นเนื้อเดียวกัน และเดือด ตักใบเตยออก โรยงาขาวคั่ว และยกออก พักไว้ นำขนมโคใส่ถ้วย หรือหม้อที่จะจัดเสิร์ฟ ราดน้ำกะทิที่เตรียมไว้ลงไป และโรยงาขาวคั่ว พร้อมเสิร์ฟจ้า 

6ขนมไข่หงส์

ขนมไข่หงส์ เมนูขนมไทยที่ทำได้ง่าย ๆ ขั้นตอนไม่เยอะ ทำกินเองได้ที่บ้านสบาย ๆ ถั่วกวนมัน ๆ รสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นพริกไทย กินพร้อมกับแป้งห่อที่ทอดกรอบ ๆ ฟินอย่าบอกใครเชียวค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมไข่หงส์

วัตถุดิบสำหรับแป้งห่อ

  1. แป้งข้าวเหนียว 400 กรัม
  2. แป้งข้าวเจ้า 4 ช้อนโต๊ะ
  3. กะทิ 100 กรัม
  4. น้ำตาลทราย 70 กรัม

วัตถุดิบสำหรับไส้หวาน

  1. ถั่วกวน 400 กรัม
  2. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม 
  3. หอมแดงซอย 2 ช้อนโต๊ะ 
  4. พริกไทยป่น 2 ช้อนชา 
  5. เกลือป่น 2 ช้อนชา 

วิธีทำขนมไข่หงส์

  • ผสมแป้งข้าวเหนียว แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และกะทิ นวดให้เข้ากัน นำมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเท่าๆ กันเตรียมไว้
  • ใส่น้ำมันในกระทะ ตามด้วยหอมแดงซอย ผัดให้ขึ้นสีแล้ว ใส่ถั่วกวน และปรุงรสด้วย น้ำตาลปี๊บ พริกไทยป่น เกลือ ผัดให้เข้ากัน นำไปพักให้เย็น นำไส้มาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดเท่า ๆ กันเตรียมไว้ 
  • นำแป้งที่ปั้นไว้มาใส่ไส้ เตรียมไว้
  • ตั้งกระทะใส่น้ำมันเปิดไฟแรงให้น้ำมันร้อนจัด ก่อนทอดให้ลดไฟลงเป็นไฟปานกลาง นำขนมที่ใส่ไส้แล้วลงไปทอดให้มีสีเหลืองทอง พักให้สะเด็ดน้ำมัน
  • นำกระทะใบใหม่ขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลและน้ำลงไป คนผสมจนน้ำตาลทรายละลายจนเป็นน้ำเชื่อมและน้ำตกทราย จากนั้นนำขนมที่ทอดไว้ลงไปผัดจนน้ำตาลเคลือบผิว

7ฝอยทอง

ฝอยทอง เป็นขนมไทยโบราณ ที่ยังได้รับความนิยมจนถึงปัจจุบันนี้เลยค่ะ วิธีทำเหมือนจะยุ่งยาก แต่จริง ๆ แล้วไม่ยากเลยนะคะ วันนี้จะทำฝอยทองโดยใช้ใบตองแทนกรวย ไม่ต้องออกไปหาซื้อให้ยุ่งยากเลย 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบฝอยทอง

  1. ไข่ไก่ 30 ฟอง
  2. น้ำตาลทรายขาว 1000 กรัม
  3. ใบเตย 5 ใบ
  4. น้ำเปล่า 1 ลิตร
  5. กรวยใบตอง 

วิธีทำฝอยทอง

  • ตอกไข่ใส่ชามใหญ่ ๆ อย่างเบามือ ระวังอย่าให้ไข่แดงแตก ระหว่างในเวลาตอกไข่ ให้แยกน้ำค้างไข่ออกต่างหากนะคะ (น้ำค้างไข่คือ ไข่ขาวส่วนที่เป็นน้ำใส ๆ )
  • แยกไข่แดงออกใส่ภาชนะ รองด้วยผ้าขาวบาง เมื่อแยกไข่แดงออกแล้ว ให้รีดเยื่อที่หุ้มไข่แดงออกโดยการบิดผ้าขาวบางให้ไข่แดงไหลผ่านผ้าขาวบางลงมา เมื่อกรองไข่แดงแล้ว ให้นำน้ำค้างไข่ใส่เติมลงไป 5 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากัน
  •  ตั้งหม้อใส่น้ำเปล่า ตามด้วยน้ำตาลทรายขาวลงไปค่ะ หลังจากนั้นใส่ใบเตย รอจนน้ำเชื่อมเดือดได้ที่ นำใบเตยขึ้นเลย
  •  นำใบตองมาทำเป็นกรวย ม้วนให้ได้รูเล็ก ๆ จะได้เส้นฝอยทองที่สวย ใช้ไม้จิ้มฟันกลัดไว้ค่ะ เมื่อได้กรวยใบตองแล้ว ตักส่วนผสมไข่แดงใส่ลงในกรวย โดยใช้นิ้วอุดรูไว้ เตรียมโรยลงในน้ำเชื่อมที่เดือด ๆ
  • น้ำเชื่อมควรใช้ไฟแรงนะคะ เพื่อให้น้ำเชื่อมเดือดตรงกลางกระทะค่ะ เวลาโรยไข่แดงลงไป น้ำเชื่อมที่เดือดจะดันไข่แดงตีวงออกไปที่ขอบกระทะ ทำให้เส้นที่โรยใหม่ไม่ทับกัน เวลาโรยให้โรยเป็นวงกลม ประมาณ 20-25 รอบ เมื่อได้เส้นตามที่ต้องการแล้ว ใช้ตะเกียบหรือไม้ปลายแหลม ค่อย ๆ เกี่ยวเส้นที่สุกแล้วพับเป็นแพ พับกลับไปมาให้เป็นชั้น วนในน้ำเชื่อมไปมาเล็กน้อย เสร็จแล้วให้วางเส้นฝอยทองพักไว้บนตะแกรง หรือภาชนะที่น้ำเชื่อมสามารถไหลได้ค่ะ

8ขนมตาล

ขนมตาล เมนูขนมไทยทำง่าย ไม่ยากอย่างที่คิด! ทำทีกลิ่นฟุ้งทั่วครัวเลยค่ะ เพราะมีส่วนผสมของเนื้อตาล และกะทิ พอนำไปใส่กระทงใบตองแล้วนำไปนึ่ง ทำให้กลิ่นหอมอบอวลชวนกินมาก ๆ สีสันก็สวยงามอีกด้วย 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมตาล

  1. เนื้อลูกตาลสุก 200 กรัม 
  2. แป้งข้าวเจ้า 250 กรัม 
  3. กะทิ 320 มิลลิลิตร 
  4. น้ำตาลทราย 200 กรัม
  5. ผงฟู 1 ช้อนโต๊ะ 
  6. เกลือ 1 ช้อนชา 
  7. มะพร้าวขูด ตามชอบ 

วิธีทำขนมตาล

  • เทกระทิใส่ชามผสม ตามด้วยน้ำตาลทราย คนให้เข้ากันจนน้ำตาลละลาย ใส่เนื้อลูกตาลสุก และตีให้เข้ากัน ใส่แป้งข้าวเจ้าลงไป ผงฟู และเกลือ ตีให้เข้ากัน จากนั้นกรองเพื่อให้เนื้อแป้งเนียนขึ้น จากนั้นพักแป้งไว้ 10 นาที เพื่อให้แป้งเซตตัว 
  • นำพิมพ์ใบตองไปนึ่ง 1 นาที ก่อนหยอดแป้ง เพื่อไม่ให้แป้งติดพิมพ์หลังจากนึ่ง หยอดแป้งลงไปจนเต็มพิมพ์ นึ่ง 20 นาที ยกออกจากเตา และพักไว้ให้เย็น 
  • จัดขนมตาลใส่จาน และโรยมะพร้าวขูด พร้อมเสิร์ฟจ้า

9ขนมชั้น

ขนมชั้น เมนูขนมไทยยอดฮิตในงานมงคล แต่ไม่ต้องรองานมงคลก็ได้กินเพราะวันนี้เราเอาวิธีทำขนมชั้นใบเตยมาบอกกัน! ด้วยเนื้อสัมผัสที่เหนียวหนึบ และหวานหอม หลาย ๆ คนคงคิดว่าขนมชั้นเป็นเมนูทำยาก แต่จริง ๆ แล้วขั้นตอนในการทำไม่ได้ยุ่งยากเลย วัตถุดิบก็หาได้ง่าย ๆ อีกด้วยค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมชั้น

  1. แป้งมัน 2 ถ้วย
  2. แป้งข้าวโพด 1/2 ถ้วย
  3. แป้งข้าวเจ้า 1/2 ถ้วย
  4. แป้งท้าวยายม่อม 1/4 ถ้วย
  5. น้ำลอยดอกมะลิ 1 ถ้วย
  6. น้ำตาลทรายขาว 3 1/2 ถ้วย
  7. หัวกะทิ 3 ถ้วย
  8. สีผสมอาหาร หรือน้ำใบเตยคั้น 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำขนมชั้น

  • เทแป้งมัน แป้งข้าวโพด แป้งข้าวเจ้าและแป้งท้าว ผสมเข้าด้วยกัน จากนั้นคลุกเคล้าส่วนแป้งให้เข้ากันดี แล้วพักไว้ก่อน จากนั้นทำน้ำเชื่อมด้วยการนำหม้อตั้งเตา ผสมน้ำตาลทรายและน้ำลอยดอกมะลิ คนให้เข้ากัน พอน้ำตาลละลายดีแล้ว ยกลงพักให้เย็น
  • พอน้ำเชื่อมเย็นแล้ว นำหัวกะทิเทลง จากนั้นคนให้เข้ากัน เทส่วนผสมหัวกะทิน้ำเชื่อมลงไปในถ้วยที่เราเตรียมแป้งไว้ ค่อย ๆ เทใส่ทีละนิด จากนั้นใช้มือขยำแป้งให้เข้ากันดี โดยใช้เวลาประมาน 20-30 นาที
  • กรองแป้งด้วยกระชอนเพื่อให้ส่วนผสมเนียนสวย แล้วให้แบ่งเป็น 2 ส่วนอย่างละครึ่ง ส่วนที่ 1 ไม่ต้องผสมอะไร และส่วนที่สองให้เทน้ำใบเตยคั้นหรือสีผสมอาหารผสมลงไป 
  • ตั้งลังถึงบนเตาแก๊ส รอให้น้ำร้อนค่อยเทแป้งลงในถาดที่ใส่ในลังถึง นำถาดพิมพ์มาเตรียมไว้ เทแป้งสีเขียวลงไปประมาณ 2 มิลลิเมตร และนำไปนึ่ง 6-10 นาที จากนั้น ก็เทแป้งสีขาวลงไปประมาณ 2 มิลลิเมตร ทำแบบนี้ลงไปประมาณ 9 ชั้น จากนั้นทิ้งไว้ให้เย็นตัวดี แล้วตัดเป็นชิ้นสี่เหลี่ยม

10กล้วยไข่เชื่อม

เมนูของหวานเนื้อนุ่ม หวานมัน กล้วยไข่เชื่อม ขอแนะนำให้ใช้กล้วยสุกห่ามและนำไปแช่น้ำปูนใสก่อนต้ม จะทำให้เชื่อมออกมาเป็นชิ้นสวยงาม ไม่เละค่ะ จะกินตอนไหนก็ฟิน

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบกล้วยไข่เชื่อม

  1. กล้วยไข่ 1 หวี 
  2. น้ำปูนใส 1 ลิตร
  3. น้ำตาลทราย 300 กรัม 
  4. เกลือ (สำหรับกล้วย) ½ ช้อนชา 
  5. น้ำเปล่า 150 มิลลิลิตร 
  6. น้ำมะนาว 2 ช้อนโต๊ะ
  7. กะทิ 400 มิลลิลิตร
  8. เกลือ (สำหรับกะทิ) ½ ช้อนชา 
  9. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
  10. ใบเตย 3 ใบ 

วิธีทำกล้วยไข่เชื่อม

  • นำเกลือ (สำหรับกล้วย) ผสมกับน้ำปูนใส ปอกกล้วยไข่ แล้วแช่น้ำปูนใสประมาณ 1 ชั่วโมง 
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำเปล่าลงไป ตามด้วยใบเตย แล้วรอจนเดือด ใส่น้ำตาลทราย และน้ำมะนาว รอจนน้ำตาลละลาย ไม่ต้องคน ใส่กล้วยไข่ลงไปเชื่อม ต้มด้วยไฟเบาประมาณ 30 นาที จนกล้วยไข่เงา
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทกะทิลงไป ตามด้วยแป้งข้าวเจ้า และเกลือ (สำหรับกะทิ) คนให้เข้ากัน แล้วรอจนเดือด ยกออกพักไว้ 
  • ตักกล้วยไข่เชื่อมใส่จาน ราดด้วยกะทิ

11อาลัว

อาลัว เมนูขนมไทยโบราณอีกหนึ่งเมนูที่ดึงดูดใจเด็ก ๆ ที่ได้รับอิทธิพลจากขนมสไตล์โปรตุเกส คิดค้นโดยท้าวทองกีบม้า ลักษณะขนมอาลัวโบราณจะมีผิวด้านนอกที่กรอบ แต่ด้านในนุ่มละมุน แค่เคี้ยวก็ได้กลิ่นมะลิหอมฟุ้งไปทั่วปาก 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบอาลัว

  1. แป้งสาลีอเนกประสงค์ 75 กรัม
  2. แป้งถั่วเขียว 45 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 180 กรัม
  4. เกลือ ½ ช้อนชา
  5. กะทิ 400 มิลลิลิตร
  6. น้ำลอยดอกมะลิ 60 มิลลิลิตร 

วิธีทำอาลัว

  • วอร์มเตาอบที่อุณหภูมิ 80 องศาเซลเซียสเตรียมไว้
  • นำแป้งสาลีอเนกประสงค์ แป้งถั่วเขียว น้ำตาลทราย และเกลือเทใส่กระทะทองเหลือง จากนั้นเทน้ำลอยดอกมะลิ และกะทิตามลงไป คนให้ทุกอย่างละลายเข้ากันดี
  •  นำน้ำแป้งที่เตรียมไว้ขึ้นตั้งไฟอ่อน กวนจนแป้งสุกใส จากนั้นพักให้แป้งอุ่น 
  • นำแป้งที่พักไว้จนอุ่นมาใส่ในถุงบีบที่เราเตรียมหัวบีบรูปดาวใส่ไว้แล้ว
  • นำแป้งมาบีบใส่ถาดอบที่รองด้วยกระดาษไข จากนั้นนำเข้าอบเป็นเวลา 5 - 6 ชั่วโมง 
  • นำขนมอาลัวที่ได้มาจัดเสิร์ฟในภาชนะ หรือถ้าเพื่อน ๆ อยากได้กลิ่นที่หอมสามารถนำไปอบควันเทียนได้ค่ะ เพียงเท่านี้เมนูขนมไทยโบราณที่เรามักจะกินในวัยเด็กก็เสร็จเรียบร้อยแล้วค่า! 

12ปลากริมไข่เต่า

เมนูขนมไทยโบราณรสชาติหวาน หอม กลมกล่อม มีทั้งรสหวานและรสเค็ม อย่างเมนู ปลากริมไข่เต่า หรือที่เพื่อน ๆ อาจจะรู้จักในชื่อขนมแชงม้า หรือขนมแซงมา พิมจะบอกว่าเมนูนี้ทำง่ายมาก ๆ แถมใช้เวลาไม่นานด้วยค่ะ 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบปลากริมไข่เต่า

  1. แป้งข้าวเจ้า 100 กรัม
  2. แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
  3. แป้งมันสำปะหลัง 25 กรัม
  4. แป้งถั่วเขียว 25 กรัม
  5. น้ำอุ่น 1 ถ้วยตวง

ส่วนผสมของกะทิไข่เต่า

  1. กะทิ 1 ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง 
  3. เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ
  4. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ 

ส่วนผสมของกะทิปลากริม

  1. กะทิ 1 ถ้วยตวง 
  2. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วยตวง 
  3. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำปลากริมไข่เต่า

  • นำแป้งข้าวเจ้า แป้งข้าวเหนียว แป้งมันสำปะหลัง และแป้งถั่วเขียว มาผสมให้เข้ากัน แล้วทยอยเติมน้ำอุ่นลงไปผสมให้เนียนเป็นก้อนโดยที่แป้งไม่ติดมือ
  • แบ่งแป้งเป็นสองก้อนโดยก้อนแรกปั้นก้อนกลมเล็ก ๆ ขนาดเท่า ๆ กันสำหรับทำเป็นไข่เต่า ส่วนก้อนที่สองปั้นเป็นเส้นยาวสำหรับทำเป็นปลากริม เสร็จแล้วนำไปลวกในน้ำเดือดแล้วแช่น้ำเปล่าไว้ 
  • ทำน้ำกะทิสำหรับไข่เต่า โดยเทกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาล เกลือ และแป้งข้าวเจ้า คนให้ทุกอย่างละลายเข้ากันดี เปิดไฟอ่อน ใส่ใบเตยลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม เมื่อกะทิเดือดแล้วยกออกจากเตา พักให้อุ่น แล้วนำไข่เต่าที่พักไว้จนสะเด็ดน้ำแล้ว ใส่ลงไปในน้ำกะทิ เตรียมไว้
  • ทำน้ำกะทิสำหรับปลากริม เทกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ และแป้งข้าวเจ้า คนให้แป้งละลายไม่จับตัวเป็นก้อน เปิดไฟอ่อน ใส่ใบเตยลงไปเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม คนจนกระทั่งน้ำตาลปี๊บละลาย พักให้อุ่น แล้วนำเส้นปลากริมที่สะเด็ดน้ำใส่ลงไปในนำกะทิ เตรียมไว้
  • ตักปลากริมพร้อมน้ำกะทิใส่ชาม ตามด้วยไข่เต่าและน้ำกะทิ โรยงาขาวตกแต่งให้สวยงาม 

13ครองแครงน้ำกะทิ

ห้ามพลาดเลยสำหรับคอขนมไทย กับเมนู ครองแครงอัญชันน้ำกะทิ ตัวครองแครงเหนียวนุ่มในน้ำกะทิหอมหวาน แถมยังเพิ่มสีสันให้น่ารับประทานด้วยอัญชัน อร่อยติดใจทุกคำที่ได้กินแน่นอน

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบครองแครงน้ำกะทิ

  1. แป้งมัน 2 ถ้วยตวง 
  2. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วยตวง 
  3. น้ำเปล่า 1½ ถ้วยตวง 
  4. ดอกอัญชันสด 20 ดอก 
  5. กะทิอบควันเทียน 1 ลิตร 
  6. น้ำตาลทราย 1¼ ถ้วยตวง 
  7. เกลือ 1 ช้อนชา 
  8. งาขาวคั่ว สำหรับโรยหน้า

วิธีทำครองแครงน้ำกะทิ

  • ผสมแป้งมันกับแป้งข้าวเจ้าให้เข้ากัน แล้วแบ่งออกเป็น 2 ส่วนเท่า ๆ กัน ต้มดอกอัญชัน จนออกสีน้ำเงินเข้ม แล้วกรองเอาแต่น้ำ แบ่งออกเป็น 2 ถ้วย ถ้วยแรก ⅔ ส่วน และถ้วยที่สอง ⅓ ส่วน แล้วผสมน้ำร้อน ⅓ ถ้วยลงไปในถ้วยที่สอง เพื่อให้ได้สีที่อ่อนกว่า เทน้ำต้มดอกอัญชันถ้วยแรก (สีเข้ม) ลงในถ้วยแป้งที่แบ่งไว้ เอาไม้พายตะล่อมเร็ว ๆ ให้เข้ากัน แล้วค่อยนวดด้วยมือให้เข้ากัน ทำถ้วยที่สองแบบเดียวกัน แต่ใช้น้ำดอกอัญชันสีอ่อน
  • นำแป้งที่นวดเตรียมไว้ มาแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ ประมาณหัวนิ้วก้อย แล้วนำไปกดลงพิมพ์ครองแครง กดรูดไปด้านหน้า จะทำให้เกิดลายขึ้น นำตัวครองแครงที่ทำไว้ลงต้มในน้ำเดือด เมื่อสุกแล้วจะลอยขึ้น ให้ตักแล้วนำลงแช่น้ำเย็น เพื่อไม่ให้แป้งเกาะตัวติดกัน
  • ตั้งหม้อใช้ไฟกลาง ใส่กะทิ น้ำตาล และเกลือ คนให้ละลายเข้ากัน ตักครองแครงที่ต้มไว้ใส่ถ้วย ราดด้วยกะทิ โรยหน้าด้วยงาขาวคั่ว พร้อมรับประทาน! 

14บัวลอยมันม่วงฟักทอง

ยกระดับเมนูบัวลอยด้วยมันม่วงและฟักทอง มาพร้อมความน่ากิน และสีสันม่วงเหลืองที่ตัดกันอย่างลงตัว ที่สำคัญเมนูนี้ออร์แกนิกจ้า ไม่มีส่วนผสมของสีผสมอาหาร ธรรมชาติให้มาล้วน ๆ !

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบบัวลอยมันม่วงฟักทอง

วัตถุดิบแป้งมันม่วง และไส้ฟักทอง

  1.  แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำแป้ง) 100 กรัม 
  2. แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำไส้) 30 กรัม 
  3. ฟักทองนึ่ง 100 กรัม 
  4. มันม่วงนึ่ง 200 กรัม 
  5. แป้งมัน 30 กรัม 
  6. น้ำตาลทราย 50 กรัม 
  7. น้ำเย็น 60 มิลลิลิตร 

วัตถุดิบแป้งฟักทอง และไส้มันม่วง

  1. แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำแป้ง) 100 กรัม 
  2. แป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำไส้) 30 กรัม 
  3. ฟักทองนึ่ง 100 กรัม 
  4. มันม่วงนึ่ง 200 กรัม 
  5. แป้งมัน 30 กรัม 
  6. น้ำตาลทราย 50 กรัม 
  7. น้ำเย็น 60 มิลลิลิตร 

วัตถุดิบน้ำกะทิ

  1. กะทิ 500 มิลลิลิตร 
  2. น้ำตาลทราย 180 กรัม 
  3. เกลือสมุทร 1 ช้อนชา 
  4. มะพร้าวอ่อน 1 ถ้วย 
  5. งาขาวคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ 

วิธีทำบัวลอยมันม่วงฟักทอง

  • นำแป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำแป้ง) ใส่ในชามผสม ตามด้วยแป้งมัน ฟักทอง และเทน้ำเย็นลงไป นวดให้เข้ากันจนแป้งไม่ติดมือ และพักไว้ ทำแป้งมันม่วงด้วยวิธีเดียวกัน
  • นำฟักทองนึ่งใส่ในชามผสม ตามด้วยแป้งข้าวเหนียว (สำหรับทำไส้) และน้ำตาลทราย นวดให้เข้ากันจนเนื้อเนียน และพักไว้ ทำไส้มันม่วงด้วยวิธีเดียวกัน
  • นำไส้ทั้งสองอย่างที่เตรียมไว้มาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าเหรียญบาท
  •  บิดแป้งมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเล็กกว่าไส้นิดหน่อย กดให้แบน นำไส้ที่ปั้นไว้วางตรงกลาง ห่อให้มิด และปั้นให้เป็นลูกกลม ๆ โดยที่แป้งฟักทองคู่กับไส้มันม่วง และแป้งมันม่วงคู่กับไส้ฟักทอง นำบัวลอยทั้งสองแบบไปต้มในน้ำเดือดจนสุก จากนั้นตักใส่น้ำเย็น เพื่อให้บัวลอยเซตตัว 
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทกะทิลงไป ตามด้วยน้ำตาลทราย และเกลือสมุทร ต้มจนเดือด ใส่มะพร้าวอ่อน และงาขาวคั่วลงไป จากนั้นยกออกจากเตา นำบัวลอยที่ต้มตรียมไว้ใส่ลงในถ้วย ราดน้ำกะทิลงไป และโรยงาขาวคั่ว พร้อมเสิร์ฟจ้า

15สาคูไส้หมู

สาคูไส้หมู เมนูในความทรงจำที่ไปเดินตลาดกับแม่ทีไรก็ต้องแวะซื้อทุกที รสชาติหวาน ๆ เค็ม ๆ จากไส้สาคู และแป้งเหนียวนุ่มเคี้ยวหนึบด้านนอก ทำให้ขนมสาคูไส้หมูกลายเป็นของโปรดของใครหลาย ๆ คนนั่นเอง ยิ่งกินคู่กับผักหอมและพริกสดเผ็ดจี๊ด ๆ เข้ากันอย่าบอกใครเลยค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบสาคูไส้หมู

  1. สาคูเม็ดเล็ก 250 กรัม 
  2. หมูสับ 270 กรัม 
  3. รากผักชี 2 ราก 
  4. กระเทียม 3 กลีบ 
  5. พริกไทย 1 ช้อนชา 
  6. หอมแดงสับ 5 หัว 
  7. น้ำตาลปี๊บ 150 กรัม 
  8. ซีอิ๊วขาว 1 ช้อนโต๊ะ 
  9. ถั่วลิสงคั่วบด 55 กรัม 
  10. หัวไชโป๊เค็ม 100 กรัม 
  11. น้ำอัญชัน สำหรับแช่สาคู 
  12. น้ำกระเจี๊ยบ สำหรับแช่สาคู 
  13. กระเทียมเจียว สำหรับโรยหน้า
  14. ผักกาดหอมและพริกสดสำหรับกินเคียง 

วิธีทำสาคูไส้หมู

  • นำรากผักชี กระเทียมและพริกไทย มาโขลกให้ละเอียด แล้วนำลงผัดในน้ำมันให้ส่งกลิ่นหอม ตามด้วยหอมแดง และหมูสับผัดจนพอสุก ปรุงรสด้วยน้ำตาลปี๊บ ซีอิ๊วขาว ใส่ถั่วลิสงคั่วบด หัวไชโป๊เค็มลงไปผัดให้เข้ากัน แล้วพักไว้จนเย็น 
  • นำสาคูมาแบ่งเป็น 3 ส่วน แล้วนำไปแช่ใน น้ำอัญชัน น้ำกระเจี๊ยบ และน้ำเปล่า เพื่อให้ได้สีที่แตกต่างกัน แช่ประมาณ 10 นาที แล้วรินน้ำออก
  • ปั้นไส้ที่พักไว้จนเย็นให้เป็นก้อน เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 1 เซนติเมตร แล้วนำเม็ดสาคูที่แช่น้ำไว้มาห่อคลุมให้รอบ 
  • ทาน้ำมันให้ทั่วลังถึง แล้วนำสาคูไส้หมูที่ปั้นไว้ไปนึ่ง 10 นาที หรือจนกระทั่งสาคูสุกใส
  • นำขึ้นคลุกน้ำมันกระเทียมเจียวแล้วจัดเสิร์ฟพร้อมกับผักเคียง 

16กล้วยบวชชี

กล้วยบวชชี ขนมไทยที่พวกเราทุกคนคุ้นเคย กับกล้วยห่าม ๆ แข็งนิด ๆ รสชาติหวานหอมโดนใจทุกเพศทุกวัย และที่สำคัญวิธีทำกล้วยบวชชีง่ายสมกับคำว่ากล้วยเลยล่ะค่ะ 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบกล้วยบวชชี

  1. กล้วยน้ำว้า 8 ลูก (เลือกห่าม ๆ ไม่สุกมาก)
  2. หัวกะทิ 225 มิลลิลิตร
  3. หางกะทิ 300 มิลลิลิตร
  4. ใบเตย 2 ใบ
  5. น้ำตาลปี๊บ 30 กรัม
  6. น้ำตาลทรายขาว 20 กรัม
  7. เกลือ ¼ ช้อนชา
  8. แป้งมัน 1 ช้อนชา 

วิธีทำกล้วยบวชชี

  • นำกล้วยน้ำว้าไปนึ่งในน้ำเดือดประมาณ 3-5 นาที หรือจนกระทั่งผิวของกล้วยน้ำว้าเริ่มแตกออก แล้วปิดไฟ นำออกมาปอกเปลือก และหั่นเป็นชิ้นเล็ก ๆ พอดีคำ 
  • นำหางกะทิไปต้มในหม้อ ใส่ใบเตยลงไปเพื่อเพิ่มความหอม เมื่อเดือดแล้วก็ใส่น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทรายขาว และเกลือ คนให้ละลายดีแล้วใส่กล้วยที่หั่นไว้แล้วลงไป
  • เมื่อกะทิเริ่มเดือดอีกครั้งใส่หัวกะทิลงไป และปล่อยทิ้งไว้ให้เดือดอีกประมาณ 3 นาที 
  • อย่าต้มนานจนเกินไปเพราะจะทำให้กล้วยเละได้ กล้วยในควรจะยังแข็งนิดหน่อย จากนั้นตักใส่ถ้วย และเสิร์ฟได้เลยค่า

17วุ้นกะทิใบเตย

วุ้นกะทิใบเตย มาเคี้ยวกรอบกับวุ้นสองรสที่เข้ากันได้อย่างดีอย่างกะทิกับใบเตย หอมหวานมันสุด ๆ แช่เย็นเจี๊ยบกินแล้วชื่นใจจริง ๆ ค่า ใครชอบกินวุ้นต้องลองเลย

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบวุ้นกะทิใบเตย

วัตถุดิบวุ้นใบเตย

  1. ใบเตยหั่นชิ้น 12 ใบ
  2. น้ำ 550 มิลลิลิตร 
  3. น้ำตาลทราย 95 กรัม 
  4. ผงวุ้น 5 กรัม 

วัตถุดิบวุ้นกะทิ

  1. น้ำกะทิ 200 กรัม 
  2. น้ำ 200 กรัม 
  3. น้ำตาลทราย 95 กรัม 
  4. ผงวุ้น 5 กรัม 
  5. เกลือ 1/2 ช้อนชา

วิธีทำวุ้นกะทิใบเตย

  •  นำใบเตยหั่นชิ้นปั่นกับน้ำให้พอละเอียด แล้วกรองน้ำใบเตยด้วยผ้าขาวบางและกระชอนตาถี่เพื่อให้ได้น้ำใบเตยเข้มข้น 
  • นำน้ำใบเตยไปตั้งไฟ ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้ำตาล คนจนน้ำตาลละลาย เทใส่พิมพ์ ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นำไปพักอุณหภูมิห้อง หรือตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซตตัว
  • ตั้งหม้อไฟกลาง ใส่กะทิและน้ำลงไป ใส่ผงวุ้น คนจนผงวุ้นละลายจนหมด จึงจะใส่น้ำตาลและเกลือ คนจนละลาย นำไปเทใส่บนวุ้นใบเตยที่เซตตัวแล้ว ช้อนฟองออกเพื่อให้หน้าของวุ้นเรียบ นำไปพักให้เย็นลงในตู้เย็นเพื่อให้วุ้นเซตตัว
  • เมื่อวุ้นแข็งและเซตตัวแล้ว นำมีดแซะที่ขอบเพื่อให้วุ้นหลุดจากพิมพ์ได้ง่าย เมื่อนำออกจากพิมพ์แล้วใช้ใบมีดหยักหั่นวุ้นเป็นชิ้นมาจัดเสิร์ฟ ก็พร้อมทานได้แล้วค่า

18ขนมครก

เมนู ขนมครก ชาววัง กะทิข้น หวานมันกำลังดี บรรจงหยอดแป้งลงหลุม แถมทำกินเองแบบนี้ก็ใส่เครื่องแน่นสะใจ จะต้นหอมหรือข้าวโพดก็เพลินสุด ๆ ไปเลย ชวนคนที่บ้านมาแคะกันคนละไม้คนละมือ สนุกทีเดียวละค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมครก

วัตถุดิบแป้งขนมครก

  1. แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
  2. แป้งข้าวเหนียว 25 กรัม
  3. หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  4. น้ำร้อนจัด 1 ½ ถ้วยตวง
  5. น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต๊ะ
  6. เกลือ 1 ช้อนชา
  7. น้ำมันพืช 2 ช้อนโต๊ะ (สำหรับทาเตาขนมครก)

วัตถุดิบหน้าขนมครก

  1. หัวกะทิ 1 ½ ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทราย 1/2 ถ้วยตวง
  3. เกลือ 1 ช้อนชา
  4. แป้งข้าวเจ้า 1 ช้อนโต๊ะ
  5. เครื่องโรยหน้าขนมครก (ต้นหอมซอย ข้าวโพด) 

วิธีทำขนมครก

  • ผสมแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และเกลือรวมกันไว้ ค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไป คอยตะล่อมส่วนผสมไปด้วย แล้วก็ค่อย ๆ ใส่น้ำร้อนจัดตามลงไป คอยคนส่วนผสมไปด้วยจนเข้ากันดีพักไว้ 
  • จากนั้นมาทำหน้ากะทิกันค่ะ ใส่น้ำตาลทรายเกลือ และแป้งข้าวเจ้าลงในชามผสมอีกใบ ตะล่อมส่วนผสมแล้วค่อย ๆ ใส่หัวกะทิลงไปด้วย คนจนเข้ากันดีแล้วพักไว้ค่ะ
  • ใช้ผ้าชุบน้ำมันพืชทาหน้าเตาขนมครกให้ทั่ว ตั้งไฟร้อนปานกลาง ค่อย ๆ หยอดแป้งขนมครกลงไปในหลุม เหลือขอบไว้เล็กน้อยสำหรับโรยหน้ากะทิ เมื่อแป้งเริ่มสุกเล็กน้อย หยอดหน้ากะทิตามลงไปอย่าให้เกินขอบหลุม จากนั้นปิดฝาเตาไว้สักครู่
  • โรยเครื่องขนมครกลงไปในแต่ละหลุม มากน้อยตามใจชอบ แล้วปิดฝาอีกรอบค่ะ
  • รอจนขอบขนมครกเริ่มสุกกรอบเป็นสีน้ำตาล จากนั้นใช้ช้อนแคะออกจากหลุม จัดเสิร์ฟร้อน ๆ 

19ครองแครงกรอบ

ครองแครงกรอบ เมนูขนมไทยทอดกรอบ ครบรสทั้งเค็มหวานมัน เชื่อว่าเมนูนี้เป็นของโปรดของใครหลายคน วันนี้เลยเอาสูตรง่าย ๆ แต่รสชาติดั้งเดิมมาให้ลองทำกันดู

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบครองแครงกรอบ

  1. แป้งอเนกประสงค์ 250 กรัม
  2. น้ำปูนใส 3 ช้อนโต๊ะ
  3. ไข่ไก่ 1 ฟอง 
  4. เกลือป่น (สำหรับครองแครง) ½ ช้อนชา 
  5. เกลือป่น (สำหรับน้ำตลาเคลือบ) ½ ช้อนชา 
  6. กะทิ 100 มิลลิลิตร 
  7. น้ำตาลปี๊บ 1 ถ้วย 
  8. พริกไทยป่น 2 ช้อนโต๊ะ 
  9. ต้นหอมซอย ¼ ถ้วย 
  10. น้ำมันสำหรับทอด 1 ลิตร
  11. น้ำปลา 3 ช้อนโต๊ะ
  12. น้ำเปล่า ¼ ถ้วย
  13. รากผักชี 3 ราก
  14. กระเทียม 1 หัว

วิธีทำครองแครงกรอบ

  • นำแป้งอเนกประสงค์ใส่ชามผสม ตามด้วยเกลือป่น น้ำปูนใส และกะทิ นวดให้เข้ากัน จนแป้งเนียน และไม่ติดมือ
  • นำแป้งที่นวดเตรียมไว้ มาแบ่งเป็นก้อนเล็ก ๆ ประมาณหัวนิ้วก้อย แล้วนำไปกดลงพิมพ์ครองแครง กดรูดไปด้านหน้า จะทำให้เกิดลายขึ้น
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำมันสำหรับทอดลงไป และรอจนร้อน นำครองแครงลงไปทอดจนเหลืองกรอบ และตักออกพักไว้ เพื่อสะเด็ดน้ำมัน
  • โขลกสามเกลอ ได้แก่ กระเทียม พริกไทย และรากผักชี เข้าด้วยกันจนละเอียด
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง แบ่งน้ำมันสำหรับทอดมา 1 ช้อนโต๊ะ และเทลงไป นำสามเกลอลงไปผัดจนเหลืองหอม ใส่น้ำตาลปี๊บลงไป ตามด้วยเกลือ น้ำปลา และน้ำเปล่า 
  • นำครองแครงที่ทอดเตรียมไว้ ลงไปคลุกกับน้ำตาลเคลือบ โรยต้นหอม คลุกเค้าให้เข้ากัน พร้อมเสิร์ฟจ้า

20แกงบวดฟักทอง

เมนูขนมไทยง่าย ๆ อย่าง แกงบวดฟักทอง ขอบอกเลยว่าเพียงไม่กี่ขั้นตอนก็ได้อร่อยแล้วล่ะค่ะ มือใหม่หัดเข้าครัวก็สามารถโชว์เสน่ห์ปลายจวักได้เหมือนกันนะ แนะนำว่าฟักทองควรจะแช่น้ำปูนใสก่อน จะได้เหนียวหนึบ ไม่เละในน้ำกะทิค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบแกงบวดฟักทอง

  1. ฟักทอง 600 กรัม
  2. น้ำปูนใส สำหรับแช่ฟักทอง
  3. กะทิ 450 มิลลิลิตร 
  4. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  5. เกลือ ½ ช้อนชา
  6. ใบเตย 4 ใบ

วิธีทำแกงบวดฟักทอง

  • นำฟักทองมาปอกเปลือก และคว้านเมล็ดออกให้หมด หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ ล้างน้ำให้สะอาดเตรียมไว้ นำฟักทองไปแช่น้ำปูนใสประมาณ 30 - 60 นาที แล้วนำไปล้างน้ำสะอาด
  • เทกะทิลงในหม้อ ตามด้วยน้ำตาลปี๊บ เกลือ และใบเตยลงในหม้อ ตั้งไฟกลางรอจนน้ำตาลปี๊บละลายจนหมด เมื่อน้ำกะทิเดือดให้ใส่ฟักทองที่เตรียมไว้ลงไป เมื่อน้ำกะทิเดือดอีกครั้งปิดไฟได้เลยค่ะ หรือว่าถ้าน้ำกะทิของเราข้นเกินไปให้เติม กะทิเรียลไทย ลงไปอีกเล็กน้อย จากนั้นปรับเป็นไฟอ่อน รอจนเดือดอีกครั้งปิดไฟ ตักใส่ถ้วยพร้อมเสิร์ฟจ้าา

21ขนมบ้าบิ่น

ขนมบ้าบิ่น หรือขนมแป้งจี่ที่หลายๆคนชอบเรียก เป็นขนมไทยรสหอมละมุนของมะพร้าวและกะทิเข้ากันได้อย่างลงตัว เนื้อสัมผัสเหนียวนุ่มกำลังดี ยิ่งทานตอนอุ่นๆรับรองต้องติดใจ วิธีทำก็ง่ายแสนง่ายจะทำกินเล่นหรือทำขายเอาสนุกก็เลิศค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมบ้าบิ่น

  1. มะพร้าวทึนทึกขูด 3 ถ้วยตวง
  2. แป้งข้าวเหนียว ½ ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทราย ½ ถ้วยตวง
  4. เกลือ ¼ ช้อนชา
  5. กะทิ ¼ ถ้วยตวง 

วิธีทำขนมบ้าบิ่น

  • เทแป้งข้าวเหนียว น้ำตาลทราย เกลือ และกะทิ ลงในชามผสม แล้วคนผสมให้เข้ากัน ใส่มะพร้าวขูดลงไป นวดผสมให้เข้ากันดี 
  • ตั้งกระทะให้ร้อน ทาน้ำมันเล็กน้อยจากนั้นตักส่วนผสมลงกระทะ แล้วกดให้เป็นชิ้นแบน พลิกกลับด้านขนมให้สุกและเหลืองทองเท่ากันทั้งสองด้านแล้วจัดเสิร์ฟร้อน ๆ  

22ข้าวเหนียวมะม่วง

ข้าวเหนียวมะม่วง รสหวานมัน ข้าวเหนียวนุ่มชุ่มกะทิ กินคู่มะม่วงสุก ฉ่ำหวาน แค่มองก็น้ำลายไหล สูตรนี้บอกเลยว่า ทำง่าย! ถึงไม่โปรก็ทำได้! ในเมื่อจะออกไปหากินข้างนอกก็แพงแสนแพง ก็ทำกินเองซะเลย! 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบข้าวเหนียวมะม่วง

วัตถุดิบข้าวเหนียวมูน

  1. ข้าวเหนียวเขี้ยวงู 1 กิโลกรัม
  2. หัวกะทิ 3 ถ้วยตวง
  3. น้ำตาลทรายขาว 2 ถ้วยตวง
  4. เกลือ 1 ช้อนชา (ปรับ/ลด ตามความชอบ)
  5. ใบเตย 7 -10 ใบ

วัตถุดิบน้ำกะทิราดหน้า

  1. หัวกะทิ 2 ถ้วยตวง
  2. น้ำตาลทรายขาว 1/2 ถ้วยตวง
  3. เกลือ 1/2 ช้อนชา
  4. แป้งมันฮ่องกง 2 ช้อนชา
  5. มะม่วงสุก ตามต้องการ 

วิธีทำข้าวเหนียวมะม่วง

  • เริ่มจากซาวข้าวเหนียว เทน้ำทิ้งแล้วล้างน้ำจนน้ำซาวข้าวใส จากนั้นใส่น้ำพอปริ่ม ๆ ข้าวเหนียว แช่ทิ้งไว้จนครบสามชั่วโมงก็เอาไปนึ่งเหนียวไปนึ่งได้เลยค่ะ
  • นำข้าวเหนี่ยวไปหุงในหม้อหุงข้าว โดยนำหม้อหุ้งข้าวใส่น้ำลงไปครึ่งหม้อ จากนั้นนำใบเตยใส่ลงไป นำที่รองนึ่งวางลงไปด้านบน จากนั้นนำผ้าขาวบางปูลงไป และตักข้าวเหนียวใส่ตาม นำผ้าขาวบางผิดห่อข้าวเหนียวเอาไว้ นึ่งสักประมาณ 20 นาที พอครบ 20 นาที กลับข้าวเหนียวสักรอบเพื่อให้สุกทั่วถึง แล้วนึ่งต่ออีก 10 นาทีเป็นอันเรียบร้อย
  • นำหัวกะทิ น้ำตาลทราย และเกลือป่น เทผสมให้เข้ากัน นำไปตั้งไฟอ่อน ๆ เคี่ยวจนน้ำตาลละลายดี นำข้าวเหนียวที่นึ่งสุกแล้วใส่ชามแล้วเทน้ำกะทิมูนลงไป ใช้พายคนให้เข้ากัน จากนั้นนำผ้าขาวบางปิดไว้ ให้ข้าวเหนียวดูดน้ำกะทิ โดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที
  • ระหว่างรอเราก็มาทำน้ำกะทิราดหน้ากันค่ะ นำน้ำกะทิ น้ำตาลทราย เกลือ และแป้งมันฮ่องกงไปตั้งไฟอ่อน ๆ หมั่นคนเรื่อย พอปุด ๆ และข้นก็ยกลงได้เลย
  • ปอกมะม่วงสุกจัดใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวเหนียวมูน ราดด้วยน้ำกะทิเป็นอันเสร็จค่ะ 

23บัวลอยไข่หวาน

บัวลอยสายรุ้ง เมนูบัวลอยไข่หวานหลากสีสันสุดน่ารัก บัวลอยนุ่ม ๆ กับน้ำกะทิหวานมัน พร้อมไข่หวานละมุนสุดฟิน ได้เวลาเข้าครัว มานั่งพับเพียบปั้นบัวลอยหลากสีกันแล้วจ้า

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบบัวไข่หวาน

วัตถุดิบแป้งบัวลอย

  1. แป้งข้าวเหนียว 100 กรัม
  2. แป้งมัน 10 กรัม
  3. สีผสมอาหาร อย่างละ 4 หยด (สีม่วง / สีฟ้า/ สีเขียว / สีเหลือง / สีแดง)
  4. น้ำเปล่า 8 ช้อนโต๊ะ 

วัตถุดิบน้ำกะทิ

  1. กะทิ 4 ถ้วย (หางกะทิ 2 ถ้วย + หัวกะทิ 2 ถ้วย)
  2. น้ำตาลปี๊บ 100 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 80 กรัม
  4. เกลือป่น 1/4 ช้อนโต๊ะ
  5. มะพร้าวอ่อนหั่นชิ้นพอคำ 50 กรัม
  6. ไข่ไก่ 2 ฟอง (ใส่เพิ่มได้ตามต้องการ)

วิธีทำบัวลอยไข่หวาน

  • นำแป้งข้าวเหนียวใส่ลงในถ้วยผสม ตามด้วยแป้งมัน สีผสมอาหาร และค่อยๆ เติมน้ำทีละ 1 ช้อนโต๊ะ ควบคู่ไปกับการนวดแป้ง ใส่น้ำจนครบ 8 ช้อนโต๊ะ ให้ได้แป้งที่เนื้อเนียนเป็นเนื้อเดียวกันและนุ่ม ไม่เหลวติดมือ นำผ้าขาวบางหรือแร็ปคลุมแป้งไว้ ไม่ให้ถูกอากาศ แล้วพักแป้งไว้เพื่อปั้น ผสมแป้งซ้ำจนครบ 5 สี
  • เมื่อได้แป้งครบทุกสีแล้ว ปั้นเป็นก้อนกลมๆ ขนาด 1 เซนติเมตร ให้ครบทุกสี แล้วนำไปต้มใน น้ำดื่มเนสท์เล่ เพียวไลฟ์ ที่ต้มจนเดือดจัด เมื่อแป้งลอยตัวให้ช้อนแป้งขึ้นมา พักไว้ในน้ำเย็น เพื่อต้มรวมกับน้ำกะทิ 
  • นำหม้อขึ้นตั้งบนเตาแก๊ส จากนั้นใส่หางกะทิ น้ำตาลปี๊บ น้ำตาลทราย และเกลือ โดยใช้ไฟกลาง คนให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นตอกไข่ลงในน้ำกะทิทีละฟอง เมื่อไข่สุกตักขึ้นพักไว้ เตรียมใส่ในบัวลอย 
  • หลังจากที่ตักไข่ขึ้นจากน้ำกะทิ ให้เติมหัวกะทิลงไปในหางกะทิ แล้วคนให้ส่วนผสมเข้ากัน จากนั้นนำบัวลอยที่พักไว้ (STEP 1) และมะพร้าวอ่อน ใส่ลงไปในน้ำกะทิ แล้วต้มเป็นเวลาอย่างน้อย 10 นาที เพื่อให้ความหวานมันจากน้ำกะทิ ซึมเข้าให้ไปในแป้งบัวลอย เมื่อครบเวลาแล้วตักใส่ถ้วยท็อปด้วยไข่หวาน และเนื้อมะพร้าว เท่านี้ก็เรียบร้อยค่ะ

24สาคูเปียกลำไย

สาคูเปียกลำไย เมนูขนมไทยง่าย ๆ ที่ใช้ผลไม้ตามฤดูกาลอย่างลำไยเป็นวัตถุดิบหลัก ช่วงเดือนกรกฎาคมถึงเดือนกันยายน เราจะเห็นลำไยเต็มตลาดไปหมด กินสด ๆ อย่างเดียวก็คงจะเบื่อ เอามาใส่สาคูเป็นขนมหวานนี่เหมาะอย่าบอกใครค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบสาคูเปียกลำไย

  1. สาคูเม็ดเขียว 1 ถ้วย 
  2. น้ำลำไย 1 ถ้วย 
  3. น้ำเปล่า 1 ถ้วย
  4. น้ำตาลทราย 120 กรัม 
  5. ใบเตย 2 ใบ 
  6. ลำไย ตามชอบ 
  7. ข้าวโพด ตามชอบ
  8. เกลือ ½ ช้อนชา 
  9. กะทิ 250 มิลลิลิตร 

วิธีทำสาคูเปียกลำไย

  • ล้างสาคูด้วยน้ำเปล่า เตรียมไว้
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำเปล่าลงไป ตามด้วยใบเตย แล้วรอจนน้ำเดือด ใส่สาคูลงไปคนเรื่อย ๆ จนน้ำงวด เทน้ำลำไยลงไป คนไปเรื่อย ๆ จนสาคูสุก จากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไป แล้วคนจนน้ำตาลทรายละลาย ใส่ลำไย และข้าวโพด คนให้เขากันแล้วยกออกจากเตา 
  • นำหม้อขึ้นตั้งไฟปานกลาง เทน้ำกะทิลงไป ตามด้วยเกลือ คนไปเรื่อย ๆ จนเดือด จากนั้นยกออกจากเตา
  • ตักสาคูเปียกลำไยใส่ชาม ราดด้วยน้ำกะทิ พร้อมเสิร์ฟค่ะ 

25หยกมณี

เมนูขนมไทยโบราณอย่างเมนู หยกมณี ที่ในสมัยนี้หากินได้ยากแล้ว แต่พิมอยากจะบอกว่าวิธีทำนั้นง่ายมาก ๆ เลยล่ะค่ะ แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็พร้อมกินกันแล้วค่ะ ที่ได้ชื่อหยกมณีก็เพราะสีเขียวสดจากน้ำใบเตยที่นอกจากจะให้สีสันสดใสแล้วยังเพิ่มความหอมให้กับขนมของเราอีกด้วย!

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบหยกมณี

  1. สาคูเม็ดเล็ก 1 ถ้วยตวง 
  2. น้ำใบเตย 1 ถ้วยตวง 
  3. น้ำเปล่า (สำหรับต้มสาคู) 1 ½ ถ้วยตวง
  4. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง
  5. มะพร้าวทึนทึกขูดฝอย 1 ถ้วยตวง 
  6. เกลือป่น ½ ช้อนชา  

วิธีทำหยกมณี

  • นำสาคูไปล้างน้ำและพักไว้ให้สะเด็ดน้ำ ประมาณ 10 - 15 นาที
  • นำมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยมาคลุกกับเกลือให้ทั่ว แล้วนำไปนึ่งประมาณ 5 นาที แล้วใส่ถาดพักไว้ 
  • ต้มน้ำในกระทะให้เดือด ลดเป็นไฟกลาง แล้วนำสาคูที่พักไว้ใส่ลงไป รีบคนให้เม็ดสาคูกระจายตัวไม่จับกันเป็นก้อน คนไปสักพักสาคูจะเริ่มจับตัวเป็นก้อน หรือมีลักษณะเป็นตากบ (มีสีขุ่นตรงกลาง รอบนอกใส) ใส่น้ำใบเตยตามลงไป คนให้เข้ากันดีกับเม็ดสาคู หลังจากนั้นใส่น้ำตาลทรายลงไป กวนต่อจนสาคูหนืดและข้นขึ้น แต่ส่วนผสมจะไม่แห้งนะคะ แล้วนำไปพักในถาดเพื่อให้สาคูเย็นลง 
  • นำช้อนตักสาคูที่พักให้เย็นไว้เป็นชิ้นพอดีคำ นำมาคลุกกับมะพร้าวทึนทึกขูดฝอยที่พักไว้ เพื่อน ๆ สามารถจัดเสิร์ฟใส่กระทงใบเตยได้นะคะ เพียงเท่านี้ก็พร้อมกินแล้วค่า! 

26ขนมต้ม

ขนมต้มสามสี เมนูขนมไทยหากินยาก แต่พอได้ลองก็ต้องบอกว่ายอมลำบากไปตามหามากินทีเดียวละค่ะ สูตรนี้แป้งเหนียวนุ่มห่อไส้มะพร้าวที่หวานกลมกล่อมกำลังดี ฟินได้ที่บ้านด้วยวิธีทำที่ง่ายแสนง่าย ไม่ต้องลำบากไปหาซื้อเลยค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมต้ม

  1. แป้งข้าวเหนียว 300 กรัม
  2. น้ำกระเจี๊ยบ 80 มิลลิลิตร
  3. น้ำอัญชัน 80 มิลลิลิตร
  4. น้ำใบเตย 80 มิลลิลิตร
  5. มะพร้าวขูด (สำหรับทำไส้ขนมต้ม) 300 กรัม
  6. มะพร้าวขูด (สำหรับคลุก) 100 กรัม
  7. น้ำตาลปี๊บ 120 กรัม
  8. เกลือป่น 1 ช้อนชา

วิธีทำขนมต้ม

  • นำแป้งข้าวเหนียวมาแบ่งเป็น 3 ถ้วยเท่า ๆ กัน (ถ้วยละ 100 กรัม)
  • เทน้ำกระเจี๊ยบ น้ำอัญชัน และใบเตย ลงไปในแป้งข้าวเหนียวแต่ละถ้วย นวดให้เข้ากันจนกว่าแป้งไม่ติดมือ แล้วใช้พลาสติกแรปคลุมชามแป้งพักไว้ก่อน
  • นำกระทะขึ้นตั้งไฟปานกลาง ใส่น้ำตาลปี๊บ คนจนน้ำตาลปี๊บละลาย ใส่มะพร้าวขูด (สำหรับทำไส้ขนมต้ม) และเกลือป่นลงไป คนให้เข้ากัน เคี่ยวจนแห้ง และยกออกจากเตา 
  • ปั้นไส้ขนมต้มเป็นลูกกลมเล็ก ๆ เตรียมไว้ นำแป้งแต่ละสีมาปั้นเป็นลูกกลม ๆ ขนาดเท่าเหรียญห้า กดให้แป้งแบน จากนั้นปั้นไส้ที่ทำเตรียมไว้ขนาดเล็กกว่าแป้งวางลงไป ใช้แป้งปิดให้มิดแล้วปั้นเป็นลูกกลม ๆ จนเนียน
  • นำไปต้มในน้ำเดือดจัด พอขนมต้มลอยขึ้นเหนือน้ำ แสดงว่าสุกแล้ว นำขนมต้มที่สุกแล้วมาคลุกกับมะพร้าวขูดสำหรับคลุก แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟ

27ลอดช่อง

ลอดช่อง ของหวานสไตล์พื้นบ้านที่เหมาะกับวันร้อน ๆ เป็นที่สุด ใส่น้ำแข็งแบบแน่น ๆ เย็นชื่นใจ หอมกลิ่นกะทิและน้ำตาลมะพร้าวสุด ๆ เส้นลอดช่องก็นุ่มหนึบ ไม่ลองถือว่าพลาดเลยค่ะ

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบลอดช่อง

ส่วนผสมตัวลอดช่อง

  1. แป้งข้าวเจ้า 270 กรัม 
  2. แป้งมันสำปะหลัง 90 กรัม
  3. แป้งถั่วเขียว 60 กรัม 
  4. น้ำใบเตย 400 มิลลิลิตร 
  5. น้ำปูนใส 1 ลิตร 
  6. ขนุน 200 กรัม 

ส่วนผสมน้ำกะทิ

  1. หัวกะทิ 500 มิลลิลิตร
  2. น้ำตาลปิ๊บ 500 กรัม
  3. เกลือ1/2 ช้อนชา 

วิธีทำลอดช่อง

  • ผสมแป้งทั้งสามชนิดเข้าด้วยกัน เทน้ำปูนใสสำหรับผสมแป้งลงไป คนให้เข้ากัน แล้วนำน้ำใบเตยใส่ลงไปผสม แล้วคนให้เข้ากัน กรองแป้งที่ผสมไว้ เพื่อเอาแป้งที่ไม่ละลายออก แล้วนำไปเทลงในกะทะ ขึ้นตั้งไฟด้วยไฟกลาง
  • กวนด้วยไฟกลางไปเรื่อย ๆ จนแป้งเหนียวข้นขึ้น ให้ใส่น้ำปูนใสที่เหลือ 1 ถ้วยตวงไว้จนหมด กวนจนแป้งเหนียวและใสขึ้น ตักส่วนผสมแป้งใส่เครื่องกดลอดช่อง กดแป้งเป็นเส้น ๆ ลงในน้ำเย็นจัด จากนั้นตักส่วนผสมขึ้น ใส่ลงในชาม พักไว้ 
  • นำน้ำกะทิ เกลือ และน้ำตาลปี๊บ  นำขึ้นตั้งไฟคนไปเรื่อย ๆ จนส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี พักไว้ 
  • นำเส้นลอดช่องตักใส่ชาม ราดด้วยน้ำกะทิ ขนุน และใส่น้ำแข็ง เพียงแค่นี้ก็พร้อมกินแล้วค่ะ ! 

28ขนมถ้วย

ขนมถ้วย ชื่อขนมไทยที่เราคุ้นเคยกันตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะไปร้านก๋วยเตี๋ยวร้านไหนก็จะมีขนมถ้วยวางอยู่บนโต๊ะเป็นของหวานที่กินหลังกินเสร็จ วันนี้มาใช้น้ำตาลมะพร้าวหอม ๆ ทำ รับรองว่าหวานละมุนถูกใจแน่นอนค่า

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมถ้วย

วัตถุดิบตัวขนมถ้วย

  1. แป้งข้าวเจ้า 200 กรัม
  2. แป้งท้าวยายม่อม 2 ช้อนโต๊ะ
  3. น้ำตาลมะพร้าว 400 กรัม 
  4. น้ำ 900 กรัม 

วัตถุดิบหน้ากะทิ

  1. หัวกะทิ 400 กรัม
  2. แป้งข้าวเจ้า 40 กรัม
  3. น้ำตาลทราย 4 ช้อนโต๊ะ 
  4. เกลือป่น ½ ช้อนชา  

วิธีทำขนมถ้วย

  • นำแป้งข้าวเจ้า แป้งท้าวยายม่อม และน้ำผสมให้เข้ากัน จากนั้นใส่น้ำตาลมะพร้าวลงไปคนจนทุกอย่างละลาย และกรองด้วยกระชอนหนึ่งครั้ง
  • ทำส่วนผสมหน้ากะทิ โดยนำหัวกะทิ แป้งข้าวเจ้า น้ำตาลทราย และเกลือป่นผสมให้เข้ากันเตรียมไว้ 
  • ตั้งซึ้งนึ่งนำถ้วยตะไลใส่ลงไป รอจนน้ำเดือด ใส่แป้งส่วนตัวขนมลงไปครึ่งถ้วย ปิดฝานึ่ง 15 นาที จากนั้นเปิดฝาซึ้งใส่ส่วนผสมหน้ากะทิลงไป ให้เหลือขอบถ้วยเล็กน้อย ปิดฝานึ่งต่อ 10 นาทีด้วยไฟแรง กะทิจะแตกมันสวย แค่นี้ก็พร้อมเสิร์ฟค่าา

29ขนมกลีบลำดวน

 ขนมกลีบลำดวน เมนูขนมไทยโบราณหอมหวานรูปดอกไม้ โดยตามปกติแล้วขนมกลีบลำดวนจะมี 3 กลีบ และมีเกสรอยู่ตรงกลาง เนื้อขนมร่วนเบาละลายในปาก พร้อมอบควันเทียนให้หอมฉุยเป็นเอกลักษณ์

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบขนมกลีบลำดวน

  1. แป้งอเนกประสงค์ 380 กรัม
  2. น้ำตาลไอซิ่ง 150 กรัม
  3. เกลือ 2 ช้อนชา
  4. น้ำมันพืช 150 มิลลิลิตร
  5. สีผสมอาหารสีชมพู ¼ ช้อนชา

วิธีทำขนมกลีบลำดวน

  • วอร์มเตาอบโดยใช้ไฟบน และล่างที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส
  • นำแป้งอเนกประสงค์ มาร่อนกับน้ำตาลไอซิ่ง 2 - 3 ครั้ง เพื่อให้ขนมร่วน และเบา
  • นำแป้งที่ร่อนแล้วมาผสมเกลือ และทยอยเทน้ำมันลงไปทีละน้อย คนเบา ๆ ไปเรื่อยจนเนื้อแป้งเกาะกัน
  • แบ่งแป้งเป็น 2 ถ้วย โดยถ้วยแรกมีปริมาณ ¾ ของแป้งทั้งหมด ส่วนถ้วยที่สองคือแป้งส่วนที่เหลือ นำแป้งถ้วยที่สองมาผสมกับสีผสมอาหารสีชมพูจนเข้ากันดี พักแป้งทั้งสองถ้วยประมาณ 10 - 15 นาที 
  • นำแป้งสีขาวมาปั้นเป็นก้อนกลมขนาดปริมาณ 20 กรัม ตัดออกเป็น 4 ส่วน แต่เราจะใช้แค่ 3 ส่วน มาประกอบสามกลีบ นำแป้งสีชมพูมาปั้นเป็นก้อนกลมเล็ก ๆ ขนาดปริมาณ 5 กรัม เพื่อนำไปวางตรงกลางเป็นเกสร 
  • นำเข้าอบที่อุณหภูมิ 160 องศาเซลเซียส นาน 15 นาที จากนั้นนำออกมาพักให้เย็น จากนั้นนำไปอบควันเทียนให้หอม เท่านี้ก็พร้อมเสิร์ฟแล้วจ้า

30ถั่วแปบ

ถั่วแปบ ขนมไทยนุ่มหนึบคลุกด้วยถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกนึ่ง แถมยังห่อไว้ด้านในอีกที ก่อนกินก็ต้องโรยด้วยน้ำตาลผสมงาดำคั่ว งาขาวคั่ว ด้วยเนื้อสัมผัสที่หลากหลายในคำเดียว เป็นเมนูที่ชอบกินตั้งแต่เด็กเลยละค่ะ 

สูตรขนมไทย

วัตถุดิบถั่วแปบ

  1. ถั่วเขียวซีกเลาะเปลือก 500 กรัม 
  2. มะพร้าวทึนทึก 1 ลูก 
  3. แป้งข้าวเหนียว 500 กรัม 
  4. น้ำอัญชันเข้มข้น 1 ถ้วยตวง 
  5. น้ำใบเตยเข้มข้น 1 ถ้วยตวง 
  6. น้ำกระเจี๊ยบเข้มข้น 1 ถ้วยตวง 
  7. งาขาวคั่ว ½ ถ้วยตวง 
  8. งาดำคั่ว ½ ถ้วยตวง 
  9. น้ำตาลทราย 1 ถ้วยตวง 
  10. เกลือป่นเล็กน้อย 

วิธีทำถั่วแปบ

นำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกมาใส่ในกะละมัง แล้วนำไปล้างให้สะอาด (ล้างประมาณ 2 - 3ครั้ง) แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ประมาณ 6 ชั่วโมง

นำถั่วเขียวซีกเลาะเปลือกที่แช่น้ำแล้ว มาสะเด็ดน้ำออก แล้วนำไปนึ่งด้วยไฟแรง เป็นเวลา 20 นาที ระหว่างรอนึ่ง นำมะพร้าวทึนทึกมาขูดฝอย คลุกด้วยเกลือเล็กน้อย ก่อนนำเข้าไปนึ่งเป็นเวลา 10 นาที เมื่อนึ่งทั้ง 2 อย่างเสร็จแล้ว ให้นำทั้ง 2 อย่างมาผสมกันในถาด แล้วพักไว้ 

จบไปแล้วกับ 30 เมนูขนมไทยยอดฮิต ที่ได้กินทีไรก็จะนึกถึงช่วงเวลาวัยเด็กทุกทีเลยละค่ะ ชอบเมนูไหนก็ลองเอาไปทำกันดูนะคะ ส่วนเพื่อน ๆ คนไหนอยากจะลองเปิดธุรกิจก็เอารวมสูตรขนมไทยทำขายของเราวันนี้ไปใช้กันได้เลยค่ะ แต่ถ้าอยากเพิ่มกิมมิคให้กับเมนูขนมไทยเพิ่มเติมก็สามารถไปดู รวมสูตรเมนูขนมไทยชื่อแปลก เพิ่มเติมกันได้เลยนะคะ เพราะนอกจากชื่อแปลกแล้วยังหากินค่อนข้างยากอีกด้วย ส่วนคราวหน้าจะเอาสูตรไหนมาแจกอีก อย่าลืมมาติดตามกันนะคะ วันนี้ขอลาไปก่อน บ๊ายบายค่าา~

ดูรวมสูตรขนมเพิ่มตรงนี้เลย!